ราชวิทยาลัยจักษุแพทย์ฯ จี้ สปสช.แก้เกณฑ์ ‘ผ่าต้อกระจก’ เอื้อคนไข้อาการรุนแรง

31.07.16 | 16:57 น.

เมื่อวันที่ 31 กรกฎาคม นพ.ไพศาล ร่วมวิบูลย์สุข ประธานราชวิทยาลัยจักษุแพทย์แห่งประเทศไทย เปิดเผยว่า จากการสำรวจปี 2550 พบผู้ป่วยโรคต้อกระจกในประเทศไทยมีผู้ที่ตาบอดจากสาเหตุดังกล่าวตกค้างอยู่ประมาณ 98,000 คน สำนักงานหลักประกันสุขภาพแห่งชาติ (สปสช.) ได้ทำโครงการร่วมกับภาครัฐและภาคเอกชนในการผ่าตัดต้อกระจก ตั้งเป้าปีละ 120,000 ราย ค่าใช้ร่ายรายละ 7,000 บาท แต่มีการผ่าเกินเป้าตลอด จนถึงขณะนี้มีการผ่าไปแล้วไม่ต่ำกว่า 1.2 ล้านดวงตา และทำมานานกว่า 10 ปี แต่กลับพบว่าจำนวนผู้ที่ต้องตาบอดจากการโรคต้อกระจกกลับไม่ลดลง จากการสำรวจครั้งล่าสุด ปี 2556 ยังพบผู้ป่วยต้อกระจกที่ตกค้างอีกประมาณ 70,000 คน ทั้งๆ ที่ใช้งบประมาณไปกว่าหมื่นล้านบาท ทั้งนี้เป็นเพราะมีการผ่าตัดผู้ที่ยังไม่ถึงเกณฑ์ต้องผ่า หรืออาจเอาผู้ป่วยโรคตาประเภทอื่นๆ มาร่วมในโครงการด้วย อาทิ ผู้ที่ตาขุ่นมัว เป็นต้น แต่ผู้ที่ควรได้รับการผ่าตัดกลับเข้าไม่ถึงบริการ

“สำหรับกลุ่มที่ควรได้รับการผ่าตัดก่อนคือ กลุ่มที่ตาบอดหรือกลุ่มสายตาเลือนรางอย่างรุนแรง ซึ่งต้องมีการตรวจคัดกรองที่ได้มาตรฐาน แต่พบว่ามีการเอากลุ่มที่มีความจำเป็นน้อยกว่ามาเข้าโครงการในสัดส่วนที่สูง โดยเฉพาะในส่วนของโรงพยาบาลเอกชนนั้นพบว่า กลุ่มจำเป็นต้องได้รับการผ่าตัดก่อนมีสัดส่วนเพียงร้อยละ 30 ขณะที่โรงพยาบาลรัฐได้ผ่าตัดกลุ่มที่จำเป็นร้อยละ 60-70 ซึ่งปัญหานี้ เกิดจากการบริหารจัดการ การควบคุมการผ่าตัดในกลุ่มที่จำเป็นของ สปสช.ไม่มีประสิทธิภาพ” นพ.ไพศาล กล่าวและว่า ได้สะท้อนปัญหานี้ให้ สปสช.รับทราบและขอให้มีการแก้ไขโดยเน้นที่ระบบการคัดกรอง ผ่าน กรรมการประสานงานเพื่อแก้ปัญหาสายตาจากต้อกระจก แต่พบว่าในร่างประกาศกองทุน สปสช.ปี 2560 กลับไม่ได้ปรับปรุงใดๆ ดังนั้น ในการประชุมบอร์ด สปสช.วันที่ 1 สิงหาคมนี้ จะผลักดันให้พิจารณาเรื่องนี้อีกครั้ง