อธิบดีสนง.ก.อ.ยันโยก”โกศลวัฒน์”ดูตามหลักเกณฑ์กฎหมาย วัดตามความเหมาะสม ผ่านกลั่นกรองจากก.อ. ไม่ใช่กลั่นแกล้ง
จากข่าวการโยกย้าย นายโกศลวัฒน์ อินทุจันทร์ยง ผอ.โครงการพระดำริฯขึ้นรองอธิบดีอัยการสำนักงานปราบปรามคดีทุจริต ภาค 9 ซึ่งดูเเลพื้นที่จังหวัดชายเเดนใต้ แม้ว่าลำดับคิวอาวุโสน้อยกว่ายังได้อยู่ในกทม 8 ราย ตามมติประชุม ก.อ. ครั้งที่8 เมื่อวันที่ 18 สิงหาคมที่ผ่านมา จนเป็นที่คลางแคลงสงสัยว่าเหมาะสมหรือไม่
ล่าสุด วันที่ 20 สิงหาคม นายวิเชียร สุดรุ่ง อธิบดีอัยการ สำนักงานคณะกรรมการอัยการ เปิดเผยว่า หลักเกณฑ์การพิจารณาแต่งตั้งโยกย้ายของอัยการ ซึ่งทางคณะกรรมการอัยการ (ก.อ.) ได้นำ พ.ร.บ.ระเบียบข้าราชการฝ่ายอัยการ พ.ศ. 2553 มาตรา 38 การแต่งตั้งโยกย้ายตำแหน่งของอัยการต้องคํานึงถึงความรู้ความสามารถ ความรับผิดชอบ ประวัติการปฏิบัติราชการ และพฤติกรรมทางจริยธรรม มาพิจารณา และต้องได้รับความเห็นชอบจาก ก.อ. ทุกตำแหน่ง
อย่างไรก็ตามเรื่องลำดับอาวุโสแม้จะไม่ได้ระบุไว้ใน พ.ร.บ.ระเบียบอัยการฯ แต่อาจจะนำมาประกอบพิจารณา รวมถึงการแสดงเจตจำนงขอโยกย้ายไปตามสำนักงานของแต่ละบุคคลมาพิจารณาร่วมด้วย ซึ่งทาง ก.อ.จะรวบรวมและมาประกอบการคัดเลือกอัยการ ให้เหมาะสมตรงตามหลักเกณฑ์การพิจารณา บางคนขอโยกย้ายไปหลายสำนักงาน บางคนขอโยกย้าย2-3แห่ง แต่หากมี ก.อ.ได้เสนอคนที่เหมาะสมกว่าไปแล้ว ก.อ.จะสรรหาตำแหน่งและหน่วยงานที่ตรงตามคุณสมบัติของคนคนนั้น
ผู้สื่อข่าวถามถึงการย้าย นายโกศลวัฒน์ อินทุจันทร์ยง รองโฆษกสำนักงานอัยการสูงสุดที่เดิมดำรงตำเเหน่งผู้อำนวยการสำนักกิจการและโครงการในพระดำริพระเจ้าหลานเธอพระองค์เจ้าพัชรกิติยาภา สำนักงานอัยการสูงสุด ไปดำรงตำแหน่ง รองอธิบดีอัยการสำนักงานคดีปราบปรามการทุจริต ภาค 9 ที่ จ.สงขลา นั้นนายวิเชียรกล่าวว่า ก.อ.พิจารณาว่าเหมาะสมแล้ว ซึ่งตำแหน่งอธิบดี รองอธิบดี เท่ากัน เป็นราชการอัยการชั้น 6 เท่ากัน แต่ใครจะประจำที่ไหนขึ้นอยู่กับคุณสมบัติ ประวัติการทำงาน พฤติกรรมทางจริยธรรมของผู้ดำรงตำแหน่ง ยืนยันว่าไม่ใช่การกลั่นแกล้ง แต่ผ่านการกลั่นกรองแต่งตั้ง จากคณะกรรมการอัยการทั้ง 15 คน

