พยัคฆ์ไพร-พญาเสือ-ฉลามขาว ลงพื้นที่เกาะพะงัน จับนายทุนรุกป่า

31.07.16 | 17:23 น.

เมื่อวันที่ 31 กรกฎาคม กรมป่าไม้นำกำลังเจ้าหน้าที่ลงพื้นที่ตรวจสอบการเข้าครอบครองพื้นที่ป่าสงวนแห่งชาติป่าเกาะพะงัน อ.เกาะพะงัน และบินตรวจสภาพป่า อ.เกาะสมุย จ.สุราษฎร์ธานี พบมีกลุ่มนายทุนบุกรุกพื้นที่ป่าจำนวนมาก พร้อมเข้าดำเนินการบังคับใช้กฎหมาย โดยชุดปฏิบัติการพยัคฆ์ไพร กรมป่าไม้ ร่วมกับชุดปฏิบัติการพญาเสือ กรมอุทยานแห่งชาติสัตว์ป่าและพันธุ์พืช และชุดปฏิบัติการฉลามขาว กรมทรัพยากรทางทะเลและชายฝั่ง ร่วมกับสำนักงานทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมจังหวัด (ทสจ.) สุราษฎร์ธานี กองอำนวยการรักษาความมั่นคงภายในจังหวัดสุราษฎร์ธานี กองบังคับการตำรวจภูธรภาค 8 กองกำกับการ 5 กองบังคับการปราบปรามการกระทำผิดเกี่ยวกับทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม เจ้าหน้าที่ตำรวจ และเจ้าหน้าที่ฝ่ายปกครอง เข้าร่วมในการปฏิบัติการ

นายชลธิศ สุรัสวดี อธิบดีกรมป่าไม้ กล่าวว่า เกาะพะงันมีเนื้อที่ 76,493 ไร่ ประกาศเป็นป่าสงวนแห่งชาติป่าเกาะพะงัน ครั้งแรกเมื่อปี พ.ศ. 2509 และได้ประกาศแก้ไขเมื่อปี พ.ศ.2526 เนื้อที่ 24,450 ไร่ รวมทั้งพื้นที่เตรียมการประกาศเป็นอุทยานแห่งชาติธารเสด็จ-เกาะพะงัน เมื่อปี พ.ศ.2553 เนื้อที่อีก 26,000 ไร่ ทางบก 25,300 ไร่ และทางทะเล 1,700 ไร่ จากการแปลภาพถ่ายทางดาวเทียมเมื่อปี พ.ศ. 2558 พบว่าเกาะพะงันมีสภาพป่าสมบูรณ์ จำนวนเนื้อที่ 33,817 ไร่ คิดเป็น 44% ของพื้นที่เกาะ ประกอบกับสถานการณ์การบุกรุกในพื้นที่ มีการแผ้วถางป่าเพื่อจับจองพื้นที่เป็นจำนวนมาก และมีการตัดไม้เพื่อใช้สอย โดยเฉพาะในปี พ.ศ.2551 เมื่อเกาะพะงันเริ่มมีชื่อเสียงทางด้านการท่องเที่ยว ถึงแม้ว่าปัจจุบันการบุกรุกเปิดพื้นที่นั้นมีน้อยลง แต่พื้นที่ที่ถูกบุกรุกเดิมได้มีการขยายออกและมีการซื้อขายเปลี่ยนมือให้กับกลุ่มทุนบางส่วน

“การปฏิบัติการในครั้งนี้ทางกรมป่าไม้ได้พุ่งเป้าหมายไปยังพื้นที่ที่มีการบุกรุกใหม่ โดยมีกลุ่มนายทุนเป็นผู้ถือครอง จากการดำเนินการเข้าตรวจสอบพบว่ามีการนำพื้นที่ไปใช้ประโยชน์หลายทาง อาทิ มีการขุดตักหน้าดินที่ส่งผลกระทบต่อทัศนียภาพและความเสียหายต่อสภาพป่า มีการปลูกสร้างอาคารบ้านพักรีสอร์ต ในพื้นที่ที่ไม่เหมาะสม และอีกสาเหตุที่น่าเป็นห่วงคือการลักลอบตัดไม้ในเขตป่าสงวนแห่งชาติป่าเกาะพะงันและเขตอุทยานแห่งชาติธารเสด็จ-เกาะพะงัน ซึ่งกรมป่าไม้ พร้อมหน่วยงานต่างๆ ที่เข้าร่วมในการปฏิบัติการครั้งนี้ นอกจากจะเข้าดำเนินการในการบังคับใช้กฎหมายต่อกลุ่มผู้กระทำความผิดโดยมิชอบแล้ว เจ้าหน้าที่ยังจะเข้าไปสร้างความเข้าใจให้กลุ่มราษฎรที่อาศัยอยู่ในพื้นที่อีกด้วย เพื่อเป็นการป้องปรามการกระทำผิดกฎหมายว่าด้วยการป่าไม้ในอนาคต” อธิบดีกรมป่าไม้กล่าว

นายชีวะภาพ ชีวะธรรม หัวหน้าชุดปฏิบัติการพยัคฆ์ไพร กล่าวว่า ในส่วนของพยัคฆ์ไพรที่ได้ลงพื้นที่ครั้งนี้ ได้เข้าตรวจยึดและจับกุมรีสอร์ตที่บุกรุกป่าแบบบุกใหม่แบบอุกอาจ ชื่อรีสอร์ต เขาลาทรีเฮาส์ ที่เจ้าของเข้าไปสร้างห้องพักในพื้นที่ป่าต้นน้ำ จากการตรวจสอบแผนที่ภาพถ่ายทางอากาศเมื่อปี 2557 พบว่าบริเวณดังกล่าวยังเป็นพื้นที่ป่าที่ยังอุดมอยู่ แต่เวลานี้บริเวณเดียวกันป่าหายไป กลายเป็นสิ่งก่อสร้างขึ้นมาแทนที่จำนวนมาก

1

Advertisement

2