เมื่อมี “หมอ” เชิดชูวีรกรรมรัฐประหาร นิยมชมชอบเผด็จการ ฝักใฝ่ลัทธิอำนาจนิยมก็ย่อมจะมี “กลุ่มเพื่อนสาธารณสุขเพื่อประชาธิปไตย” ซึ่งประกอบไปด้วยหมอและพยาบาล 85 คนที่ดวงตา “เห็นธรรม” ทนเห็นการคุกคามของรัฐบาล “สองหน้า” ไม่ไหวอีกต่อไป พากันออกแถลงการณ์
1.การชุมนุมแสดงออกของนักเรียนนิสิตนักศึกษาทั้งในและนอกสถานศึกษาเป็นสิทธิตามรัฐธรรมนูญ 2.ให้ยกเลิกการใช้ พ.ร.ก.ฉุกเฉิน 3.ให้ยกเลิกการดำเนินคดีผู้ชุมนุมด้วยมาตรา 116 และ พ.ร.บ.คอมพิวเตอร์ 4.ที่มาของรัฐธรรมนูญ 2560 และรัฐบาลไม่เป็นประชาธิปไตย และ 5.รัฐบาลนี้ล้มเหลวในการบริหารประเทศ
โดยเฉพาะในด้านการคุ้มครองสิทธิมนุษยชน ตลอด 6 ปีที่ผ่านมา มีประชาชนถูกคุกคามกว่า 783 ราย ถูกดำเนินคดี 1,219 ราย ถูกจำคุกกว่า 28 ราย ลี้ภัยการเมือง 104 ราย ถูกบังคับให้สูญหาย (อุ้มหาย) อย่างน้อย 10 ราย
สถานการณ์ “ที่น่าสะพรึง” ทั้งหมดนี้ในสายตาของอีกฝ่ายอาจ “เห็นตรงกันข้าม” !
เมื่อเร็วๆ นี้ ซูเปอร์โพลที่มี นพดล กรรณิกา เป็น ผอ.อ้างว่า เด็กและเยาวชนไทยอายุระหว่าง 12-24 ปีมีราว 11 ล้านคน ได้สำรวจแล้วว่ากลุ่มที่เคลื่อนไหว “ให้หยุดคุกคามประชาชน” นั้น เป็นเด็กและเยาวชนเพียงร้อยละ 1.34
เป็นผลงานชิ้นสำคัญของซูเปอร์โพล !
จะบอกว่า “เสียงเรียกร้อง” ของเด็กและเยาวชนที่ให้รัฐ “หยุดคุกคาม” นั้น “เบาเกินไป” หรือ
“ซูเปอร์โพล” ของ นพดล กรรณิกา ยังตอกย้ำว่า คนในประเทศถูกเติมเชื้อไฟจากต่างประเทศจนทำให้เกิด “ภาพลวงตา” ปลุกเร้าอารมณ์ ใช้เด็กและเยาวชนเป็นเครื่องมือ
พร้อมกับสรุปเชิงชี้นำว่า “บ้านเมืองจะสงบสุขกว่านี้ ถ้าไม่มีการปั่นกระแสจากต่างประเทศเข้าผสมโรง”
ในสถานการณ์ที่กำลัง “เลวร้าย” ถึงขั้นเห็บกำลังกระโดดหนีนี้ “ซูเปอร์โพล” ยังให้น้ำหนักกับ “ปัจจัยภายนอก”
ไม่ใช่ “เน่าใน” !!
ตามสายตาของซูเปอร์โพลจึงมองไม่เห็น “ความจำเป็น” ที่เด็กนักเรียนนักศึกษาประชาชนจะต้องเดือดร้อนลุกขึ้นมาผูกโบขาว ชู 3 นิ้ว เรียกร้อง “ร่างรัฐธรรมนูญใหม่ ยุบสภา และหยุดคุกคามประชาชน”
เมื่อมองไม่เห็นการบริหารงานที่ล้มเหลวของรัฐบาล มองไม่เห็นการอวดโอ่โอหังก็ย่อมจะ “ยินดี” ที่รัฐบาลลงมือจัดการกับเด็กและเยาวชนที่ชุมนุม
บทสรุปของซูเปอร์โพล กำลังจะนำไปสู่การสถาปนา “ความชอบธรรม” ให้กับกลุ่มฝ่ายขวาที่เคลื่อนไหวชูธง “ไม่ร่างรัฐธรรมนูญใหม่-ไม่ยุบสภา-ไม่หยุดคุกคามประชาชน” !?!!

