วาง 5 ยุทธศาสตร์ สกัด ‘พยาธิใบไม้’ ในตับ ตั้งเป้า 10 ปี ติดเชื้อไม่เกิน 6แสนราย

31.07.16 | 16:18 น.

นพ.ปิยะสกล สกลสัตยาทร รัฐมนตรีว่าการกระทรวงสาธารณสุข (สธ.) ให้สัมภาษณ์ว่า สธ.ได้ดำเนินการงานโครงการแก้ไขปัญหาพยาธิใบไม้ตับและมะเร็งท่อน้ำดี ถวายเป็นพระราชกุศลแด่พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว และ สมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินีนาถ พร้อมทั้งจัดทำแผนยุทธศาสตร์

“ทศวรรษกำจัดปัญหาพยาธิใบไม้ตับและมะเร็งท่อน้ำดี พ.ศ.2559-2568” ซึ่งผ่านความเห็นชอบจากคณะรัฐมนตรี (ครม.) เมื่อวันที่ 21 มิถุนายน 2559 ตั้งเป้าอีก 10 ปี คนไทยจะติดเชื้อพยาธิใบไม้ตับน้อยกว่าร้อยละ 1 หรือ 6 แสนราย กลุ่มเสี่ยงมะเร็งท่อน้ำดี ได้รับการคัดกรองและรักษา ลดอัตราการเสียชีวิตร้อยละ 50 ชุมชนมีความตระหนัก มีส่วนร่วมแก้ปัญหา มีสิ่งแวดล้อมที่ปลอดภัย ปลาที่บริโภคปลอดโรคพยาธิ โดยปลาธรรมชาติมีพยาธิน้อยกว่า ร้อยละ 1 ใช้ 5 ยุทธศาสตร์ ได้แก่ 1.ปลาปลอดพยาธิ 2.คนปลอดพยาธิ โดยคัดรกองพยาธิใบไม้ตับและรณรงค์ปรับเปลี่ยนพฤติกรรมการกิน 3.คัดกรองมะเร็งท่อน้ำดีด้วยเครื่องอัลตราซาวด์ 4.ส่งต่อและรักษาหวังผลรักษาหายขาด ตลอดจนรักษาแบบประคับประคอง และ 5.จัดทำฐานข้อมูล อบรมบุคลากร วิจัย และการให้ความรู้ประชาชน

นพ.โสภณ เมฆธน ปลัด สธ.กล่าวว่า ในปี 2560 จะขยายพื้นที่ดำเนินการจาก 84 ตำบล เป็น 190 ตำบล ใน 27 จังหวัด ที่มีอัตราการติดเชื้อสูงในภาคตะวันออกเฉียงเหนือ ภาคเหนือ และภาคกลาง พร้อมทั้งตรวจคัดกรองพยาธิใบไม้ตับในประชาชนอายุ 15 ปีขึ้นไปให้ได้ 129,200 ราย ตรวจคัดกรองมะเร็งท่อน้ำดีในกลุ่มอายุ 40 ปีขึ้นไป 160,000 ราย รักษาด้วยการผ่าตัดผู้ป่วยใหม่ 800 ราย ดูแลประคับประคอง 7,500 ราย จัดการเรียนการสอน และจัดการสิ่งแวดล้อมและสิ่งปฏิกูล ครอบคลุมพื้นที่เป้าหมาย 190 ตำบล จากการสำรวจพบว่า คนไทยร้อยละ 10 หรือประมาณ 6 ล้านคน เป็นโรคพยาธิใบไม้ตับ ซึ่งสาเหตุสำคัญคือ พฤติกรรมการบริโภคปลาน้ำจืดมีเกล็ดแบบดิบๆ สุกๆ ปลาร้า ปลาส้มที่มีพยาธิ ดังนั้นก่อนรับประทานปลาควรทำให้ปลอดพยาธิโดยการต้มในน้ำเดือด 10 นาที หรือนำเข้าไมโครเวฟ 800 วัตต์ 10 นาที หรือแช่แข็งในอุณหภูมิลบ 20 องศาเซลเซียส 3 วัน สำหรับการทำปลาร้าให้ปลอดพยาธินั้น ต้องหมักนาน 1 เดือน ส่วนปลาส้มต้องหมัก 3 วัน และนำไปแช่แข็งในตู้เย็น 7 วัน ส่วนตู้แช่-20 องศานาน 3 วัน