สัมผัส ดีเจโควิด เสี่ยงสูง 5 ราย ผู้เกี่ยวข้องอีก 20 ราย สธ.ยัน ยังไม่ใช่การระบาด รอบ 2

3.09.20 | 19:37 น.

สัมผัส ดีเจโควิด เสี่ยงสูง 5 ราย ผู้เกี่ยวข้องอีก 20 ราย สธ.ยัน ยังไม่ใช่การระบาด รอบ 2

พญ.วลัยรัตน์ ไชยฟู ผู้อำนวยการกองระบาดวิทยา กล่าวว่า คำแนะนำของประชาชนที่เคยไปในสถานที่ที่ผู้ป่วยทำงานอยู่ จะต้องกลับไปทบทวนว่าได้มีการพูดคุยกับผู้ป่วย โดยไม่ได้สวมหน้ากากอนามัยหรือไม่ หรือหากจำได้ว่าเคยพูดคุยกันในระยะไม่เกิน 1 เมตร นานกว่า 5 นาที ก็อาจจะสงสัยได้ว่า เป็นผู้สัมผัสเสี่ยงสูง นอกจากนี้สามารถสังเกตจากอาการว่า มีไข้ ไอ เจ็บคอ มีน้ำมูก จมูกไม่ได้กลิ่น ลิ้นไม่รับรส หรือเสมหะ หากสงสัยก็สามารถเข้ารับการตรวจได้ที่ รพ.

ด้าน นพ.วีระกิตติ์ หาญปริพรรณ์ ผู้อำนวยการทัณฑสถานโรงพยาบาลราชทัณฑ์ กล่าวว่า ราชทัณฑ์ดูแลผู้ต้องขังจำนวนมาก รายนี้ถือเป็นรายที่ 2 ที่พบในเรือนจำหลังจากที่พบรายแรกใน จ.ราชบุรี และเป็นการตรวจพบจากมาตรการในเรือนจำ ที่ต้องแยกกักผู้ต้องขังรายใหม่ทุกรายเป็นเวลา 14 วัน และตรวจหาเชื้อโควิด-19 ในรายนี้พบว่ามีผลการตรวจเชื้อเป็นบวก ตามที่ได้รายงานไป อย่างไรก็ตาม ไม่ได้ส่งผลกระทบไปสู่ผู้ต้องขังอื่นในเรือนจำ เนื่องจากมีการแยกพื้นที่ของผู้ต้องขังรายใหม่ชัดเจน ซึ่งเป็นพื้นที่อยู่ภายนอกเรือนจำ

“รายนี้มีลักษณะของช่วงเวลาที่ไม่ได้เดินทางไปต่างประเทศ อยู่เมืองไทยตลอด อย่างไรก็ตามต้องสร้างความเข้าใจไม่ให้ตื่นตระหนกแก่ข้าราชการ เจ้าหน้าที่และผู้ต้องขัง เหตุเกิดที่ทัณฑสถานบำบัดพิเศษกลาง บางเขน ที่มีผู้ต้องขังกว่า 8,000 ราย ว่า ราชทัณฑ์มีมาตรการควบคุมกักโรคตั้งแต่ช่วงโควิด-19 ระบาด การพบผู้ป่วยรายนี้พบจากการตรวจสอบของราชทัณฑ์และผู้ป่วยไม่ได้มีอาการเจ็บป่วย มีเพียงเสมหะ ขณะนี้ได้ส่งตัวไปรักษาที่ทัณฑสถาน รพ.ราชทัณฑ์ ในอาคารแยกเดียว ห้องเดียว และได้ดำเนินการย้ายผู้ต้องขังที่อยู่ในห้องเดียวกัน 34 รายไปยังทัณฑสถาน รพ.ราชทัณฑ์ เพื่อแยกกักเฝ้าดูพร้อมตรวจหาเชื้อซ้ำ จนกว่าจะครบระยะเวลาตามช่วงเวลาของโรค” นพ.วีระกิตติ์ กล่าว

ต่อมา นพ.เมธิพจน์ ชาตะเมธีกุล ผู้อำนวยการกองควบคุมโรคติดต่อ สำนักอนามัย กทม. กล่าวว่า ทางทีมสอบสวนโรคได้ลงพื้นที่ไปยังราชทัณฑ์ บ้านของผู้ป่วย และศาล ในพื้นที่บ้านผู้ป่วยพบผู้สัมผัสเสี่ยงสูง 5 ราย ซึ่งได้เก็บสิ่งตรวจทางห้องปฏิบัติการแล้ว ส่วนที่ทำงานได้ดำเนินการสั่งปิดเพื่อทำความสะอาด 3 วัน พร้อมทั้งหาผู้ใกล้ชิดในที่ทำงานเพื่อแยกผู้สัมผัสเสี่ยงสูงและเสี่ยงต่ำ หากเป็นผู้สัมผัสเสี่ยงสูงจะต้องเก็บสิ่งส่งตรวจหาเชื้อต่อไป

“ทางกรมราชทัณฑ์ได้ดำเนินการสอบสวนร่วมกับกรมควบคุมโรค และสำนักป้องกันและควบคุมโรคเขตเมือง(สปคม.) ในบ้านผู้ป่วย เราตามได้ 5 ราย จาก 7 ราย ซึ่งอีก 2 รายอยู่ในพื้นที่จังหวัดปริมณฑล หากกลับมาแล้วจะต้องรีบเก็บสิ่งส่งตรวจ และประชาชนที่คิดว่าตัวเองสัมผัสกับผู้ป่วยหรือไม่ สามารถตรวจสอบได้ที่แอพพลิเคชั่น BKK Covid-19 เพื่อประเมินตนเองเบื้องต้น หลังจากนั้นจะมีเจ้าหน้าที่โทรกลับไปสัมภาษณ์ หากมีความเสี่ยงสูงก็จะต้องนัดมาทำการเก็บสิ่งส่งตรวจ” นพ.เมธิพจน์ กล่าว

Advertisement

เมื่อถามว่าผู้ป่วยมีประวัติการติดเชื้อมาจากที่ใด เนื่องจากประเทศไทยไม่พบการติดเชื้อในประเทศร่วม 100 วัน พญ.วลัยรัตน์ กล่าวว่า ส่วนนี้อยู่ในระหว่างการสอบสวนโรค หากดูจากประวัติพบว่า ส่วนที่ 1 คืออยู่กับครอบครัว ส่วนที่ 2 สถานที่ทำงาน คือ ร้าน 3 วัน 2 คืน ทั้งสาขาพระราม3 และพระราม 5 และร้าน First Cafe ย่านถนนข้าวสาร ซึ่งเป็นช่วง 14 วันที่นับย้อนหลังไป จึงต้องรอดูผลการตรวจในชุดนี้ เพื่อหาว่าผู้ป่วยติดมาจากที่ใด หรือมีผู้ใกล้ชิดมีการติดเชื้อหรือไม่ โดยอาจต้องย้อนช่วงเวลาขึ้นไปอีกเล็กน้อย อย่างไรก็ตามจะต้องรอผลจากการตรวจชุดแรกก่อน

ถามต่อข้อคำถามว่า ข้อมูลระบุว่าผู้ต้องขังรายนี้ได้รับการปล่อยตัวในชั้นอุทธรณ์ ช่วงเวลาที่ได้รับปล่อยตัวจนถึงวันฟังคำพิพากษาเป็นระยะเวลานานเพียงใด นพ.วีระกิตติ์ กล่าวว่า ผู้ป่วยพร้อมกับภรรยา ได้มาฟังคำตัดสินของศาลเมื่อวันที่ 26 สิงหาคม ว่า เป็นคดีเกี่ยวข้องกับยาเสพติด เมื่อประมาณเกือบ 1 ปีที่ผ่านมา ศาลตัดสินพิพากษาจำคุก 2 ปี ซึ่งได้รับการควบคุมตัวตั้งช่วง 10.00 น. และได้เข้ามาเรือนจำในช่วงเย็น ดังนั้นมีรายชื่อของผู้เกี่ยวข้องในเหตุการณ์ประมาณ 20 ราย และกรมควบคุมโรคได้เข้าสอบสวนโรคแล้ว

ผู้สื่อข่าวถามว่า เนื่องจากผู้ป่วยไม่ได้เดินทางไปต่างประเทศ ขณะนี้เท่ากับว่ามีเชื้อโควิด-19 แฝงในร่างกายหรือไหม นพ.สุวรรณชัย กล่าวว่า ทางสาธารณสุขสื่อสารกับประชาชนมาโดยตลอดว่า การไม่พบผู้ติดเชื้อภายในประเทศ ต้องใช้คำว่าไม่มีรายงาน พร้อมทั้งได้ให้ประชาชนยังต้องสวมหน้ากากและเน้นการล้างมือ เพื่อลดโอกาสติดเชื้อระหว่างบุคคลให้ต่ำมากๆ ทั้งนี้หากสังคมเริ่มผ่อนคลายหรือลดพฤติกรรมป้องกันควบคุมโรค ก็มีโอกาสพบผู้ติดเชื้อในประเทศมากขึ้นตามลำดับ เนื่องจากประเทศไทยได้ผ่อนคลายกิจการ/กิจกรรมทางสังคม โอกาสที่คนจะมาพบปะกันมีมากขึ้น แต่หากยังคงมาตรการป้องกันควบคุมโรคในระดับที่สูงอย่างสม่ำเสมอ ถึงแม้จะพบปะกันมากขึ้น แออัดมากขึ้น ระยะห่างลดลง แต่ก็ยังควบคุมให้โอกาสแพร่เชื้ออยู่ในระดับต่ำได้

เมื่อถามว่า ในกรณีนี้ถือเป็นจุดเริ่มต้นของการระบาดรอบที่ 2 ในประเทศหรือไม่ และการลักลอบเข้าประเทศในพรมแดนธรรมชาติอาจจะเป็นสาเหตุที่ทำให้มีเชื้อในประเทศหรือไม่ นพ.สุวรรณชัย กล่าวว่า มีคำที่ใช้สำหรับการเกิดโรคระลอกที่สอง คือ 1.พบผู้ป่วย/ผู้ติดเชื้อ และ 2.การระบาด ตอนนี้ได้พบผู้ติดเชื้อแล้ว ส่วนเรื่องของการระบาดนั้น สธ.ได้ดำเนินการสอบสวนโรคเพื่อดำเนินการควบคุม และตีกรอบการพบผู้ป่วยและผู้ติดเชื้อเพิ่มขึ้น หากทุกหน่วยงานและทุกคนช่วยกัน เหตุการณ์นี้จะไม่นำไปสู่การระบาด

เมื่อถามว่า ในร้านที่ลักษณะเปิดโล่งกับร้านที่เป็นห้องปิด มีความเสี่ยงต่างกันหรือไม่ นพ.เมธิพจน์ กล่าวว่า โอกาสเสี่ยงต่างกันชัดเจนในร้านที่เป็นห้องปิด อากาศจะวนอยู่ในร้าน แต่อาชีพดีเจ โอกาสที่จะแพร่โรคไม่สูงมาก เนื่องจากไม่ได้มีการตะโกนร้องเพลง

นพ.สุวรรณชัย กล่าวต่อว่า ความเสี่ยงของสถานบันเทิง ผับบาร์ คาราโอเกะ หรือสนามกีฬาที่มีคนแออัด ทางรัฐบาลจึงได้กำหนดมาตรการหลักและมาตรการเสริมเพื่อป้องกันความเสี่ยงในการเกิดและแพร่ระบาดโรค จึงต้องขอความร่วมมือกับผู้ประกอบการไปจนถึงประชาชน ให้คงดำเนินตามมาตรการหลักและมาตรการเสริมอย่างเข้มข้นต่อไป

“เราสามารถนับมือกับการระบาดระลอกที่ 1 ที่ผ่านมา ครั้งนี้เพิ่งพบผู้ติดเชื้อภายในประเทศหลังจากผ่านพ้นระยะเวลาประมาณ 100 วัน ต้องขอความร่วมมือคนละไม้คนละมือ และต้องขอความร่วมมือในหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง และเชื่อว่าเราจะสามารถควบคุมการระบาดและยังธำรงการขับเคลื่อนเศรษฐกิจและสังคม การใช้ชีวิตบนฐานชีวิตวิถีใหม่” นพ.สุวรรณชัย กล่าว