สสส. เผย “มหาวิทยาลัย ปลอดบุหรี่” บรรลุ 164 แห่ง เดินหน้าปี 64 สถาบันฯ ไม่มีคณะแพทย์
เมื่อวันที่ 19 สิงหาคม ที่ มหาวิทยาลัยหัวเฉียวเฉลิมพระเกียรติ จ.สมุทรปราการ นพ.คำนวณ อึ้งชูศักดิ์ คณะกรรมการกองทุนสนับสนุนการสร้างเสริมสุขภาพ(สสส.) และประธานคณะกรรมการบริหารแผนคณะที่ 1 สสส. พร้อมด้วย ดร.นพ.ไพโรจน์ เสาน่วม ผู้ช่วยผู้จัดการกองทุนสนับสนุนการสร้างเสริมสุขภาพ สสส. และคณะกรรมการบริหารแผนฯ ร่วมกิจกรรมแลกเปลี่ยนเรียนรู้การพัฒนาสถาบันอุดมศึกษาปลอดบุหรี่
นพ.คำนวณ กล่าวว่า สสส. ดำเนินโครงการมหาวิทยาลัยปลอดบุหรี่ ร่วมกับสถาบันอุดมศึกษาและภาคีเครือข่าย มาตั้งแต่ปี 2557 เพื่อลดปัญหานักสูบหน้าใหม่ จากข้อมูลสถานการณ์การสูบบุหรี่ในเยาวชน ปี 2560 ของสำนักงานสถิติแห่งชาติ พบเยาวชนไทยมีแนวโน้มสูบบุหรี่เพิ่มขึ้น อายุเริ่มสูบน้อยลง โดยกลุ่มอายุ 19-24 ปี มีอัตราการสูบบุหรี่เพิ่มขึ้นจากปี 2558 จากร้อยละ 20.2 เพิ่มเป็นร้อยละ 20.4 ในปี 2560 โดยปัจจัยที่ทำให้นักสูบอายุน้อยลงมาจากอุตสาหกรรมยาสูบใช้สื่อออนไลน์ทำการตลาดเพื่อเพิ่มยอดขาย โดยเฉพาะบุหรี่ไฟฟ้าซึ่งสอดคล้องกับผลสำรวจการศึกษาการตลาดในธุรกิจยาสูบ ที่พบเยาวชนสูบบุหรี่ถึงร้อยละ 45 ในจำนวนนี้สูบบุหรี่ไฟฟ้าร้อยละ 30.5 และเริ่มต้นสูบบุหรี่ตั้งแต่อยู่ชั้นประถมศึกษา โดยอุตสาหกรรมยาสูบมักทำการตลาดส่งเสริมการขายและโฆษณาผ่านสื่อออนไลน์ เพราะเป็นช่องทางที่เข้าถึงเยาวชนง่าย และเป็นวัยที่อยากรู้ อยากลอง
นพ.คำนวณ กล่าวว่า ปัจจุบัน สสส. สามารถขยายโครงการมหาวิทยาลัยปลอดบุหรี่ มีสถาบันอุดมศึกษาเข้าร่วมทั้งสิ้น 164 แห่ง โดยมหาวิทยาลัยหัวเฉียวฯ จ.สมุทรปราการ ที่มีความโดดเด่นเรื่องการสร้างการมีส่วนร่วมจากบุคลากรและนักศึกษา ที่ให้ความร่วมมือในการปฏิบัติตามการจัดพื้นที่ปลอดควันบุหรี่ โดยในปี 2564 สสส. เตรียมยกระดับโครงการมหาวิทยาลัยปลอดบุหรี่ โดยมุ่งเน้นการให้ความรู้เท่าทันเรื่องผลิตภัณฑ์ยาสูบรูปแบบใหม่มากขึ้น ส่งเสริมการจัดตั้งระบบคัดกรอง บำบัด ฟื้นฟู ผู้ต้องการเลิกบุหรี่ให้ต่อเนื่อง พร้อมขยายการทำงานไปยังมหาวิทยาลัยที่ไม่มีหลักสูตรทางการแพทย์มากขึ้น เช่น คณะวิศวกรรมศาสตร์ สถาปัตยกรรมศาสตร์ ฯลฯ
ด้าน รศ.อุไรพรรณ เจนวาณิชยานนท์ อธิการบดีมหาวิทยาลัยหัวเฉียวเฉลิมพระเกียรติ กล่าวว่า มหาวิทยาลัยหัวเฉียว เข้าร่วมโครงการมหาวิทยาลัยปลอดบุหรี่ โดยกำหนดให้อาคารทุกแห่งเป็นพื้นที่ปลอดบุหรี่ จัดโซนสูบบุหรี่ตามกฎหมายกำหนด สนับสนุนกิจกรรมรณรงค์ไม่สูบบุหรี่ผ่านแกนนำนักศึกษา และให้บริการ “คลินิกฟ้าใส” เพื่อช่วยบุคลากร เจ้าหน้าที่ นักศึกษาที่ต้องการเลิกบุหรี่ให้เลิกสูบได้สำเร็จ โดยให้คำปรึกษาผู้ที่ต้องการเลิกบุหรี่ และในกรณีที่มีปัญหากระทบต่อสุขภาพ หรือเจ็บป่วยจากโรคที่เกิดจากบุหรี่จะส่งต่อเข้าสู่ระบบการบริการสุขภาพ
“ตั้งแต่เข้าร่วมโครงการมหาวิทยาลัยปลอดบุหรี่ กับ สสส. นักศึกษาของมหาวิทยาลัยหัวเฉียวเฉลิมพระเกียรติ ให้ความร่วมมือปฏิบัติตามกฎระเบียบมากถึง 90% โดยพบปริมาณก้นบุหรี่ในห้องน้ำลดลงมาก มีรุ่นพี่ รุ่นน้อง ช่วยกันสานพลังชวนกัน ลด ละ เลิก บุหรี่มากขึ้น โดยไม่ต้องผ่านการบังคับ ซึ่งทั้งหมดเกิดจากการทำกิจกรรม สร้างหลักสูตร และการออกแบบพื้นที่ห้ามสูบและสูบชัดเจน จนเป็นธรรมเนียมปฏิบัติที่สืบสานจากรุ่นสู่รุ่น” รศ.อุไรพรรณ กล่าว





