สั่งแยกสำนวน’พล.ต.ต.สุทิพย์’อดีตผู้การเลย ยันผลวินัยไม่เปลี่ยน พร้อมตั้งกก.สอบชุดวินัยทำงานอืด

19.08.20 | 12:48 น.

ผช.ผบ.ตร.สั่งแยกสำนวนพล.ต.ต.สุทิพย์ กรณีเอี่ยวทุจริตสหกรณ์ออมทรัพย์ตร.เลย ยันผลวินัยไม่เปลี่ยน พร้อมตั้งกก.สอบ ชุดวินัยทำงานล่าช้า

จากกรณี ตร.สั่งอดีตผู้การเลยเอี่ยวโกงสหกรณ์ตำรวจกลับเข้ารับราชการ อ้างผลสอบเลยกรอบระยะเวลา


เมื่อวันที่ 19 สิงหาคม ที่สำนักงานตำรวจแห่งชาติ(ตร.) พล.ต.ท.จารุวัฒน์ ไวศยะ ผู้ช่วยผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ (ผู้ช่วย ผบ.ตร.) วันนี้ ได้เรียกประชุมคณะกรรมการตรวจสอบข้อเท็จจริงกรณีมีคำสั่งให้ พล.ต.ต.สุทิพย์ ผลิตกุศลธัช รองผบช.สำนักงานพิสูจน์หลักฐานตำรวจ อดีตผู้บังคับการตำรวจภูธรจังหวัดเลย(ผบก.ภ.จว.เลย) กับพวก รวม 5 นาย กลับเข้ารับราชการ หลังถูกให้ออกจากราชการไว้ก่อน ในฐานความผิดวินัยร้ายแรง จากกรณีทุจริตโครงการกู้รวมหนี้ สหกรณ์ออมทรัพย์ ตำรวจภูธรจังหวัดเลย โดยจะมีการตรวจสอบการทำงานของคณะกรรมการชุดนี้ ถึงเหตุผลที่มีการดำเนินการล่าช้า จนไม่สามารถสรุปผลการสอบสวนได้ทันตามกรอบระยะเวลาที่กำหนด จึงเป็นเหตุให้ต้องมีคำสั่งให้ข้าราชการตำรวจทั้ง 5 นายนี้ กลับเข้ามารับราชการ แต่ยืนยันว่าพล.ต.ต.สุทิพย์ กับพวกมีความผิดชัดเจน จึงต้องมีการแยกสำนวนผู้ถูกกล่าวหาทั้ง 5 นายเป็นรายบุคคล เพื่อไม่ให้การพิจารณาความผิดทับซ้อนกัน

พล.ต.ท.จารุวัฒน์ กล่าวอีกว่า เมื่อวานนี้ได้ตรวจสอบดูแล้วปรากฎว่าโดนวินัย 5 คน โดยมี 3 คน ต้องมีการสอบปากคำและสอบพยานเพิ่มเติมเพื่อให้ความชัดเจนเกิดขึ้นจึงทำให้เสียเวลา เมื่อเสียเวลาจึงทำให้การตรวจสอบทั้งหมดเสียเวลาไปด้วย แต่ภายหลังกรรมการชุดนี้ได้เสนอมาว่าตำรวจ 3 คนที่ตรวจสอบเพิ่ม ต้องตั้งกรรมการสอบวินัย 3 คนนี้ว่ามีความผิดด้วย วันนี้ตนจะสั่งแยกสำนวน อันไหนที่มีความผิดชัดเจนให้แยกสำนวน เช่น กรณีของพล.ต.ต.สุทิพย์ มีความผิดชัดเจน ให้แยกสำนวนออกมา จากนั้นก็ดำเนินการปลดออก ไล่ออก อย่างไรก็ตามจะต้องตั้งกรรมการสอบสวนวินัย คณะกรรมการชุดนี้ที่ทำงานล่าช้าด้วย

ผู้ช่วย ผบ.ตร. กล่าวด้วยว่า ยืนยันว่าผลการสอบวินัยจะไม่มีการเปลี่ยนแปลงจากคำสั่งแรก เพียงแต่เทคนิคของกฎหมาย เมื่อเลยกำหนดระยะเวลา ก็ให้เขากลับมาทำงานที่เดิม เพราะกฎหมายมันเขียนไว้แบบนั้น เพื่อบีบให้เจ้าหน้าที่ทำงานเร็วขึ้น ยืนยันว่าผลยังเหมือนเดิม คดีนี้เป็นคดีที่ตำรวจชั้นประทวนได้รับความเสียหายเยอะมาก ยอมไม่ได้ ทั้งนี้พล.ต.อ.จักรทิพย์ ชัยจินดา ผบ.ตร. กำชับให้ทำคดีนี้ให้เกิดความเป็นธรรม เพื่อไม่ให้ผู้ใต้บังคับบัญชาเสียขวัญกำลังใจ

Advertisement