รมว.ทส. ปล่อยสัตว์ป่าสู่ธรรมชาติ สืบสานพระราชปณิธานในหลวง ร.10 อุทยาน ผุดแนวคิดฟื้นประชากรเสือป่าภูเขียว- เขาใหญ่

29.08.20 | 15:36 น.

“รมว.ทส.”ปล่อยสัตว์ป่าคืนสู่ธรรมชาติ สืบสานพระราชปณิธานในหลวง ร.10 “อุทยาน”ผุดแนวคิดฟื้นประชากรเสือป่าภูเขียว- เขาใหญ่แผนระยะยาว 20 ปี

เมื่อวันที่ 29 สิงหาคม ที่ทุ่งกระมัง เขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าภูเขียว จ. ชัยภูมิ นายวราวุธ ศิลปอาชา รมว.ทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม เป็นประธานเปิดโครงการปล่อยสัตว์ป่าคืนสู่ธรรมชาติ “ส่งสัตว์ป่าคืนวนา เพื่อป่าสมบูรณ์” โดยมีนายจตุพร บุรุษพัฒน์ ปลัดกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม นายธัญญา เนติธรรมกุล อธิบดีกรมอุทยาน แห่งชาติ สัตว์ป่า และพันธุ์พืช พร้อมคณะผู้บริหารกระทรวงทรัพยากรฯ เข้าร่วม

นายธัญญา กล่าวว่า เขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าภูเขียว เป็นพื้นที่ป่าที่มีความอุดมสมบูรณ์แห่งหนึ่งของประเทศไทย เป็นแหล่งที่อยู่อาศัยของสัตว์ป่านานาชนิด ทั้งที่เป็นสัตว์ป่า ดั้งเดิมของพื้นที่และสัตว์ป่าที่เกิดจากการปล่อยคืนสู่ธรรมชาติ เพื่อเป็นการสืบสานพระราชปณิธานในการอนุรักษ์สัตว์ป่าของ พระบาทสมเด็จพระปรเมนทรรามาธิบดีศรีสินทรมหาวชิรา ลงกรณ พระวชิรเกล้าเจ้าอยู่หัว กรมอุทยานฯจึงได้จัดทำโครงการในครั้งนี้ขึ้น โดยมีวัตถุประสงค์เพื่อ อนุรักษ์สายพันธุ์แท้และเพิ่มความหลากหลายทางชนิดพันธุ์ของสัตว์ป่าในพื้นที่เขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าภูเขียว มีสัตว์ป่าที่ปล่อยคืนสู่ธรรมชาติ ได้แก่ ละองหรือละมั่งพันธุ์ไทย  7 ตัว เนื้อทราย 20 ตัว เก้ง 10 ตัว นกยูงไทย 23 ตัว ไก่ฟ้าพญาลอ จำนวน 200 ตัว และไก่ฟ้าหลังขาว 100 ตัว รวมทั้งสิ้น 360 ตัว ซึ่งได้คัดเลือกสัตว์ป่าจากสถานีเพาะเลี้ยง สัตว์ป่าภูเขียว ที่มีสุขภาพสมบูรณ์เป็นสายพันธุ์ที่เหมาะสมกับพื้นที่และมีการเตรียมความพร้อมปรับสภาพให้สัตว์ป่าสามารถ ดำรงชีวิตในธรรมชาติได้ พร้อมทั้งได้เก็บตัวอย่างเลือดเพื่อตรวจโรค การติดเครื่องหมายประจาตัวสัตว์เพื่อศึกษาและติดตามตัว และพฤติกรรมสัตว์ป่าหลังปล่อยคืนสู่ธรรมชาติด้วย

ด้านนายวราวุธ  กล่าวว่า นับเป็นพระมหากรุณาธิคุณ อย่างหาที่สุดมิได้ที่พื้นที่แห่งนี้ พระบาทสมเด็จพระปรเมนทรรามาธิบดีศรีสินทรมหาวชิราลงกรณ พระวชิรเกล้าเจ้าอยู่หัว และ สมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ พระบรมราชชนนีพันปีหลวง เสด็จมาทรงปล่อยเนื้อทรายคืนสู่ธรรมชาติจนในปัจจุบัน ได้สืบต่อสายพันธุ์และกระจายออกไปมากขึ้น ซึ่งการปล่อยสัตว์ป่าคืนสู่ธรรมชาตินอกจากจะเป็นวิธีที่จะช่วยอนุรักษ์สัตว์ป่าแล้ว ยัง เป็นการให้อิสรภาพแก่สัตว์ที่เพาะเลี้ยงไว้ให้สามารถดารงชีพได้ตามธรรมชาติ และเพิ่มความอุดมสมบูรณ์แก่ระบบนิเวศให้ผืนป่าแห่งนี้ต่อไป

นายวราวุธ กล่าวว่า ปัจจุบันมีการเพิ่มจำนวนของละองหรือละมั่งในสถานีเพาะเลี้ยงจำนวน 50-60 ตัว และคาดว่าอีกไม่นานน่าจะมีจำนวนถึง 100 ตัว ที่คาดว่าจะปล่อยกลับคืนสู่ธรรมชาติได้ อย่างไรก็ตามก่อนหน้านี้มีการประสานกับประเทศเพื่อนในการขอละองหรือละมั่ง เพื่อมาผสมพันธุ์กับของประเทศไทย เนื่องจากที่ผ่านมาหลายพื้นที่เกิดปัญหาเลือดชิด แต่ติดปัญหาการแพร่ระบาดของโรคโควิด ซึ่งเมื่อสถานการณ์เข้าสู่ภาวะปกติจะเจรจากับประเทศเพื่อนบ้านเพื่อดำเนินการเรื่องนี้ต่อไป

ด้านนายชัชวาล อินทุมาร หัวหน้าเขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าภูเขียว กล่าวว่า พื้นที่เขตรักษาพันธุ์ฯภูเขียว เป็นพื้นที่ๆมีศักยภาพในการปล่อยสัตว์ป่ากลับคืนสู่ธรรมชาติและประสบผลสำเร็จในการดำเนินการเพิ่มประชากรสัตว์ป่า ซึ่งในอนาคตหากสัตว์กีบจำพวกเก้ง กวาง มีจำนวนเพิ่มมากขึ้นก็ต้องมีการจัดการในเรื่องสัตว์ผู้ล่าให้มีความเหมาะสม โดยขณะนี้ผู้ล่าหลักในป่าคือหมาไนที่เป็นตัวควบคุมประชากรสัตว์กีบ ทั้งนี้จากการประชุมวิชาการในระดับกรมอุทยานฯ มีแนวคิดในการปล่อยเสือโคร่งคืนสู่ป่าธรรมชาติ โดยเป็นแผนระยะยาว 20 ปี จากปี 2563-2583 ซึ่งพื้นที่ที่มีศักยภาพสูงคือเขตรักษาพันธุ์ฯ ภูเขียว และอุทยานฯ เขาใหญ่ เนื่องจากเคยมีรายงานการพบร่องรอยเสือมาก่อนอยู่แล้ว

Advertisement