“ดร.เกรียงศักดิ์”ถาม กทม. ศึก“ป้อมมหากาฬ” ทำไมต้องจบแบบ ‘เจ็บ’? ฟันธง ภาพลักษณ์ติดลบ เหตุใช้อำนาจ-ไม่ฟังเสียงปชช.

1.08.16 | 18:34 น.
ภาพจากเฟซบุ๊ก Dr.Kriengsak Chareonwongsak เกรียงศักดิ์ เจริญวงศ์ศักดิ์

เมื่อวันที่ 1 ส.ค. ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ดร.เกรียงศักดิ์ เจริญวงศ์ศักดิ์ นักวิชาการอาวุโส มหาวิทยาลัยฮาร์วาร์ด อดีตผู้สมัครรับเลือกตั้งผู้ว่าราชการกรุงเทพ พ.ศ. 2551 ได้โพสต์ข้อความในเฟซบุ๊ก โดยเป็นการแสดงความคิดเห็นต่อกรณีรื้อชุมชนป้อมหมากาฬ เขตพระนคร เพื่อสร้างสวนสาธารณะตามแผนแม่บท เมื่อราว 50 ปีก่อน ซึ่งยืดเยื้อมานานถึง 24 ปี เนื้อหาโดยสรุปกล่าวว่า การที่กทม.ยังคงดึงดันที่จะใช้อำนาจในการให้ชุมชนย้ายออกจากพื้นที่ เรื่องคงไม่จบโดยง่าย เพราะทั้งชุมชนและกลุ่มนักวิชาการหลายฝ่ายได้ออกมาคัดค้าน แต่หากรื้อจริงๆ จะต้อง ‘เจ็บ’ ทุกฝ่าย กล่าวคือ กทม. เสียภาพลักษณ์ ประชาชนจะมองว่าใช้อำนาจโดยไม่ฟังเสียงประชาชน ทางที่ดีควรถอย 1 ก้าวแล้วพูดคุยแบบ ‘อารยสนทนา’ อย่ายึดติดอำนาจตามกฎหมายมากเกินไป  ส่วนชาวบ้าน เจ็บที่ต้องย้ายออกจากบ้านเกิด สำหรับคนกรุงเทพหรืออาจรวมถึงคนไทย ต้องเจ็บที่เสียชุมชนประวัติศาสตร์ที่เก่าแก่ที่สุดแห่งหนึ่งของกรุงเทพไป

ข้อความมีดังนี้

ข้อสรุปจากการประชุมคณะทำงานพัฒนาพื้นที่ป้อมมหากาฬของ กทม. ล่าสุด เมื่อวันที่ 22 กค.ที่ผ่านมา
ผลปรากฏว่า กทม.ยังคงยืนยันความจำเป็นในการปฏิบัติตามกฎหมายเช่นเดิม โดยให้ชุมชนย้ายออกจากพื้นที่ภายในต้นเดือนกันยายนที่จะถึงนี้
ตั้งแต่ปี 2535 นับตั้งแต่ กทม.ประกาศพระราชกฤษฎีกาเวนคืนที่ดินบริเวณนี้ เพื่อสร้างเป็นสวนสาธารณะ ตามโครงการปรับปรุงเกาะรัตนโกสินทร์
แม้ชาวชุมชนส่วนใหญ่ต่อสู้คัดค้านและพยายามนำเสนอเงื่อนไขเพื่อให้อยู่ร่วมกับสวนสาธารณะได้
แต่ กทม.ก็ยังยืนยันตามเดิม โดยอ้างอำนาจทางกฎหมาย

ผมเข้าใจทั้ง กทม.และชุมชนฯ เพราะทั้ง 2 ฝ่าย ต่างยืนบนหลักที่ “ถูกต้อง”
แต่หาก กทม.ยังคงดึงดันความเป็น “ผู้ชนะ” โดยอ้างอำนาจเช่นนี้ เรื่องนี้คงไม่จบง่าย ๆ

ชุมชนและกลุ่มต่าง ๆ ที่ไม่เห็นด้วย ต้องออกมาคัดค้านเช่นที่ผ่านมา เพราะมองว่า การไล่รื้อชุมชนเก่าแก่ตั้งแต่สมัยรัชกาลที่ 3 เพื่อสร้างสวนสาธารณะ แทนที่จะอยู่ร่วมกัน
เป็นการตัดสินใจที่ไม่สมเหตุสมผล
หรือแม้ว่า ท้ายสุดแล้ว กทม.จะทำสำเร็จ แต่ก็เป็นการ จบแบบ ‘เจ็บทุกฝ่าย’

Advertisement

ชาวชุมชนป้อมหากาฬ ‘เจ็บ’
…เพราะต้องย้ายออกจากพื้นที่ที่อยู่อาศัยมาตั้งแต่เกิด

กทม. ‘เจ็บ’
…เพราะภาพลักษณ์ที่ติดลบ จากความไม่พอใจของประชาชนที่เห็นว่า กทม.มุ่งใช้อำนาจเพื่อเอาชนะมากกว่ารับฟังเสียงประชาชน

คนกรุงเทพฯ (อาจรวมถึงคนไทย) ‘เจ็บ’

…เพราะเสียใจที่ต้องเสียชุมชนประวัติศาสตร์ที่เก่าแก่ที่สุดแห่งหนึ่งในกรุงเทพฯ ไป

ทางที่ดีกว่า กทม.ควรลดการยึดติดกับอำนาจตามกฎหมาย และเปิดใจพูดคุยกับชาวชุมชนเพื่อร่วมกันหาจุดจบ แบบ happy ending หรือ win-win ทุกฝ่าย
ผมเสนอว่า ผู้มีส่วนได้ส่วนเสียทุกฝ่ายควรร่วมกันเข้าสู่กระบวนการ “อารยสนทนา”

ดร.เกรียงศักดิ์ เจริญวงศ์ศักดิ์
ดร.เกรียงศักดิ์ เจริญวงศ์ศักดิ์

อารยสนทนา เป็นคำที่ผมได้สร้างขึ้น หมายถึง
การสนทนาพูดคุยกันในทุกระดับ มีเป้าหมายเพื่อหาข้อตกลงหรือจุดยืนที่ยอมรับร่วมกัน
โดยมีหลักปรัชญาอารยะกำกับ ประกอบด้วย 12 ขั้นตอน
1. อารยสดับ – รับฟังกัน ด้วยใจเป็นธรรม
2. อารยปุจฉา – ตั้งคำถาม เพื่อนำไปสู่ความเข้าใจกันให้กระจ่าง
3. อารยปริทัศน์ – แต่ละฝ่ายนำเสนอมุมมองต่อประเด็นที่สนทนา
4. อารยถกแถลง – นำมุมมองที่แตกต่างมาร่วมกันถกแถลง ให้ชัดเจน ลึกซึ้ง และครบถ้วน
5. อารยพิจารณา – ร่วมกันพิจารณาสิ่งที่ถกแถลงอย่างรอบคอบ
6. อารยวาที – แต่ละฝ่ายนำเสนอเหตุผลสนับสนุนจุดยืนของตน และฟังอีกฝ่ายด้วยใจกว้าง
7. อารยปรึกษา – ปรึกษาหารือ เพื่อตัดสินใจเลือก อย่างมีหลักเกณฑ์ หลักการ และหลักฐาน
8. อารยเสวนา – นำข้อสรุปมาเสวนากัน แลกเปลี่ยนเรียนรู้ระหว่างกัน เพื่อเข้าใจตรงกัน
9. อารยญัตติ – เสนอญัตติเพื่อกำหนดทิศทางที่ชัดเจน
10. อารยมติ – ลงคะแนนเสียงชี้ขาด เพื่อยอมรับหรือปฏิเสธข้อเสนอใดข้อเสนอหนึ่ง
11. อารยวิสัชนา – ตอบสนองต่อมติที่เกิดขึ้น พร้อมรับผลที่เกิดขึ้น
12. อารยพันธกิจ – ปฏิบัติตามมติที่ตกลงกันไว้

ผมเชื่อว่า กทม.และชุมชนสามารถหาทางออกร่วมกันได้ หาก กทม.จะยอมถอยมาก้าวหนึ่ง และยินดีตั้งวงอารยสนทนา

ซึ่งย่อมนำไปสู่บทสรุปสุดท้ายที่ดีกว่าใช้อำนาจกฎหมายเข้าข่มขืนฝืนใจกัน…

#‎ป้อมมหากาฬ‬ ‪#‎ไล่รื้อชุมชน‬ ‪#‎กทม‬ ‪#‎อารยสนทนา‬ ‪#‎คนกรุง‬ ‪#‎ชุมชน‬ ‪#‎เจ็บ‬ ‪#‎ทางที่ดีกว่า‬ ‪#‎winwin‬ ‪#‎happyending‬ ‪#‎drdancandoarticle‬