เครือข่ายเยาวชนบุกตร.ยื่นข้อมูล 200 เน็ตไอดอลชวนเล่นพนัน พร้อมเสนอ”บิ๊กแป๊ะ”ตั้งทีมปราบขบวนการนี้
เมื่อเวลา 10.00 น. วันที่ 27 สิงหาคม ที่สำนักงานตำรวจแห่งชาติ(ตร.) นายรณณรงค์ แก้วเพ็ชร์ ประธานเครือข่ายรณรงค์ทวงคืนความยุติธรรมในสังคม พร้อมสำนักงานกองทุนสนับสนุนการสร้างเสริมสุขภาพ หรือสสส., เครือข่ายเยาวชนลดปัจจัยเสี่ยง, เครือข่ายเด็กรุ่นใหม่ไม่พนัน, เครือข่ายลมหายใจไร้มลทิน รวมตัวกันกว่า 30 คน เพื่อยื่นหนังสือถึงพล.ต.อ.จักรทิพย์ ชัยจินดา ผบ.ตร. เพื่อขอให้ดำเนินการกับเน็ตไอดอลชื่อดังจำนวนกว่า 200 คน ในข้อหาโฆษณาชักชวนเล่นการพนัน พร้อมขอให้มีคำสั่งตั้งคณะทำงานเพื่อปราบปรามขบวนการพนันออนไลน์ ซึ่งเป็นภัยต่อเยาวชนและความมั่นคงของชาติ โดยมีพ.ต.อ.วิชัย ศรีศีลศิริกุล รองผบก.กองบัญชี สำนักงานงบประมาณและการเงิน นายตำรวจเวรอำนวยการ เป็นผู้รับหนังสือ
นายรณณรงค์ กล่าวว่า การพนันออนไลน์มีผู้เกี่ยวข้องหลายฝ่ายทั้งเจ้าของธุรกิจ กราฟิกดีไซเนอร์ โปรแกรมเมอร์ นักกลยุทธ์การตลาดฝ่ายโฆษณา คอลเซ็นเตอร์ ผู้รับจ้างเปิดบัญชี ฯลฯ ส่วนใหญ่มีการดำเนินงานแบบเครือข่ายอย่างเป็นระบบ ซึ่งล้วนทำผิดกฎหมายทั้งพ.ร.บ. การพนัน พ.ศ. 2478 และพ.ร.บ. ว่าด้วยการกระทำความผิดเกี่ยวกับคอมพิวเตอร์ พ.ศ. 2550 (แก้ไข พ.ศ. 2560) โดยทางเพจทนายคู่ใจได้รวบรวมข้อมูลเน็ตไอดอลที่โฆษณาเชิญชวนให้ประชาชนและเยาวชนเล่นพนันออนไลน์กว่า 200 คน จากการเปิดให้แจ้งเบาะแสผ่านแฟนเพจ ซึ่งมีผู้ส่งมาเป็นจํานวนมาก จึงนำหลักฐานมามอบให้สำนักงานตำรวจแห่งชาติ ดำเนินการต่อไป
ด้านน.ส.กาญจนา วิจิตรบูรพา หัวหน้าสำนักสนับสนุนการลดปัจจัยเสี่ยงด้านสุขภาพสถาบันยุวทัศน์แห่งประเทศไทย (ยท.) กล่าวว่า ยท. และเครือข่ายเยาวชนลดปัจจัยเสี่ยงอีกกว่า 10 เครือข่ายมีเจตนารมณ์ร่วมกันในการทำงาน เพื่อลดปัญหา และร่วมปกป้องเด็กและเยาวชนให้ปลอดภัยจากการพนัน โดยในปี 2562 ที่ผ่านมาได้สำรวจความคิดเห็นของเด็กและเยาวชนทั่วประเทศ 4,677 คน พบว่าร้อยละ 42.38 ของเด็กและเยาวชนเข้าสู่วงจรการพนัน สำหรับปีนี้มีผลสำรวจพฤติกรรมของเด็กและเยาวชนจำนวน 1,089 คน กับการใช้สื่อออนไลน์ในช่วงอยู่บ้านหยุดเชื้อ เพื่อชาติ ที่น่ากังวลคือ
นางสาวกาญจนา กล่าวว่า ในระหว่างการออนไลน์ได้พบเห็นโฆษณาชวนให้เล่นพนันหรือเสี่ยงโชค เช่น เล่นเกมได้เงิน ลงทุนง่ายได้เงินไว หรือกักตัวไม่กลัวจน มากถึงร้อยละ 70.06 นอกจากนี้ผลจากการเฝ้าระวังของเครือข่ายเยาวชนยังพบว่าตั้งแต่ 1 มกราคม-15 มีนาคม 2553 มีเว็บพนันจำนวน 240 เว็บไซต์ แต่ในช่วงโควิด -19 ที่เก็บข้อมูลระหว่าง 16 มีนาคม – 31 พฤษภาคม 2553 มีเว็บพนันเกิดใหม่เพิ่มขึ้นอีกมากมายถึง 200 เว็บไซต์รวมเป็น 440 เว็บไซต์หรือเพิ่มขึ้นอีกเกือบเท่าตัว นอกจากนี้ยังพบว่ามีผู้ใช้เฟซบุ๊กกว่า 167 ยูสเซอร์ที่เป็นเน็ตไอดอล, อินฟลูเอนเซอร์และบุคคลอาชีพต่างๆ รวมถึงเฟซบุ๊กแฟนเพจกว่า 100 เพจ ที่มีผู้ติดตามจำนวนมาก ซึ่งมีอิทธิพลต่อการตัดสินใจของเด็กและเยาวชนรับโฆษณาเว็บพนันออนไลน์ด้วยข้อความลักษณะเดียวกันและมีรูปแบบในการโพสต์คล้ายกันโดยใช้กลยุทธ์หลอกล่อให้คนกดเข้ามาดูโพสต์และจูงใจให้เล่นพนันออนไลน์ด้วยกลอุบายต่างๆ ทั้งยังมีการว่าจ้างให้เยาวชนรีวิวเว็บไซต์พนัน เพื่อแนะนำบอกต่อเชิญชวนกันเองด้วย ซึ่งจะส่งผลให้มีนักพนันหน้าใหม่เพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง ทั้งนี้ทางเครือข่ายฯ พบว่ามีเยาวชนหลายรายที่รับจ้างรีวิวด้วยความรู้เท่าไม่ถึงการณ์เพราะต้องการหารายได้ในช่วงโควิด -19
นายชยพัฒน์ จินดารัตน์ รองประธานชมรมลมหายใจไร้มลทิน กล่าวว่า เครือข่ายเยาวชนลดปัจจัยเสี่ยงได้ยื่นข้อเสนอ 4 ข้อ ถึงสำนักงานตำรวจแห่งชาติ ดังนี้ 1.ขอให้กวดขันเร่งรัดดำเนินการปราบปรามการพนันออนไลน์ในทุกพื้นที่และดำเนินคดีกับผู้โฆษณาเว็บพนันออนไลน์อย่างเข้มงวดจริงจัง 2.ขอให้ประชาสัมพันธ์สายด่วน 1155 อย่างกว้างขวางเพื่อให้ประชาชนได้มีส่วนร่วมแจ้งเบาะแส เมื่อพบการกระทำความผิดเกี่ยวกับการพนันออนไลน์ 3.ขอให้บูรณาการการทำงานร่วมกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง เช่น กระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม กรมสอบสวนคดีพิเศษกระทรวงยุติธรรม กระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ สำนักงานป้องกันและปราบปรามการฟอกเงิน เป็นต้น เพื่อพัฒนากลไกและมาตรการในการแก้ปัญหาการพนันออนไลน์อย่างเป็นรูปธรรมที่ชัดเจน และ4.ขอให้ร่วมผลักดันการแก้ไขพระราชบัญญัติการพนัน พ.ศ. 2478 ซึ่งมีความล้าหลังไม่ทันต่อสถานการณ์ที่เปลี่ยนแปลงไป เพื่อให้ครอบคลุมไปถึงปัญหาการพนันออนไลน์และการพนันรูปแบบใหม่ ๆ
นายณัฐพงศ์ สำเภาแก้ว ผู้ประสานงานเครือข่ายเด็กรุ่นใหม่ไม่พนัน กล่าวว่า ขอบคุณทุกคนที่ให้ความสำคัญกับปัญหาพนันออนไลน์และเป็นแนวหน้าที่เข้มแข็งในการเรียกร้องให้ตร. ดำเนินการปราบปรามอย่างจริงจังในครั้งนี้ ทั้งยังมีความมุ่งมั่นในการติดตามผลอย่างต่อเนื่อง ซึ่งทำให้พวกเรามีความหวังมากขึ้น โดยเครือข่ายเยาวชนลดปัจจัยเสี่ยง พร้อมที่จะสนับสนุนการทำงานของตร. และทุกฝ่ายที่เกี่ยวข้อง เพื่อให้ปัญหานี้ได้รับการแก้ไขอย่างมีประสิทธิภาพทั้งระบบ


