สธ.-สปสช.ยันวัคซีนมะเร็งปากมดลูกยังจำเป็น เร่งหาเหตุ ดญ.11ขวบตาย

31.08.20 | 15:27 น.
สธ.-สปสช.ยันวัคซีนมะเร็งปากมดลูกยังจำเป็น เร่งหาเหตุ ดญ.11ขวบตาย

เมื่อวันที่ 31 สิงหาคม นพ.จินดา โรจนเมธินทร์ ผู้อำนวยการสถาบันมะเร็งแห่งชาติ กล่าวถึงกรณีมีข่าวเด็กหญิงอายุ 11 ปี ใน จ.พระนครศรีอยุธยา รับการฉีดวัคซีนป้องกันมะเร็งปากมดลูก และเกิดอาการผิดปกติกระทั่งเสียชีวิต ต่อมาครอบครัวได้เรียกร้องความเป็นธรรม เพราะเชื่อว่าเป็นผลมาจากการฉีดวัคซีนและเป็นการฉีดในช่วงที่เด็กเป็นไข้ ว่า โดยหลักการฉีดวัคซีนป้องกันมะเร็งปากมดลูกเหมือนการฉีดวัคซีนทั่วไป คือ จะไม่ฉีดในช่วงที่ร่างกายไม่สบาย หรือมีอาการไข้สูง ส่วนสถิติการพบโรคมะเร็งปากมดลูกในเพศหญิง มีการคาดการณ์ว่าในปี 2563 จะมีผู้ป่วยด้วยมะเร็งชนิดนี้กว่า 5,500 ราย คิดเป็นอุบัติการณ์ 9.3 รายต่อ 1 แสนประชากร และแต่ละปีมีอัตราการเสียชีวิตปีละ 2,200 ราย ซึ่งถือว่าเป็นจำนวนที่สูง

“สมัยก่อนมีอัตราที่สูงกว่านี้ แต่ในช่วง 10 ปีที่ผ่านมา มีการรณรงค์ให้ตรวจคัดกรองมะเร็งปากมดลูก ซึ่งเป็นการหาความผิดปกติเพื่อทำการรักษาทำให้ช่วงหลังมีจำนวนผู้ป่วยด้วยมะเร็งปากมดลูกลดลง ซึ่งทำให้มะเร็งปากมดลูกจากเป็นที่ 1 ของมะเร็งในเพศหญิงก็เป็นที่ 3 หรือ 4 สลับกันในแต่ละปี สถานการณ์ดีขึ้น และมีข้อมูลทางวิชาการพบว่า ไวรัสเอชพีวี (Human Papillomavirus: HPV) เป็นสาเหตุที่ก่อให้เกิดมะเร็งปากมดลูกได้ จึงมีการคิดค้นวัคซีนขึ้น แต่ไวรัสนั้นจะมีหลายตัว วัคซีนนี้ป้องกันจึงเน้นในตัวที่ 16 และ 18 ซึ่งเป็นไวรัสที่ก่อให้เกิดมะเร็งปากมดลูก” นพ.จินดา กล่าว

ผู้สื่อข่าวถามว่า การฉีดวัคซีนป้องกันมะเร็งปากมดลูกมีความจำเป็นหรือไม่ นพ.จินดา กล่าวว่า วัคซีนเป็นมาตรฐานของการป้องกันโรค ควรฉีด เพราะเป็นมะเร็งที่พบได้บ่อยในเพศหญิง แต่วัคซีนมีผลข้างเคียงน้อยมาก จึงคิดว่าวัคซีนไม่ใช่สาเหตุของการเสียชีวิต ซึ่งจะต้องไปหาข้อมูลในกรณีการเสียชีวิตดังกล่าวอีกครั้ง อย่างไรก็ตาม ยืนยันว่า การฉีดวัคซีนป้องกันมะเร็งปากมดลูกมีความจำเป็น และควรฉีด

ด้าน นพ.ณรงค์ ถวิลวิสาร รองนายแพทย์สาธารณสุขจังหวัด (สสจ.) พระนครศรีอยุธยา กล่าวว่า ขอแสดงความเสียใจกับเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น ขณะนี้ดำเนินการพูดคุย เยียวยาผู้เสียหาย ส่วนการสอบสวนโรคนั้นได้ประสานสำนักงานควบคุมป้องกันโรคที่ 4 (สคร.) สระบุรี เข้ามาร่วมสอบสวนโรคแล้ว เบื้องต้นแพทย์ระบุว่าเสียชีวิตจากภาวะหัวใจล้มเหลว ขณะนี้อยู่ระหว่างการรอผลการชันสูตรสาเหตุจากโรงพยาบาล (รพ.) ธรรมศาสตร์ ซึ่งต้องใช้เวลาระยะหนึ่ง

นพ.ณรงค์ กล่าวว่า นอกจากนี้ เบื้องต้นจากข้อมูลในพื้นที่ไม่ได้รับรายงานว่าผู้เสียชีวิตมีโรคประจำตัวแต่อย่างใด และอยู่ระหว่างการตรวจสอบเวชระเบียน ประวัติการให้บริการฉีดวัคซีนป้องกันมะเร็งปากมดลูกในพื้นที่มาพิจารณาอีกครั้ง อย่างไรก็ตาม ที่ผ่านมา พื้นที่มีการฉีดวัคซีนป้องกันมะเร็งปากมดลูกให้กับนักเรียนหญิงระดับประถมศึกษามาแล้วหลายครั้ง ยังไม่พบว่ามีรายงานการเสียชีวิต ส่วนผลข้างเคียงมีรายงานบ้างว่าเกิดผื่นแดง เป็นลม แต่ก็ไม่ได้มีมาก และจากข้อมูลของกรมควบคุมโรคก็ไม่พบรายงานการเสียชีวิตจากการฉีดวัคซีนป้องกันมะเร็งปากมดลูกแต่อย่างใด

Advertisement

ทางด้าน นพ.ธนรักษ์ ผลิพัฒน์ รองอธิบดีกรมควบคุมโรค กล่าวว่า โดยทั่วไปจะมีระบบเฝ้าระวังอาการไม่พึงประสงค์จากการใช้วัคซีน ไม่ว่าอาการจะรุนแรงแค่ไหน ไม่ว่าจะเกี่ยวหรือไม่เกี่ยว เช่น เพิ่งฉีดวัคซีนออกไปจาก รพ.แล้วโดนรถชน ก็จะมีรายงานเข้ามา แล้วจะมีทีมลงไปสอบสวนว่า เหตุการณ์ที่เกิดขึ้นเกี่ยวกับวัคซีนหรือไม่ และจะคณะกรรมการอิสระที่เป็นผู้เชี่ยวชาญทบทวนและให้ความเห็นอีกขั้นหนึ่งว่า เหตุการณ์อะไรเกิดขึ้นจากวัคซีน ทำให้วัคซีนในประเทศมีความปลอดภัยมากเรื่อยๆ ดังนั้น กรณีนี้ที่ว่าเกิดอาการแน่นหน้าอก อาเจียน ก็ต้องลงไปสอบสวนว่าเกิดจากอะไร จากวัคซีนหรือไม่

นพ.ธนรักษ์ กล่าวว่า สำหรับวัคซีนเอชพีวีแทบไม่เคยมีรายงานเหตุการณ์รุนแรง ทั้งนี้ โอกาสที่วัคซีนจะมีความเสี่ยงและทำให้เกิดอันตรายถึงชีวิตค่อนข้างต่ำมาก บางตัวในอดีตอาจเคยมีประวัติว่าสามารถก่อให้เกิดผลข้างเคียงรุนแรงได้ แต่หลักคิดในการเลือกเอาวัคซีนมาใช้ คือ ปลอดภัยเป็นอันดับแรก ป้องกันโรคได้ ความเสี่ยงที่จะเกิดขึ้นน้อยมากเมื่อเทียบกับผลลัพธ์ทางสุขภาพในภาพรวมที่จะเกิดขึ้น ซึ่งก่อนที่จะนำวัคซีนตัวนี้มาขึ้นทะเบียนแล้วใช้ ก็มีโครงการนำร่องในบางจังหวัด ก่อนที่จะลงโครงการทั้งประเทศ ก็มีเด็กรับวัคซีนจำนวนมาก แต่ไม่ได้มีรายงานว่ามีปัญหา

ด้าน นพ.สุรโชค ต่างวิวัฒน์ รองเลขาธิการคณะกรรมการอาหารและยา (อย.) กล่าวว่า ปัจจุบันไม่เฉพาะในประเทศไทย แต่ทั่วโลกยังไม่มีรายงานว่ามีผู้เสียชีวิตจากวัคซีนเอชพีวี ส่วนใหญ่ผลข้างเคียงจากวัคซีนตัวนี้ คือ ปวดบวมเล็กน้อย ไข้ก็ยังแทบไม่พบ ซึ่งกรณีที่เกิดขึ้นก็คงต้องไปดูความสัมพันธ์อื่นๆ โดยปกติเมื่อเกิดเหตุการณ์ความผิดปกติจากการใช้วัคซีนจะมีทีมจากกรมควบคุมโรคและ อย. ลงไปดูว่าเกิดจากอะไร ไปติดตามดู ต้องเอาข้อมูลให้เต็มที่ เกี่ยวข้องกับวัคซีนหรือไม่ เพราะไม่ใช่เฉพาะบ้านเรา วัคซีนทุกอันถ้ามีปัญหาต้องถูกรายงานไปทั่วโลก ก็คงส่งทีมลงไปติดตาม

“ตามปกติในยามีโอกาสเกิดการแพ้ ช็อก และเสียชีวิตได้ แต่ในวัคซีนตามปกติก่อนที่จะทดลองการใช้ จะทดลองไม่ให้เกิดปัญหาตรงนี้ แม้ในทฤษฎีมีโอกาสเป็นได้ แต่ก็ไม่เคยมีรายงานมาก่อน ซึ่งก่อนหน้าที่จะมีโควิด-19 วัคซีนแต่ละตัวใช้เวลาศึกษาทดลองไม่ต่ำกว่า 5 ปี ทั้งในสัตว์ ในคนทั้ง 3 ระยะ เพื่อให้เกิดความปลอดภัยจริงๆ เพราะต้องเอามาใช้กับร่างกายมนุษย์ ไม่ได้ถูกปล่อยออกมาง่ายๆ หากใช้แล้วเกิดอันตรายคงไม่คุ้มแน่นอน อย่างไรก็ตาม วัคซีนเอชพีวีมีการใช้ในต่างประเทศมานานมาก ซึ่งกว่าจะมาขึ้นทะเบียนในไทย หรือขึ้นบัญชียาหลักแห่งชาติ ใช้เวลาเป็น 10 ปี เพราะเรามีการศึกษา ติดตามดูความปลอดภัยและความคุ้มค่าจากคนอื่นนานมาก เนื่องจากวัคซีนมีราคาแพง” นพ.สุรโชค กล่าว

วันเดียวกัน นพ.ศักดิ์ชัย กาญจนวัฒนา เลขาธิการสำนักงานหลักประกันสุขภาพแห่งชาติ (สปสช.) กล่าวว่า ขณะนี้ยังต้องรอการสอบสวนโรค ตามหลักวิชาการจากกรมควบคุมโรค สธ. และผลการชันสูตรศพ เพื่อดูสาเหตุการเสียชีวิตที่แท้จริงจาก รพ.ธรรมศาสตร์ เบื้องต้นจากการตรวจสอบวัคซีนที่ให้กับเด็กหญิงคนดังกล่าว พบว่าในวัคซีน 1 ขวด สามารถฉีดได้ถึง 5 คน และในขวดของวัคซีนเด็กหญิงที่เสียชีวิตรายนี้ พบว่ามีการฉีดในเพื่อนๆ อีก 4 คน ไม่พบปัญหา ทั้งนี้ สปสช.ยังไม่มีแนวคิดเรื่องการระงับการฉีดวัคซีนมะเร็งปากมดลูกในเด็ก จนกว่าจะได้ข้อสรุปที่ชัดเจน

“เบื้องต้นการดำเนินฉีดวัคซีนมะเร็งปากมดลูก มีการพิจารณาคัดเลือกวัคซีนที่มีความปลอดภัย และผู้รับวัคซีนต้องรับต่อเนื่อง 2 เข็ม ซึ่งเด็กหญิงที่เสียชีวิตคนดังกล่าวผ่านการรับวัคซีน ในเข็มที่ 1 ไปแล้วไม่พบปัญหา ทั้งนี้กระบวนการการฉีดวัคซีนป้องกันมะเร็งปากมดลูก ทางสปสช. ได้ทำการจัดซื้อวัคซีนจะฉีดให้กับเด็กหญิงชั้นป.5 ทั่วประเทศมากกว่า 3-4 ปี แล้วเฉลี่ยปีละประมาณ 300,000 – 400,000 รายต่อปี” นพ.ศักดิ์ชัย กล่าว