ตร.รับมือจราจร แก้รถติด ลดอุบัติเหตุ เน้นบังคับใช้ กม. 10 ข้อหาหลัก ช่วงหยุดยาว 4-7 ก.ย.นี้

1.09.20 | 15:34 น.

เมื่อวันที่ 1 กันยายน พล.ต.ท.ดำรงศักดิ์ กิตติประภัสร์ ผู้ช่วยผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ เป็นประธานการประชุมผ่านวิดีโอคอนเฟอเรนซ์ กำชับการปฏิบัติของเจ้าหน้าที่ตำรวจจราจรทุกนายเพื่อเตรียมความพร้อมในการอำนวยความสะดวกด้านการจราจร ในช่วงวันหยุดชดเชยวันสงกรานต์ ระหว่างวันที่ 4-7 กันยายน 2563 เนื่องจากขณะนี้อยู่ในช่วงฤดูฝนและน้ำท่วมขังในหลายพื้นที่ ประกอบกับสถานการณ์การติดเชื้อไวรัสโควิด-19 ภายในประเทศอยู่ในสภาวะคลี่คลายลง ประชาชนดำเนินชีวิตประจำวันตามปกติ มีการใช้รถใช้ถนนมากยิ่งขึ้น และทำให้การจราจรติดขัดมีอุบัติเหตุทางถนนเพิ่มมากขึ้น


พล.ต.ท.ดำรงศักดิ์กล่าวว่า จำนวนการเกิดอุบัติเหตุช่วงเมษายน-พฤษภาคม ลดลง แต่ช่วงนี้เริ่มกลับมาเป็นปกติแล้ว โดยเฉพาะช่วงหยุดยาว คาดว่ามีประชาชนเดินทางจำนวนมาก โดยเฉพาะวันที่ 3-4 กันยายน ซึ่งกำชับให้เตรียมความพร้อมด้านกำลังพล อุปกรณ์เครื่องมือ และระบบการสื่อสารเพื่ออำนวยความสะดวกด้านการจราจรให้ประชาชนสามารถเดินทางกลับภูมิลำเนา หรือท่องเที่ยวได้อย่างสะดวกและปลอดภัย โดยมีตำรวจทางหลวงเป็นหน่วยหลัก บูรณาการร่วมกับหน่วยงานอื่นพร้อมกำชับตำรวจท้องที่ควบคุมสัญญาณไฟจราจรโดยไม่ใช้ระบบอัตโนมัติ เพื่อระบายรถในจุดที่จราจรหนาแน่น

พร้อมกันนี้มีการดำเนินการอำนวยความสะดวกเกี่ยวกับการใช้รถและถนนสำหรับประชาชน โดยออกข้อบังคับหัวหน้าเจ้าพนักงานจราจรทั่วราชอาณาจักร ว่าด้วยการกำหนดช่องหรือแนวทางเดินรถขึ้นและล่องในถนนบางสาย ห้วงวันหยุดต่อเนื่อง พ.ศ.2563 (ขาขึ้น 11 จุด ระหว่าง 3-5 กันยายน และขาล่อง จำนวน 18 จุด ระหว่าง 6-8 กันยายน) ใช้เป็นช่องทางพิเศษ เพื่อระบายรถช่วงที่หนาแน่นให้คล่องตัว บังคับใช้กฎหมายอย่างเข้มงวด โดยบังคับใช้กฎหมายจราจร 10 ข้อหาหลัก (10 รสขม) และ พ.ร.บ.เครื่องดื่มแอลกอฮอล์ พ.ศ.2551 อย่างเข้มงวด จริงจัง และต่อเนื่อง นำฐานข้อมูลการเกิดอุบัติเหตุที่ผ่านมากำหนดจุดเสี่ยง เพื่อกำหนดมาตรการในการตั้งจุดตรวจ เพื่อป้องกันอุบัติเหตุจากการเมาแล้วขับ การสวมหมวกนิรภัย และจัดชุดเคลื่อนที่เร็วให้มากที่สุดในแต่ละพื้นที่ ไปกวดขันวินัยการจราจรบริเวณถนนสายรองที่เกิดอุบัติเหตุ ทั้งนี้ ตร.กำชับการกวดขันจับกุมการจำหน่ายแอลกอฮอล์ในเวลาห้าม และสถานที่ห้ามจำหน่าย กรณีเกิดอุบัติเหตุจราจร เป็นเหตุให้มีผู้บาดเจ็บหรือเสียชีวิต จะตรวจวัดแอลกอฮอล์ผู้ขับขี่ทุกฝ่าย และดำเนินคดีอย่างเฉียบขาดกับผู้กระทำผิด กรณีเมาแล้วขับหรือแข่งรถในทางจนเป็นเหตุให้มีผู้บาดเจ็บสาหัสหรือถึงแก่ความตาย

นอกจากนี้ เจ้าหน้าที่ตำรวจมีชุดสายตรวจร่วมกับฝ่ายปกครอง สาธารณสุข และเจ้าหน้าที่ทหาร ออกตรวจสถานีขนส่ง ท่ารถโดยสาร เพื่อกำกับดูแลและตรวจสอบการขนส่งผู้โดยสารที่เป็นการขนส่งสาธารณะทุกประเภท โดยต้องมีการจัดระบบและระเบียบต่างๆ และลดความแออัดของผู้โดยสารให้เป็นไปตามมาตรการป้องกันโรคตามที่ทางราชการกำหนด

Advertisement

ผู้ช่วย ผบ.ตร.กล่าวว่า ในส่วนของรถจักรยานยนต์ หรือบิ๊กไบค์ ที่มีการรวมตัวกันเป็นกลุ่มก้อนนั้น ทางเจ้าหน้าที่มีการติดตาม โดยเฉพาะทางโซเชียลมีเดียที่พบว่ามีอุบัติเหตุเกิดขึ้น ซึ่งเน้นการตั้งจุดตรวจจุดสกัด ป้องกันการรวมกลุ่ม เพราะเสี่ยงต่อการเกิดอุบัติเหตุ อีกทั้งผู้ขับขี่เสี่ยงถูกดำเนินคดีหลายข้อหา

อย่างไรก็ตาม ขอประชาสัมพันธ์ให้สื่อมวลชนและประชาชนทราบถึงแนวทางการดำเนินการและมาตรการต่างๆ ที่สำนักงานตำรวจแห่งชาตินำมาบังคับใช้เพื่อประโยชน์สุขแก่สังคมโดยรวม และขอความร่วมมือประชาชนให้ตรวจเช็กสภาพรถ เครื่องยนต์ สภาพอากาศ และเส้นทางก่อนออกเดินทาง ทั้งนี้ สำนักงานตำรวจแห่งชาติมีความพร้อมสำหรับการอำนวยความสะดวกการจราจรให้ประชาชนเดินทางกลับภูมิลำเนาหรือท่องเที่ยวโดยสะดวกและปลอดภัยโดยทั่วกัน