“คอร์ทมา แชล”เจ๋ง สืบเฟซบุ๊คสามีใหม่ ตามรอยจำเลยข้าราชการหญิงยักยอกเงินหลวงหลังหนีคำพิพากษาศาลฎีกาจำคุก 26ปี78เดือนรวบตัวได้
เมื่อวันที่ 26สิงหาคม ผู้สื่อข่าวรายงานว่าเมื่อเวลา 08.40 น. ของวันที่ 25 ส.ค.เจ้าพนักงานตำรวจศาล สำนักศาลยุติธรรมประจำภาค 4 ร่วมกับเจ้าพนักงานตำรวจศาลสำนักศาลยุติธรรมประจำภาค 3 ได้ร่วมจับกุม นางนราวดี ปิติโชคกาญจนา หรือนางวราพร คำวงษา จำเลยความผิดต่อตำแหน่งหน้าที่ราชการ ซึ่งศาลฎีกาพิพากษาถึงที่สุดจำคุก 26 ปี 78 เดือน ตามหมายจับศาลจังหวัดหนองคาย ที่ 3/2558 ลงวันที่ 6 ม.ค.2558ในคดีอาญาหมายเลขดำที่ 1062/2555 คดีอาญาหมายเลขแดงที่ 2448/2555 ซึ่งได้หลบหนีมาอาศัยอยู่บ้านเลขที่ 220 หมู่ที่ 15 ตำบลสีคิ้ว อำเภอสีคิ้ว จังหวัดนครราชสีมา
เเละได้นำตัวส่งศาลหนองคาย เพื่อดำเนินการ ตามกฎหมายต่อไป
สำหรับพฤติการณ์การกระทำผิดเเละการจับสืบสวนจับกุมนางวราพร นั้นเดิมจำเลยประกอบอาชีพรับราชการในตำแหน่งเจ้าหน้าที่จัดเก็บรายได้กองคลังเทศบาลเมืองหนองคาย จังหวัดหนองคายได้เบียดบัง ยักยอกเงินของทางราชการจำนวน 13ครั้งรวมเป็นเงิน 256,800 บาทและภายหลังจากที่ทางราชการตรวจพบจำเลยจึงนำเงินมาคืนให้แก่ทางราชการ
ต่อมาศาลฎีกาพิพากษาจำคุกจำเลย 26ปี 78เดือนและจำเลยหลบหนีไม่มาฟังคำพิพากษาศาลจึงได้ออกหมายจับจำเลยมาเพื่อดำเนินคดีตามกฎหมาย
ทางเจ้าพนักงานตำรวจศาลได้วิเคราะห์และสืบสวนข้อมูลของจำเลยรายนี้จนทราบข้อมูลว่านางวราพร จำเลยมีภูมิลำเนาอยู่บ้านเลขที่ 29/2ม.8 ต.เมืองเก่า อ.เมืองขอนแก่น จ. ขอนแก่นหลังถูกศาลออกหมายจับได้หลบหนีมาซุกซ่อนตัวอยู่กับ นายกฤศ คล้ายหิรัญ สามีใหม่และเปลี่ยนแปลงชื่อ-นามสกุลเพื่อให้ยากแก่การติดตามจับกุมในการสืบสวนทราบว่าจำเลยหลบหนีมาพักอาศัยอยู่บ้านเลขที่ 220 ม.15ต. สีคิ้วอ. สีคิ้ว จ.นครราชสีมา ปัจจุบันจำเลยเปลี่ยนแปลงชื่อนามสกุลโดยใช้ชื่อ-นามสกุลว่า“ นราวดีปิติโชคกาญจนา”
วิเคราะห์ข้อมูลจากเฟซบุ๊กจำเลยตามหมายจับรายนี้ไม่พบว่ามีความเคลื่อนไหวและไม่ได้ประกอบอาชีพใด แต่มีการเคลื่อนไหวในเฟซบุ๊กของสามีใหม่จำเลยและทราบว่าจำเลยเป็นแม่บ้านอยู่เฝ้าบ้านและที่บ้านเปิดเป็นร้านขายของชำส่วนใหญ่จะอยู่แต่ภายในบ้านพักของสามีและได้เฝ้าติดตามความเคลื่อนไหวของจำเลยจนแน่ใจว่าจำเลยพักอาศัยอยู่ในบ้านของนายกฤศ สามีใหม่จริง
เจ้าพนักงานตำรวจศาลสำนักศาลยุติธรรมประจำภาค 3จึงขอหมายค้นที่ศาลจังหวัดสีคิ้วเพื่อจะพบตัวจำเลยโดยศาลอนุมัติหมายค้นในวันที่ 25 ส.ค.63 และเจ้าพนักงานตำรวจศาลสำนักศาลยุติธรรมประจำภาค 3และเจ้าพนักงานตำรวจศาลสำนักศาลยุติธรรมประจำภาค 4ได้ไปเฝ้าจุดบริเวณหน้าบ้านพักของจำเลยและรอเวลาจนกระทั่งสามีจำเลยออกมาเปิดร้านจึงทำทีเข้าไปซื้อของในร้านและเห็นตัวจำเลยอยู่ภายในบ้านจึงได้แสดงหมายค้นและหมายจับเข้าจับกุมจำเลยดังกล่าวในวันที่ 25 ส.ค.63

