รองโฆษกอสส. ระบุ เพิกถอนหมายจับเดิม และขอหมายจับใหม่ คดีบอส วรยุทธ เป็นไปตามกฎหมาย หากพบหลักฐานใหม่ ชี้ แต่ละข้อหาอายุความไม่เท่ากัน
บอส อยู่วิทยา – นายประยุทธ เพชรคุณ รองโฆษกสำนักงานอัยการสูงสุด กล่าวถึงคดี ที่การไปขอศาลอาญากรุงเทพใต้ฯออกหมายจับ นายวรยุทธ อยู่วิทยา หรือ บอส อีกครั้ง ว่า เหตุผลที่ต้องมีการเพิกถอนหมายจับเดิมและออกหมายจับใหม่ เนื่องจากเป็นไปตามกฎหมายที่บัญญัติไว้ว่า เมื่อมีคำสั่งไม่ฟ้องแล้ว ห้ามมิให้มีการสอบสวนเกี่ยวกับบุคคลนั้นในเรื่องเดียวกันนั้นอีก เว้นแต่จะได้พยานหลักฐานใหม่ฯ ซึ่งน่าจะทำให้ศาลลงโทษผู้ต้องหานั้นได้ ส่วนการนับอายุความในแต่ละข้อหา จะต้องเริ่มนับตั้งแต่วันที่เกิดเหตุคือในปี 2555 จึงทำให้แต่ละข้อหาตามที่ออกหมายจับใหม่มีอายุความไม่เท่ากัน โดยคดีเสพยาเสพติดฯ จะหมดอายุความในปี 2565 ส่วนคดีขับรถโดยประมาทฯ จะหมดอายุความในปี 2570 ส่วนคดีไม่หยุดรถให้ความช่วยเหลือฯ มีอายุความเพียง 5 ปี จึงหมดอายุความไปแล้ว
ส่วนขั้นตอนต่อไปหลังจากที่ตำรวจทำสำนวนคดีที่สั่งให้สอบสวนเพิ่มเติมเสร็จสิ้นแล้ว อัยการก็จะเร่งนำเรื่องนี้เข้าที่ประชุมคณะทำงานทันที โดยจะดูว่าที่ให้สอบสวนเพิ่มเติมตามที่สั่งการไปนั้น เพียงพอฟ้องหรือไม่ เช่นว่าเป็นไปตามข้อเท็จจริงที่ปรากฎต่อสังคมก่อนหน้านี้หรือไม่ หากพอฟ้องก็จะเร่งรัดเรื่องการติดตามจับกุมตัวผู้ต้องหามาดำเนินคดี ส่วนเรื่องการออกหมายจับสากล เป็นหน้าที่ของตำรวจในการประสานงาน เป็นคนละส่วนกับความรับผิดชอบของอัยการ เว้นแต่จะเข้าสู่ขั้นตอนการขอส่งตัวผู้ร้ายข้ามแดน
ทั้งนี้นายประยุทธ กล่าวเพิ่มเติมว่า คำว่าอายุความทางคดี หมายถึงการที่ตำรวจ หรืออัยการ ต้องนำตัวผู้ต้องหาไปส่งฟ้องศาล เมื่อส่งฟ้องศาลแล้วก็จะหยุดนับอายุความ ที่สำคัญคือต้องติดตามตัวผู้ต้องหาไปส่งฟ้องศาลให้ได้

