เมื่อวันที่ 27 สิงหาคม มีรายงานข่าวว่า พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี ในฐานะประธานคณะกรรมการนโยบายตำรวจแห่งชาติ (ก.ต.ช.) นัดประชุม ก.ต.ช. ครั้งที่ 3/2563 ในวันที่ 28 สิงหาคม เวลา 14.00 น. ที่ตึกไทยคู่ฟ้า ทำเนียบรัฐบาล เพื่อประชุมแต่งตั้งผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ(ผบ.ตร.) คนใหม่ แทน พล.ต.อ.จักรทิพย์ ชัยจินดา ที่จะเกษียณอายุราชการสิ้นเดือนกันยายน
ทั้งนี้ตาม “พระราชบัญญัติตำรวจแห่งชาติ พ.ศ.2547” มาตรา 53 การแต่งตั้งข้าราชการตำรวจให้ดำรงตำแหน่งผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ (ผบ.ตร.) ให้ ผบ.ตร.คัดเลือกรายชื่อข้าราชการตำรวจที่ดำรงตำแหน่งจเรตำรวจแห่งชาติ (จตช.) หรือรองผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ (รอง ผบ.ตร.) แล้วเสนอคณะกรรมการนโยบายตำรวจแห่งชาติ (ก.ต.ช.) ซึ่งมีนายกรัฐมนตรีเป็นประธาน เพื่อพิจารณาให้ความเห็นชอบก่อน แล้วให้นายกรัฐมนตรีนำความกราบบังคมทูล เพื่อทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ แต่งตั้ง
โดยผู้มีคุณสมบัติเหมาะสม นั่งตำแหน่งพิทักษ์ 1 มีจำนวน 4 ราย คือ พล.ต.อ.สุวัฒน์ แจ้งยอดสุข รอง ผบ.ตร. พล.ต.อ.สุชาติ ธีระสวัสดิ์ รอง ผบ.ตร. พล.ต.อ.มนู เมฆหมอก รอง ผบ.ตร. และ พล.ต.อ.ชนสิษฏ์ วัฒนวรางกูร จเรตำรวจแห่งชาติ
มีรายงานว่ายิ่งใกล้การประชุม ก.ต.ช. กระแสข่าวของผู้ที่จะได้รับการแต่งตั้งเป็น ผบ.ตร. คนที่ 12 พลิกไปพลิกมาแทบทุกสัปดาห์ จากเดิมมีชื่อ พล.ต.อ.สุวัฒน์ ที่ได้รับแรงหนุนจาก พล.ต.อ.จักรทิพย์ ชัยจินดา และ พล.อ.อภิรัชต์ คงสมพงษ์ ผบ.ทบ. ตีคู่มากับ พล.ต.อ.มนู มีโปรไฟล์ดีเป็นอดีตนายเวร พล.ต.อ.สันต์ ศรุตานนท์ อดีต ผบ.ตร. และมีสายสัมพันธ์แนบแน่นกับ พล.อ.ณรงค์พันธ์ จิตต์แก้วแท้ ผู้ช่วย ผบ.ทบ. ว่าที่ ผบ.ทบ.คนใหม่ แต่สุดท้ายชื่อของ พล.ต.อ.มนู ก็เงียบหายไป
ช่วงโค้งสุดท้ายกลับมีชื่อ พล.ต.อ.สุชาติ ธีระสวัสดิ์ ลูกชาย พล.ต.อ.แสวง ธีระสวัสดิ์ อดีตอธิบดีกรมตำรวจ เป็นนายตำรวจสายบู๊ดุดัน ด้านงานปราบปรามยาเสพติด ลุ้นสอดแทรก
อย่างไรก็ตามในสถานการณ์บ้านเมืองที่ยังมีม็อบนักศึกษา เป็นคลื่นใต้น้ำคอยเขย่าเก้าอี้รัฐบาล ทำให้ชื่อพล.ต.อ.สุวัฒน์ ที่มีความสามารถรับมือสถานการณ์ได้ ย่อมได้รับการคัดเลือกเป็นอันดับแรก
มีรายงานว่าในวันเดียวกัน เวลา 14.30 น. พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา จะเป็นประธานการประชุมคณะกรรมการข้าราชการตำรวจ หรือ ก.ตร. ครั้งที่ 7/2563 โดยมีวาระการประชุมที่น่าสนใจอาทิ พล.ต.ต.ศรายุทธ พูลธัญญะ กับพวกรวม 4 ราย ร้องทุกข์, ตร.ขอให้วินิจฉัยความในกฎ ก.ตร. ว่าด้วยการแต่งตั้งข้าราชการตำรวจ พ.ศ.2561 ข้อ 9/1 และการแต่งตั้งข้าราชการตำรวจระดับ รองผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ(รอง ผบ.ตร.)-ผู้บังคับการ (ผบก.) วาระประจำปี 2563
ทั้งนี้ในการแต่งตั้งข้าราชการตำรวจระดับ รองผบ.ตร. ลงไปถึง ผบก. วาระประจำปี 2563 มีตำแหน่งว่างในระดับ รอง ผบ.ตร.ว่าง 3 ตำแหน่ง ระดับผู้ช่วย ผบ.ตร.ว่าง 6 ตำแหน่ง ระดับผู้บัญชาการ(ผบช.) ว่าง 13 ตำแหน่ง ระดับรองผู้บัญชาการ(รอง ผบช.) ว่าง 43 ตำแหน่ง และผบก.ว่าง 77 ตำแหน่ง ดังนั้นในการแต่งตั้งนายพลวาระประจำปีนี้จะมีตำแหน่งว่างทั้งสิ้น 142 ตำแหน่ง
ระดับ รอง ผบ.ตร. คาดว่ามีการเสนอชื่อ พล.ต.อ.ชนสิษฏ์ วัฒนวรางกูร จเรตำรวจแห่งชาติ โยกมาเป็น รอง ผบ.ตร., พล.ต.ท.วิสนุ ปราสาททองโอสถ ผู้ช่วย ผบ.ตร. เป็น รอง ผบ.ตร., พล.ต.ท.ดำรงศักดิ์ กิตติประภัสร์ ผู้ช่วย ผบ.ตร. เป็น รอง ผบ.ตร. พล.ต.ท.ปิยะ อุทาโย ผู้ช่วย ผบ.ตร. เป็น จเรตำรวจแห่งชาติ
ระดับผู้ช่วย ผบ.ตร. คาดว่ามีการเสนอชื่อ พล.ต.ท.สุทิน ทรัพย์พ่วง ผบช.ก., พล.ต.ท.สราวุฒิ การพานิช ผบช.ส., พล.ต.ท.ไกรบุญ ทรวดทรง ผบช.สยศ.ตร., พล.ต.ท.ธนา ชูวงษ์ ผบช.ภ.7, พล.ต.ท.สมพงษ์ ชิงดวง ผบช.สตม., พล.ต.ท.ชินภัทร สารสิน ผบช.ปส.,พล.ต.ท.รณศิลป์ ภู่สาระ ผบช.ภาค 9
ขณะที่ระดับ ผบช. โยกสลับในระนาบเดียวกัน คาดว่ามีการเสนอชื่อ อาทิ พล.ต.ท.ภาณุรัตน์ หลักบุญ จเรตำรวจ สบ.8 โยกเป็นผบช. ภาค 3,พล.ต.ท.กรไชย คล้ายคลึง จเรตำรวจ สบ.8 โยกเป็น ผบช.ภาค 7, พล.ต.ท.สมชาย พัชรอินโต ผบช.สำนักงานกฎหมายและคดี โยกเป็น ผบช.ภาค 8, พล.ต.ท.มนตรี ยิ้มแย้ม ผบช.ภาค 2 โยกเป็น ผบช.ทท., พล.ต.ท.นิรันดร เหลื่อมศรี จเรตำรวจ สบ.8 โยกเป็น ผบช.รร.นรต.
ระดับ รอง ผบช. ที่ได้รับการเสนอชื่อเลื่อนตำแหน่งสูงขึ้นเป็น ผบช. อาทิ พล.ต.ต.ณพวัฒน์ อารยางกูร รอง ผบช.ภ.2 เป็น ผบช.ภ.2, พล.ต.ต.พีระพงศ์ วงษ์สมาน รอง ผบช.น. เป็น ผบช.ภ.4, พล.ต.ต.อิทธิพล อัจฉริยะประดิษฐ์ รอง ผบช.น. เป็น ผบช.ภ.9, พล.ต.ต.ต่อศักดิ์ สุขวิมล รอง ผบช.ก. เป็น ผบช.ก., พล.ต.ต.ธนพล ศรีโสภา รอง ผบช.ก. เป็น ผบช.ส., พล.ต.ต.ชูฉัตร ธารีฉัตร รอง ผบช.สตม. เป็น ผบช.สตม., พล.ต.ต.พรชัย เจริญวงศ์ รอง ผบช.ปส. เป็น ผบช.ปส., พล.ต.ต.สมชาย เกาสำราญ รอง ผบช.ก. ขึ้นเป็นผู้บัญชาการสืบสวนสอบสวนอาชญากรรมทางเทคโนโลยี (บช.สอท.) ซึ่งเป็นกองบัญชาการใหม่ นอกจากนี้ยังมีชื่อ พล.ต.ต.อัคราเดช พิมลศรี รอง ผบช. ภาค 3 ขยับขึ้น ผบช. ติดยศ พล.ต.ท.
ขณะที่ พล.ต.ท.ภัคพงศ์ พงษ์เภตรา ผบช.น., พล.ต.ท.อำพล บัวรับพร ผบช.ภาค 1 ,พล.ต.ท.อภิชาติ ศิริสิทธิ์ ผบช.ภาค 6, พล.ต.ท.ประจวบ วงศ์สุข ผบช.ภาค 5 ยังอยู่ที่เดิม
ระดับ ผบก. ได้รับการเสนอชื่อเลื่อนเป็น รอง ผบช. อาทิ พล.ต.ต.สำราญ นวลมา ผบก.สปพ. เป็น รอง ผบช.น. พล.ต.ต.จิรภพ ภูริเดช ผบก.ป. เป็น รอง ผบช.ก., พล.ต.ต.ศิร์ธัชเขต ครูวัฒนเศรษฐ์ ผบก.รน. เป็น รอง ผบช.ก.
ในระดับ รอง ผบก. ที่ได้รับการเสนอชื่อเลื่อนเป็น ผบก. มีรายชื่อที่น่าสนใจ อาทิ พ.ต.อ.อำนาจ ไตรพจน์ รองผู้บังคับการปฏิบัติการพิเศษ บช.ก., เลื่อนเป็น ผบก.รฟ., พ.ต.อ.ภูมินทร์ พุ่มพันธุ์ม่วง รอง ผบก.ปคม. เลื่อนเป็น ผู้บังคับการปฏิบัติการพิเศษ บช.ก., พ.ต.อ.สมควร พึ่งทรัพย์ รอง ผบก.ป. เลื่อนเป็น ผบก.รน.,พ.ต.อ.เอกราช ลิ้มสังกาศ รอง ผบก.ทล. เลื่อนเป็น ผบก.ทล., พ.ต.อ.สมบูรณ์ เทียนขาว รอง ผบก.สปพ. เลื่อนเป็น ผบก.สปพ., พ.ต.อ.ศิริวัฒน์ ดีพอ รอง ผบก.ปอท. เลื่อนเป็น ผบก.ปอท., พ.ต.อ.จรูญเกียรติ ปานแก้ว รอง ผบก.ทล เลื่อนเป็น ผบก.ปปป., พ.ต.อ.มานะ กลีบสัตบุศย์ รอง ผบก.ปคม. เลื่อนเป็น ผบก.อก.บช.ก.,พ.ต.อ.วิวัฒน์ คําชํานาญ รอง ผบก.กองสารนิเทศ เลื่อนเป็น ผบก.ประจำ บช.ก.
ส่วน ผบก. ที่โยกสลับระนาบเดียวกัน มีรายชื่อที่น่าสนใจ อาทิ พล.ต.ต.สยาม บุญสม ผู้บังคับการปฏิบัติการพิเศษ บช.ก. โยกมาเป็น ผบก.ปคม., พล.ต.ต.อุทัย กวินเดชาธร ผบก.อคฝ. โยกเป็น ผบก.น.1, พล.ต.ต.โชคชัย งามวงศ์ ผบก.น.9 โยกมาเป็น ผบก.น.8, พล.ต.ต.พิทักษ์ อุทัยธรรม ผบก.อก. บช.ก. โยกมาเป็น ผบก.ปทส., พล.ต.ต.สุวัฒน์ แสงนุ่ม ผบก.ปปป. โยกเป็น ผบก.ป.,พล.ต.ต.สำเริง สวนทอง ผบก.น.1 โยกเป็น ผบก.ภ.จว.นครปฐม,
ส่วน พล.ต.ต.เมธี รักพันธุ์ ผบก.น.6.,พล.ต.ต.ณัฐศักดิ์ เชาวนาศัย ผบก.ปคบ., พล.ต.ต.ไมตรี ฉิมเฉิด ผบก.ปอศ. อยู่ที่เดิม
มีรายงานว่าบัญชีแต่งตั้งยังไม่นิ่ง โดยเฉพาะ บช. ภาคต่างๆ สามารถปรับเปลี่ยนได้ตลอดเวลา จนกว่าการประชุม ก.ต.ช. และ ก.ตร. จะเสร็จสิ้น

