หลังจาก พล.อ.ต.อิทธพร คณะเจริญ รองเลขาธิการแพทยสภา ได้โพสต์เฟซบุ๊กส่วนตัว ชื่อ Ittaporn Kanacharoen ถึงกรณี นพ.สุชิน จิตระวัง นายแพทย์ปฏิบัติการ โรงพยาบาลคำชะอี สำนักงานสาธารณสุขจังหวัดมุกดาหาร ได้ป่วยด้วยโรคภูมิต้านตนเอง ทำให้มีการแข็งตัวของเลือดผิดปกติ เกิดลิ่มเลือดไปอุดตันที่หลอดเลือดก้านสมองเกิดภาวะไม่รู้สึกตัว ตั้งแต่วันที่ 29 ธันวาคม 2558 และเข้ารับการรักษา ที่ รพ.ศรีนครินทร์ จ.ขอนแก่น ถึงวันที่ 9 มีนาคม 2559 ขณะนี้แพทย์ได้อนุญาตให้กลับไปพักฟื้นต่อที่บ้าน โดยได้มีการเผยแพร่ข้อมูลดังกล่าว เพื่อขอรับบริจาคสมทบทุนช่วยเหลือหลังการรักษา เนื่องจากนพ.สุชิน ไม่สามารถขยับร่างกายได้ เป็นอัมพาตทั้งตัว แต่สมองยังใช้ได้
ล่าสุด เมื่อวันที่ 2 สิงหาคม พล.อ.ต.อิทธพร ได้โพสต์เฟซบุ๊กส่วนตัวอีกครั้ง ระบุว่า “ข่าวน่าเศร้า! ทราบมาว่าน้องหมอที่ป่วยและไม่สามารถทำงานได้ ..ในที่สุดก็ต้องถูกปฏิบัติตามกฎของ กพ.คือให้ออกจากราชการโดยรับเงินบำเหน็จเพราะอายุราชการไม่มาก(นั่นคือจะไม่มีรายได้หลังจากป่วยและนอนอยู่ที่บ้านให้คุณพ่อกับคุณแม่เลี้ยง)และต้องเปลี่ยนไปใช้สิทธิ 30 บาทแทนสิทธิข้าราชการต่อไป(อันหลังยังไม่น่าเป็นห่วงเพราะสิทธิ 30 บาทวันนี้ดีขึ้นมาก..แต่ก็อาจเบิกหลายอย่างไม่ได้) กรณีน้องหมอที่ป่วยเป็นอัมพาตตั้งแต่ต้นคอลงไปย่อมช่วยตัวเองไม่ได้รายจ่ายแต่ละเดือนที่พ่อแม่ผู้เฒ่าจะหาคนมาเลี้ยงดูทางให้อาหารและดูแลเรื่องสุขภาพต่อเดือนคงไม่น้อย ทั่วไปการมาโรงพยาบาลคงยากมาก หากไม่มีรถ การเดินทางจากหมู่บ้านในชนบทออกมาไม่ได้ง่ายๆ การใช้ชีวิตต่อในสภาพความเจ็บป่วยไม่ว่าจะอัมพาตหรือมะเร็งคงเป็นการไม่ง่ายเลยครับ ควรมีทีมงานหรือกองทุนหรืออะไรสักอย่างขึ้นมาดูแลคุณหมอผู้ทำงานให้กับแผ่นดินและเคยรักษาคนไข้มามากมาย กลุ่มนี้หรือเปล่าครับ?
#แพทยสมาคม #สมาคมศิษย์เก่าขอนแก่น #สำนักงานปลัดกระทรวงสาธารณสุข”

พล.อ.ต.อิทธพร กล่าวเพิ่มเติมว่า มีความเป็นห่วงในแง่ที่ว่า นพ.สุชิน เป็นข้าราชการ แต่เมื่อล้มป่วย ทั้งๆ ที่เริ่มทำงานและเป็นบุคคลหนึ่งที่ในพื้นที่มองว่าเป็นแพทย์ที่ตั้งใจทำงานมากเช่นกัน จึงน่าเสียดาย แต่ด้วยประกาศของสำนักงานคณะกรรมการข้าราชการพลเรือน หรือก.พ.เคยออกประกาศไว้ว่า หากข้าราชการเจ็บป่วยจนไม่สามารถปฏิบัติหน้าที่ได้อย่างสม่ำเสมอ จำเป็นต้องออกจากราชการ ซึ่งจุดนี้น่าเป็นห่วง โดยควรมีกลไกที่จะช่วยเหลือหรือไม่ อาจเป็นสมาคมแพทย์ฯ หรือหน่วยงานสังกัด ส่วนแพทยสภา เมื่อพิจารณาหน้าที่จะเป็นเรื่องการควบคุมมาตรฐานแพทย์ จุดนี้อาจทำได้ยาก ปัญหาคือ แพทย์จบใหม่ เงินเดือนยังไม่มาก และเมื่อเกิดปัญหาขึ้นก็จะเกิดความไม่มั่นคงกับชีวิตทันที ซึ่งกระบวนการของรัฐช่วยยาก จึงอาจต้องพึ่งกลไกอื่นๆ
“จริงๆ นอกจากกรณีนี้ ในกรณีที่ผู้ให้บริการได้รับผลกระทบจากการให้บริการก็ยังเป็นเรื่องน่าห่วง ทั้งแพทย์ พยาบาล และบุคลากรสาธารณสุขทุกคน โดยเฉพาะพยาบาลที่มากับรถฉุกเฉิน หลายครั้งเกิดอุบัติเหตุก็ควรมีการช่วยเหลือด้วย และแม้ที่ผ่านมามาตรา 41 พ.ร.บ.หลักประกันสุขภาพแห่งชาติ พ.ศ.2545 เคยจ่ายเงินเยียวยาเบื้องต้นกรณีบุคลากรสาธารณสุขรับผลกระทบ แต่ถูกการตีความจนต้องยุติการจ่ายดังกล่าว แต่ล่าสุดภาครัฐอยู่ระหว่างขยายกฎหมายข้อนี้อีก เพื่อช่วยเหลือเบื้องต้นทั้งผู้ให้บริการและผู้รับบริการ แต่ด้วยกฎหมายนี้จะเป็นการช่วยเหลือเบื้องต้น จึงมองว่าควรมีระบบการฟื้นฟูหรือช่วยเหลือระยะยาวด้วย” พล.อ.ต.อิทธพร กล่าว

