รวบอดีตพนักงาน7-11 ชิงทรัพย์หาเงินจ่ายค่าเช่าห้อง

2.09.20 | 11:56 น.

 


เมื่อเวลา 10.30 น. วันที่ 2 กันยายน ที่ สน.บางกอกใหญ่ พ.ต.อ.ศุภชัชช์ เปี่ยมมนัส รอง ผบก.น.7 และ พ.ต.อ.อภิวัชร์ ไชยศรีสุทธิ์ ผกก.สน.บางกอกใหญ่ ร่วมแถลงผลการจับกุมนายจักรรินทร์ หรืออั๋น รักอยู่สุข อายุ 39 ปี ผู้ต้องหาตามหมายจับศาลอาญาตลิ่งชัน ที่ จ.252/2563 ลงวันที่ 1 ก.ย.63 ข้อหาชิงทรัพย์ในเวลากลางคืน โดยใช้อาวุธ และพาอาวุธมีดไปในเมือง หมู่บ้านหรือทางสาธารณะโดยไม่มีเหตุอันควร พร้อมของกลางเสื้อผ้า 1 ชุด บุหรี่ 1 ซอง และรองเท้า 1 คู่ โดยจับกุมได้ที่ห้องเช่าไม่มีชื่อ กลางซอยจรัญสนิทวงศ์ 25 แขวงบางขุนศรี เขตบางกอกน้อย กรุงเทพฯ

พ.ต.อ.ศุภชัชช์ กล่าวว่า เมื่อเวลา 01.05 น. วันที่ 1 กันยายนที่ผ่านมา มีคนร้ายใช่อาวุธมีดทำครัว ยาว 1 ฟุต เข้าไปจี้ชิงทรัพย์พนักงานร้าน 7-11 สาขาจรัญสนิทวงศ์ซอย 8 ได้เงินสดไป 14,734 บาท บุหรี่ 1 ซอง และไฟแช็ก 1 อัน หลังก่อเหตุคนร้ายออกจากร้านขึ้นรถแท็กซี่หลบหนีไปทางสามแยกไฟฉาย จากการตรวจสอบกล้องวงจรปิดร้านที่เกิดเหตุพบว่าคนร้ายมีรูปพรรณที่เป็นลักษณะเด่นเรื่องความสูงเกิน 180 เซนติเมตร อีกทั้งมีพฤติกรรมต้องสงสัยว่าจะมีความรู้เรื่องงานแคชเชียร์ เพราะสามารถหยิบสินค้าขึ้นมาสแกนบาร์โค้ดเพื่อเปิดลิ้นชักเก็บเงินของทางร้านได้ ชุดจับกุมจึงประสานขอข้อมูลพนักงานเก่าๆ จากทางบริษัทจนทราบว่าคนร้ายรายนี้เคยเป็นอดีตพนักงานร้าน 7-11 มาก่อนแต่ถูกไล่ออกเพราะมีปัญหาชอบยักยอกเงินของบริษัท จนเป็นที่มาของการขออนุมัติหมายจับติดตามตัวไปจับกุมนายจักรรินทร์ มาดำเนินคดีตามกฎหมาย

สอบสวนนายจักรรินทร์ ยอมรับว่า เคยทำงานเป็นพนักงานร้าน 7-11 สาขาถนนอิสรภาพ ซอย 47 ซึ่งอยู่ไม่ไกลจากสาขาที่ลงมือก่อเหตุ แต่ถูกไล่ออกจากงานเพราะนำเงินในลิ้นชักของทางร้านไปใช้ กระทั่งช่วงโควิด-19 ที่ผ่านมาขัดสน ไม่มีเงินใช้จ่ายประกอบกับค้างค่าเช่าห้องมานานหลายเดือน จึงเลือกก่อเหตุชิงทรัพย์ในร้าน 7-11 สาขาจรัญสนิทวงศ์ ซอย 8 เพราะรู้ว่าที่สาขานี้จะค่อนข้างปลอดลูกค้าในตอนกลางคืน หลังลงมือเสร็จก็วิ่งข้ามสะพานลอยไปขึ้นแท็กซี่เพื่อหลบหนีกลับเข้าห้องพักในซอยจรัญสนิทวงศ์ 25 ก่อนทำมีดของกลางตกอยู่ในรถเเท็กซี่ ช่วงเย็นวันเดียวกันเจ้าหน้าที่ตำรวจก็บุกไปจับกุมที่ห้องพักขณะกำลังนั่งเช็กข่าวสารของตัวเองทางโทรศัพท์มือถือ

Advertisement

จากนั้นตำรวจได้พาตัวไปทำแผนประกอบคำรับสารภาพ ก่อนส่งพนักงานสอบสวน สน.บางกอกใหญ่ เพื่อดำเนินการตามกฎหมายต่อไป