กรณีสำนักงานตรวจคนเข้าเมือง (ตม.) จับกุมนายยาซูโอะ ทะสึบากิ สัญชาติญี่ปุ่น ที่หนีมากบดานในประเทศไทย โดยทำศัลยกรรมใบหน้า หรือเฟซออฟ (Face Off) จนไม่มีใครจำได้ หลังก่อคดีปั่นหุ้นจนตลาดหลักทรัพย์ญี่ปุ่นเสียหายกว่า 4,000 ล้านบาท นั้น
เมื่อวันที่ 1 สิงหาคม ศ.นพ.สมศักดิ์ โล่ห์เลขา นายกแพทยสภา กล่าวว่า จากการที่ตำรวจได้สอบปากคำ ชายชาวญี่ปุ่นรายนี้ได้ให้ข้อมูลว่าได้ทำศัลยกรรมใบหน้าที่ประเทศไทย แต่ยังไม่ทราบว่าทำที่สถานบริการใด ส่วนที่ว่าแพทย์ผู้ทำศัลยกรรมให้แก่ผู้ที่มีคดีติดตัวจะมีความผิดหรือไม่นั้น แต่จากการพิจารณาแล้วไม่ใช่การทำศัลยกรรมเฟซออฟ เป็นเพียงการศัลยกรรมความงามเท่านั้น ซึ่งในการทำศัลยกรรมความงามที่อาจจะมีการผ่าตัดด้วยประกอบกับการถ่ายรูปต่างๆ ก็ทำให้ดูมีการเปลี่ยนแปลง ซึ่งในส่วนนี้ประเทศไทยยังไม่มีกฎระเบียบที่ดูแลเรื่องการศัลยกรรมที่ต้องมีการผ่าตัด
“ดังนั้น ขณะนี้แพทยสภาจึงได้มีการพิจารณาร่างหลักเกณฑ์การทำศัลยกรรมที่ต้องผ่าตัดให้มีความชัดเจนว่าใครสามารถทำได้บ้าง สถานที่ในการทำ เพราะการผ่าตัดคาง โหนกแก้ม เสริมจมูก เป็นต้น ล้วนมีผลทำให้ใบหน้ามีการเปลี่ยนแปลง ส่วนเรื่องการยืนยันอัตลักษณ์บุคคลในทางอาชญากรรมนั้นควรตรวจสอบลายนิวมือทั้ง 10 และตรวจรู้ม่านตา ซึ่งจะมีความชัดเจนมากกว่า” ศ.นพ.สมศักดิ์ กล่าวและว่า กระทรวงมหาดไทยได้มีการสอบถามแพทยสภาเช่นกันว่าไม่มีระเบียบหรือกฎเกณฑ์ใดในการตรวจสอบก่อนทำศัลยกรรมหรือไม่ ซึ่งขณะนี้ยังไม่มี แต่แพทยสภาอยู่ระหว่างกำลังร่างระเบียบขึ้นมาใหม่

