ท​ลายแก๊งผิวสีจับมือหญิงไทย หลอกขายหน้ากากอนามัยให้ต่างชาติ เสียหาย 12 ล้าน

3.09.20 | 14:23 น.

ศปอส.ตร. ท​ลายแก๊งผิวสีร่วมกับหญิงไทย หลอกลวงขายหน้ากากอนามัยให้แก่ชาวต่างชาติ เสียหายกว่า 12 ล้านบาท

เมื่อวันที่ 13.30 น. วันที่ 3 กันยายน ที่สำนักงานตำรวจแห่งชาติ (ตร.) พล.ต.ต.พันธนะ นุชนารถ ผบก.ข่าวกรองยาเสพติด บช.ปส.ในฐานะหัวหน้าชุดเทคนิคสืบสวน 2 ศูนย์ปราบปรามอาชญากรรมทางเทคโนโลยี สารสนเทศสำนักงานตำรวจแห่งชาติ หรือ ศปอส.ตร. พร้อมด้วย พล.ต.ต.วรวัฒน์ อมรวิวัฒน์ ผู้บังคับการกองการต่างประเทศ (ผบก.ตท.) ร่วมแถลงข่าวจับกุมแก๊งหลอกขายหน้ากากอนามัย เครื่องวัดอุณหภูมิ ผ่านทางสื่อออนไลน์ ข้ามประเทศ มูลค่าความเสียหายกว่า 12 ล้านบาท


พล.ต.ต.พันธนะกล่าวว่า จากสถานการณ์ปัญหาไวรัสโควิด-19 ส่งผลกระทบต่อการดำเนินชีวิตของประชาชนทั่วโลก จึงจำเป็นอย่างยิ่งที่รัฐบาลแต่ละประเทศต้องกำหนดมาตรการในการป้องกันการติดต่อของไวรัสโควิด-19 และจากสถานการณ์ดังกล่าวมีสินค้าบางประเภทเป็นที่ต้องการของประชาชนต้องการ และขาดแคลน เช่น หน้ากากอนามัย เครื่องวัดอุณหภูมิ อุปกรณ์ทางการแพทย์ จึงเป็นช่องว่างให้กลุ่มมิจฉาชีพฉวยโอกาส เสนอจำหน่ายสินค้าผ่านทางออนไลน์ ในราคาถูกกว่าท้องตลาดทั่วไป กระทั่งมีผู้เสียหายเป็นชาวเกาหลีใต้ และชาวฮ่องกง จำนวน 3 ราย ได้ติดต่อซื้อขายสินค้าประเภทหน้ากากอนามัย และเครื่องวัดอุณหภูมิผ่านทางออนไลน์ข้ามประเทศ แล้วถูกหลอกลวงเสียหาย จำนวนเงินกว่า 400,000 ดอลลร์สหรัฐ หรือประมาณ 12 ล้านบาท ผู้เสียหายชาวเกาหลีใต้และฮ่องกง จึงแจ้งความร้องทุกข์ผ่านตำรวจสากลกรุงโซล ประเทศเกาหลีใต้ และตำรวจสากลฮ่องกง ส่งเรื่องมายังสำนักงานตำรวจแห่งชาติ จากการสืบสวนเครือข่ายผู้กระทำความผิดดังกล่าวเป็นเครือข่ายอาชญากรรมข้ามชาติ ใช้ช่องทางติดต่อสื่อสารผ่านทางออนไลน์ โดยอ้างชื่อเว็บไซต์ www.globalsource.com , อาลีบาบา ได้โพสต์ข้อความและจัดทำเว็บไซต์หลอกขายสินค้าหน้ากากอนามัย เครื่องวัดอุณหภูมิ และอุปกรณ์ทางการแพทย์ ผ่านทางอินเตอร์เน็ตติดต่อเสนอขายสินค้าระหว่างประเทศ โดยกลุ่มคนร้าย ได้ตั้งบริษัท Timbermate และร้านค้าชื่อ “ECHO SPORT” ในประเทศไทย เพื่อจัดจำหน่าย หน้ากากอนามัย เครื่องวัดอุณหภูมิ หลอกขายสินค้าให้ชาวต่างชาติและรับโอนเงินค่าสินค้า

พล.ต.ต.พันธนะกล่าวอีกว่า ต่อมาวันที่ 1 กันยายน ชุดสืบสวนสอบสวน ศูนย์ปราบปรามอาชญากรรมทางเทคโนโลยีสารสนเทศ สำนักงานตำรวจแห่งชาติ (ศปอส.ตร.) ได้ประสานงานกับ บก.สส.ภ.4, กก.สส.ภ.จว.ขอนแก่น, กก.สส.กาฬสินธุ์ และ สภ.เมืองมหาสารคาม เพื่อลงพื้นที่ จ.ขอนแก่น, มหาสารคาม และกาฬสินธุ์ สืบสวนติดตามจับกุมกลุ่มอาชญากรรมข้ามชาติชาวผิวสีและกลุ่มหญิงไทย จำนวน 6 ราย โดยเป็นชายผิวสี สัญชาติแคเมอรูน 3 รายหญิงไทย 3 ราย ในตามความผิดฐาน “ร่วมกันฉ้อโกงประชาชน หรือฉ้อโกงโดยแสดงตนเป็นผู้อื่น,โดยทุจริต หรือโดยการหลอกลวงนำเข้าสู่ระบบคอมพิวเตอร์ บิดเบือนหรือปลอมไม่ว่าทั้งหมดหรือบางส่วนหรือข้อมูลคอมพิวเตอร์อันเป็นเท็จโดยประการที่น่าจะเกิดความเสียหายแก่ประชาชน และใช้บัตรอิเล็กทรอนิกส์ของผู้อื่นโดยมิชอบ ในประการที่น่าจะก่อให้เกิดความเสียหายแก่ผู้อื่นหรือประชาชน” ซึ่งหลบหนีอยู่ในพื้นที่ 3 จังหวัดดังกล่าว จึงขอหมายค้นจากศาลอาญา จำนวน 9 จุด จากการสืบสวนจนสามารถจับกุมกลุ่มอาชญากรรมข้ามชาติ และกรรมการผู้จัดการบริษัท Timbermate รวมจำนวน 7 ราย

Advertisement

ประกอบด้วย นายวิเทียน อะจองคอม อนุโบเด็ม อายุ 33 ปี ชาวแคเมอรูน น.ส.ชวัลกร หรือคาร่า อนุโบเด็ม อายุ 23 ปี ชาวไทย นางวารุณี ประทุมทิพย์ อายุ 51 ปี ชาวไทย น.ส.อาทิตา หรือนุ่น พันธฤทธิ์ อายุ 22 ปี ชาวไทย นายเซฟโฟ คองกาเด้น ยานนิค จูเนียร์ อายุ 27 ปี ชาวแคเมอรูน นายฟลอเบิต อะจองคอม อยามู อายุ 35 ปี ชาวแคเมอรูน และ น.ส.ซูซาน เมนเค็มเน็ง อายุ 30 ปี ชาวแคเมอรูน จับกุมข้อหาเป็น “เป็นบุคคลต่างด้าวเข้ามาและอยู่ในราชอาณาจักรโดยการสิ้นสุด” ตรวจยึดของกลางและทรัพย์สิน เช่น คอมพิวเตอร์, โทรศัพท์มือถือ , โน้ตบุ๊ก , สมุดบัญชีธนาคาร, บัตรเอทีเอ็ม, หน้ากากอนามัย , เครื่องวัดอุณหภูมิ , ถุงมืออนามัย , รถยนต์, เงินสดจำนวน 6,141,000 บาท จำนวนกว่า 150 รายการ นำส่งพนักงานสอบสวน สภ.เมืองมหาสารคาม ดำเนินคดีตามกฎหมายต่อไป