รมว.แรงงาน สั่งจ่าย 3 แสน ช่วย 23 ชีวิตหนีโควิด-19 จากอุซเบกิสถาน
เมื่อวันที่ 28 สิงหาคม นายสุชาติ ชมกลิ่น รัฐมนตรีว่าการกระทรวงแรงงาน เปิดเผยว่า รัฐบาลสนับสนุนให้แรงงานไทยไปทำงานต่างประเทศอย่างถูกต้องตามกฎหมาย และสมัครเข้าเป็นสมาชิกกองทุนเพื่อช่วยเหลือคนหางานไปทำงานต่างประเทศ ซึ่งจะได้รับความคุ้มครองดูแลอย่างเต็มที่ ทั้งก่อนเดินทาง ระหว่างทำงาน และเมื่อกลับจากต่างประเทศ โดยเมื่อเดินทางไปทำงานแล้วยังให้ความคุ้มครองดูแลอย่างต่อเนื่องด้วย ซึ่งกรณีของแรงงานไทยที่เดินทางกลับจากสาธารณรัฐอุซเบกิสถาน เนื่องจากผลกระทบของสถานการณ์โรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 หรือ โควิด-19 ตรวจสอบแล้วพบว่า มีแรงงานไทย 23 ราย ที่ได้สมัครเป็นสมาชิกกองทุนเพื่อช่วยเหลือคนหางานไปทำงานต่างประเทศก่อนออกเดินทาง ไปทำงานโดยการจัดส่งของบริษัทจัดหางานเวิร์ล พาวเวอร์ เซอร์วิส จำกัด ในโครงการก่อสร้างโรงงานพลังงานก๊าซธรรมชาติที่สาธารณรัฐอุซเบกิสถาน แต่ต้องเดินทางกลับประเทศไทยก่อนครบสัญญาจ้างเนื่องจากผลกระทบของสถานการณ์โควิด-19 ดังนั้น จึงเป็นผู้มีสิทธิได้รับการสงเคราะห์จากองทุนฯ
“พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม ให้ความสำคัญกับแรงงานไทยทุกคน และได้มอบหมายให้ตนดูแล ซึ่งทุกคนเหมือนคนในครอบครัว และตนที่เปรียบเสมือนหัวหน้าครอบครัวจะดูแลคนในครอบครัวทุกคนอย่างใกล้ชิด และครอบคลุมที่สุด อย่างไรก็ดี ขณะนี้พ้นระยะกักตัว14 วัน (State Quarantine) ตามมาตรการป้องกันเชื้อไวรัสโควิด-19 ของกรมควบคุมโรคแล้ว จึงเร่งประสานเพื่อมอบเงินช่วยเหลือ ซึ่งกรมการจัดหางาน (กกจ.) มีมาตรการช่วยเหลือด้วยการจ่ายเงินสงเคราะห์ให้กับแรงงานไทย ที่เป็นสมาชิกกองทุนเพื่อช่วยเหลือคนหางานไปทำงานในต่างประเทศ และได้รับผลกระทบจากสถานการณ์การแพร่ระบาดของโรคโควิด -19 ทำให้ต้องเดินทางกลับประเทศไทยก่อนสิ้นสุดสัญญาจ้างงาน โดยได้รับเงินสงเคราะห์ตามระเบียบกระทรวงแรงงาน ว่าด้วยการบริหารกองทุนเพื่อช่วยเหลือคนหางานไปทำงานในต่างประเทศ พ.ศ.2549 ข้อ 5 (2) (ฉ) รายละ 15,000 บาท รวมเป็นจำนวนทั้งสิ้น 345,000 บาท” นายสุชาติ กล่าว
ด้านนายสุชาติ พรชัยวิเศษกุล อธิบดีกรมการจัดหางาน (กกจ.) กล่าวว่า กกจ.มีเจ้าหน้าที่เฝ้าระวัง ติดตาม และตรวจสอบการเดินทางไปทำงานของคนหางานอย่างใกล้ชิด ซึ่งการไปทำงานต่างประเทศอย่างถูกต้องตามกฎหมาย มี 5 วิธี ได้แก่ 1.บริษัทจัดหางานจัดส่งไป 2.กกจ.จัดส่ง 3.เดินทางไปทำงานด้วยตัวเอง 4.นายจ้างในประเทศไทยพาลูกจ้างไทยไปทำงาน และ 5.นายจ้างในประเทศไทยส่งลูกจ้างไทยไปฝึกงาน อย่างไรก็ดี ขอให้ตระหนักถึงความสำคัญในการสมัครเป็นสมาชิกกองทุนเพื่อช่วยเหลือคนหางานไปทำงานต่างประเทศ เพื่อจะได้รับการคุ้มครอง ดูแล ตามกฎหมาย ดังเช่น กรณีของแรงงานไทยในอุซเบกิสสถาน ซึ่งแรงงานไทยที่เป็นสมาชิกกองทุน ก็จะได้รับความช่วยเหลือตามสิทธิ ส่วนแรงงานไทยที่ลักลอบไปทำงาน นอกจากจะต้องอยู่อย่างลำบากและต้องหลบซ่อนแล้ว ยังถูกเอารัดเอาเปรียบอีกด้วย
โดยผู้สนใจเดินทางไปทำงานต่างประเทศสอบถามรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ สำนักงานจัดหางานจังหวัดทุกจังหวัด สำนักงานจัดหางานกรุงเทพมหานครพื้นที่ 1-10 หรือที่สายด่วนกระทรวงแรงงาน โทร.1506 กด 2

