สธ.คาด ดีเจโควิด รับเชื้อจากที่ทำงาน ชี้ สถานบันเทิงเสี่ยง มีชาวต่างชาติแพร่โรค
เมื่อวันที่ 4 กันยายน ที่ กระทรวงสาธารณสุข(สธ.) นพ.โสภณ เอี่ยมศิริถาวร ผู้อำนวยการกองโรคติดต่อทั่วไป กรมควบคุมโรค พร้อมด้วย นพ.เกียรติภูมิ วงศ์รจิต อธิบดีกรมสุขภาพจิต และนพ.สฤษดิ์เดช เจริญไชย รองนายแพทย์สาธารณสุขจังหวัดนนทบุรี แถลงข่าวความคืบหน้าของสถานการณ์การแพร่ระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา2019 หรือ โควิด-19 ในประเทศ
นพ.โสภณ กล่าวว่า สถานการณ์ของประเทศไทย วันนี้พบผู้ป่วยรายใหม่ 4 ราย โดย 3 รายเป็นผู้ที่เดินทางมาจากต่างประเทศและเข้าสถานกักกันโรค(Quarantine)และ 1 ราย เป็นผู้ป่วยภายในประเทศที่ได้รายงานไปเมื่อวันที่ 3 กันยายน เป็นเพศชาย อายุ 37 ปี การตรวจพบเชื้อในขณะที่เป็นผู้ต้องขัง อยู่ระหว่างการแยกกักกันโรค(Quarantine) ในพื้นที่ที่กำหนดของทัณฑสถานก่อนเข้าเรือนจำ ประวัติการทำงานมีอาชีพดีเจ ในร้านอาหารหลายแห่ง การสอบสวนโรคจะนับย้อนหลังไป 14 วันหลังจากที่ผู้ป่วยเริ่มมีอาหาร คือ ในวันที่ 29 สิงหาคม ดังนั้นการสอบสวนโรคจะเริ่มตั้งแต่วันที่ 15 สิงหาคม การทำงานที่ 1.ร้านอาหารสามวันสองคืน สาขาพระราม3 เวลา 24.00-02.00 น. โดยทำงานวันจันทร์ พฤหัสบดีและเสาร์ ได้แก่วันที่ 15,17,20,22 และ 24 สิงหาคม 2.ร้านอาหารสามวันสองคืน สาขาพระราม5 เวลา 22.00-01.00 น. โดยทำงานวันศุกร์และอาทิตย์ ได้วันที่ 16,21 และ 23 สิงหาคม และ 3.ร้าน First cafe ถนนข้าวสาร เวลา 21.00-24.00 น. ในวันที่ 18 สิงหาคม
“จะเห็นว่าในการทำงาน 3 แห่ง เป็นช่วงเวลาและวันที่จำกัด ซึ่งทางทีมงานแอพพลิเคชั่นไทยชนะ ได้ตรวจสอบข้อมูลแล้วว่ามีผู้เข้าใช้งานในวันและดังกล่าวกี่รายและได้ส่งข้อความไปถึงผู้ใช้แล้ว อีกกลุ่มที่มีความเสี่ยงคือ ผู้ที่อยู่ใกล้หรือพบผู้ป่วยในวันที่ 26 สิงหาคม ที่ไปศาลรัชดา ได้แก่ บิดาของผู้ป่วยซึ่งเป็นทนายความ ผู้ต้องขังอยู่ในห้องกับผู้ป่วย 2 ราย ซึ่งสามารถติดตามได้ ใน่ช่วงการตัดสินมีเจ้าหน้าที่ดูแล 2 ราย และมีผู้ต้องขังที่อยู่ในบริเวณเดียวกันรวม 16 ราย ช่วงเย็นมีรับผู้ป่วยและผู้ต้องขังรายอื่นรวม 16 รายไปยังทัณฑสถานบำบัดพิเศษ 8 ราย และเรือนจำพิเศษ 8 ราย ทั้งหมดได้รับการตรวจแล้วและไม่พบเชื้อ จะเห็นได้ว่าภาพรวมสามารถระบุผู้สัมผัสเสี่ยงสูงได้ครบ ผู้เสี่ยงต่ำรองลงมาอยู่ในระหว่างติดตาม” นพ.โสภณ กล่าว
นพ.โสภณ กล่าวต่อว่า ผลตรวจในผู้สัมผัสใกล้ชิด ได้ตรวจหาเชื้อโควิด-19 ไปแล้วเกือบ 200 ราย ยังไม่พบการติดเชื้อโควิด-19 ส่วนในพื้นที่คอนโดมิเนียมซึ่งเป็นคนในครอบครัว เป็นผู้สัมผัสเสี่ยงสูง ผลการตรวจทางห้องปฏิบัติการ(แล็บ) ไม่พบสารพันธุกรรมและแนะนำให้กักกันตนเอง ติดตามอาการไข้ และอาการระบบทางเดินหายใจต่ออีก 14 วัน ซึ่งนับจากวันที่พบกับผู้ป่วยในวันสุดท้าย ส่วนของศาลรัชดา ตรวจหาเชื้อโควิด-19 ไปแล้ว 156 ราย เป็นผู้สัมผัสเสี่ยงสูง 10 รายและเสี่ยงต่ำ 146 ราย ผลการตรวจไม่พบเชื้อโควิด-19 ทั้งนี้สำนักอนามัย กรุงเทพมหานคร(กทม.) ร่วมกับสถาบันป้องกันควบคุมโรคเขตเมือง(สปคม.) ได้ทำการสอบสวนโรคและติดตามผู้สัมผัส มีคำแนะนำว่า ผู้สัมผัสเสี่ยงสูงจะต้องอยู่ในการกักกันโรคให้ครบ 14 วัน ติดตามอาการทุกวัน ผู้สัมผัสเสี่ยงต่ำ ต้องเฝ้าสังเกตอาการป่วย และต้องสวมหน้ากากอนามัย หมั่นล้างมือและแยกตัวออกจากผู้อื่น เพื่อลดความเสี่ยง
ด้าน นพ.สฤษดิ์เดช กล่าวว่า ช่วงเย็นของวันที่ 3 กันยายน ได้รับแจ้งจากกรมควบคุมโรคว่าพบผู้ป่วยโควิด-19 และมีประวัติทำงานที่ร้านอาหารใน จ.นนทบุรี จึงลงพื้นที่ตรวจสอบในร้านอาหารสามวันสองคืน สาขาพระราม5 พบว่า ร้านอาหารได้ทำการปิดให้บริการไปเองแล้ว จึงไม่มีผู้รับบริการ ทั้งนี้ได้เข้าไปสอบถามลักษณะการทำงานของผู้ป่วย ได้ข้อมูลว่า ผู้ป่วยได้เข้ามาทำงานที่ร้าน 2 วัน คือ วันศุกร์และวันอาทิตย์ ช่วง 22.00-01.00 น. ลักษณะการทำงานอยู่ในโซนแยกเฉพาะ จึงมีโอกาสที่จะสัมผัสผู้อื่นในวงกว้างอยู่ในวงจำกัด ส่วนสภาพร้านแบ่งเป็น 2 โซน เป็นโซนผับอยู่ด้านในร้านและโซนนั่งรับประทานอาหารที่มีอากาศถ่ายเทสะดวก พื้นที่โซนละ 200 ตารางเมตร โดยผู้ป่วยทำงานในโซนด้านนอกที่มีอากาศถ่ายเทดี
“หลังจากตรวจสอบ พบผู้สัมผัสที่เสี่ยงคือพนักงานของร้าน ประมาณ 20 ราย ผู้รับบริการที่มีโอกาสเสี่ยงคือผู้นั่งในทางที่ผู้ป่วยเดินผ่านขณะไปห้องน้ำ ประมาณ 3 ราย ดังนั้นผู้สัมผัสเสี่ยงสูงรวม 23 ราย ได้นำข้อมูลเหล่านี้ไปส่งไปยังผู้ว่าราชการจังหวัดนนทบุรี และได้มีการประชุมคณะกรรมการโรคติดต่อจังหวัด ในเวลา 20.00 น. ของวันที่ 3 กันยายน มีมติ 4 ข้อ คือ 1.ให้ปิดสถานที่ร้านอาหารสามวันสองคืน พระราม5 เป็นเวลา 3 วัน คือวันที่ 4-6 กันยายน พร้อมทั้งการทำความสะอาด โดยช่วงเช้าวันนี้ได้บูรณาการทีมจาก สธ. มหาดไทย ท้องถิ่นและอาสาสมัครสาธารณสุขประจำหมู่บ้าน(อสม.) ทำความสะอาดทั้งภายในและภายนอกสถานที่ 2.พนักงานและลูกค้าที่มีความเสี่ยงสูง รวม 23 ราย ได้ตามมาได้ 16 ราย เข้ากักตัวที่สถานกักกันโรคท้องถิ่น(Local Quarantine) ในโรงพยาบาลบางกรวย2 และคาดว่าผลการตรวจหาเชื้อโควิด-19 จะออกเร็วๆนี้ ส่วนที่เหลือ 7 ราย เรากำลังตามและให้ทางตำรวจ ฝ่ายปกครองตามอยู่ 3.ผู้สัมผัสที่เป็นผู้สัมผัสร่วมบ้านของ 23 รายที่สัมผัสผู้ป่วย ให้กักตัวอยู่ที่บ้านโดยมี อสม.และเจ้าหน้าที่สาธารณสุขเฝ้าระวังอย่างใกล้ชิด และ 4.หากผู้ที่คิดว่า ตัวเองเป็นผู้สงสัยหรือกังวลว่าสัมผัสกับผู้ป่วย ให้มาตรวจฟรีได้ที่ รพ.บางกรวย2 “ นพ.สฤษดิ์เดช กล่าว
นพ.เกียรติภูมิ กล่าวว่า ในข้อสงสัยของประชาชน ประการที่ 1 ประชาชนอาจสงสัยว่าเป็นการติดเชื้อมาจากที่ใด จากการที่ได้ระดมสมองวิเคราะห์แล้ว คาดว่า ติดมาจากการสัมผัสกับผู้เดินทางมาจากต่างประเทศ ซึ่งอาจจะมาพบกันในช่วงเวลากลางคืน ที่ผู้ป่วยไปทำงาน หรือ อาจติดมาจากในประเทศเอง ที่อาจมีผู้ติดเชื้อโดยไม่แสดงอาการจึงไม่ทราบว่าตนเองติดหรือไม่
“เป็นการสันนิษฐานทั้ง 2 ส่วน อย่างไรก็ตามผู้ป่วยไม่มีอาการ และคนในแวดล้อมดูแลตนเองเป็นอย่างดี ในช่วงแรกทุกคนให้ผลลบหมด เราคาดว่าการแพร่เชื้อไม่รุนแรง ประการที่ 2 คำถามว่า กลุ่มเสี่ยงจะมีโอกาสติดเชื้อแล้วมาระบาดหรือไม่ สธ.โดยกรมควบคุมโรคและสาธารณสุขจังหวัด ได้ร่วมกันควบคุมกลุ่มเสี่ยงไว้ในพื้นที่ ทำการกักกันตัวและกลุ่มเสี่ยงอื่นๆ ก็ได้ทำมาตรการที่ลดหลั่นกันไป คิดว่าคนเหล่านี้ก็น่าจะอยู่ในการควบคุม หากติดเชื้อก็จะไม่แพร่ไป” นพ.เกียรติภูมิ กล่าว
นพ.เกียรติภูมิ กล่าวต่อว่า ประการที่ 3 ประชาชนคนไทยจะปฏิบัติอย่างไรเมื่อเกิดเหตุการณ์นี้ขึ้น จึงอยากยืนยันว่า สิ่งที่ได้ปฏิบัติอยู่ส่งผลให้การแพร่เชื้ออยู่ในอัตราที่ต่ำมาก อย่างไรก็ตามก็ไม่อยากให้มีการติดเชื้อหรือแพร่เชื้อเพิ่มขึ้นอีกเลย เราจึงต้องช่วยกันสวมหน้ากากอนามัย หมั่นล้างมือ รักษาระยะห่าง
“โควิดเอง เราก็ต้องอยู่กับเขาไปเหมือนกับทุกๆ เรา ที่มีการคาดการณ์ว่าจะเป็นโรคประจำถิ่น ซึ่งหมายความว่า จะอยู่ในประเทศไทยแต่ไม่รุนแรงหรือควบคุมได้ ซึ่งขณะนี้น่าจะต้องทำเป็นลักษณะนั้น คือมีการติดเชื้อบ้าง ควบคุมได้ก็หายไป เป็นเวฟเล็กๆ ประเทศไทยคงเป็นอย่างนั้น ที่สำคัญที่สุดของโรคติดเชื้อคือการป้องกัน ส่วนการรักษาเราก็มีวิธีการดูแล มีเวชภัณฑ์แล้ว ประชาชนเป็นผู้สำคัญที่สุดในการดูแลป้องกันตนเองในการป้องกันการติดเชื้อและแพร่เชื้อ” นพ.เกียรติภูมิ กล่าว
ทั้งนี้ นพ.เกียรติภูมิ กล่าวว่า ในวันที่ 5 กันยายน จะนำรถตรวจชีวนินภัยเคลื่อนที่ ไปประจำจุดที่ถนนข้าวสาร เพื่อให้บริการตรวจหาเชื้อโควิด-19 ให้กับประชาน เพราะอาจเป็นพื้นที่เสี่ยงในบริเวณนั้น หากประชาชนที่กังวลหรือสงสัยก็สามารถเข้ารับบริการตรวจได้ฟรี
ผู้สื่อข่าวถามว่าแนวโน้มของการติดเชื้อของผู้ป่วยเกิดขึ้นจากชีวิตส่วนตัวหรือการทำงานและจะมีกรณีเช่นนี้เกิดขึ้นอีกหรือไม่ นพ.โสภณ กล่าวว่า จากหลักฐานที่ปรากฏในเวลานี้ 1.ผู้ป่วยไม่มีอาการป่วย มีเพียงเสมหะ ดังนั้นจะลดโอกาสแพร่เชื้อไปสู่ผู้อื่นได้ ส่วนคำถามว่า เป็นการติดเชื้อจากที่ใดน่าจะเกิดจากการทำงานเพราะต้องพบปะผู้คนจำนวนมาก แม้จะทำเพียงบางวันแต่สถานบันเทิงมีโอกาสที่จะพบชาวต่างชาติเข้ามาใช้บริการ ซึ่งหากมีการป้องกันโรคการติดเชื้อก็จะอยู่ในระดับต่ำ และไม่มีกลุ่มก้อนของผู้ป่วย เพราะถ้าหากมีการระบาดเกิดขึ้น ก็จะต้องพบผู้ป่วยระบบทางเดินหายใจภายในร้านอาหารที่ผู้ป่วยได้ไปทำงาน
“ข้อมูลที่มีในประเทศไทยและรายงานต่างประเทศ พบว่าส่วนใหญ่ผู้ติดเชื้ออาการน้อยไม่ได้เป็นสาเหตุของการแพร่เชื้อต่อไปยังผู้อื่น มักจะเป็นผู้ที่มีอาการเยอะ เป็นสาเหตุของการแพร่เชื้อต่อ ผู้ง่ายๆคือ คนติดเชื้อ 80% ไม่ได้แพร่เชื้อต่อ มีแค่ 10-20% ที่มีโอกาสแพร่เชื้อต่อ รายนี้ดูจากคนในครอบครัวที่อยู่ใกล้ชิดกันต่อเนื่องมากก่อนวันที่ 26 สิงหาคม ผลตรวจก็ไม่มีการรับเชื้อ ดังนั้น เราจะเห็นการติดเชื้อจากคนหนึ่งไปอีกคน แบบน้อยๆ ก็อาจเกิดขึ้นได้ แต่ที่ไม่ระบาดเพราะทุกคนร่วมมือกันสวมหน้ากาก ล้างมือ” นพ.โสภณ กล่าว
ถามต่อข้อคำถามว่า ผู้ป่วยรายนี้มีการเดินทางไปยังสถานที่อื่นหรือไม่และพฤติกรรมสุขภาพของผู้ป่วยมีการสวมหน้ากากอนามัยในพื้นที่สาธารณะหรือไม่ นพ.โสภณ กล่าวว่า ผู้ป่วยรายนี้ทำงานเวลากลางคืน และนอนพักผ่อนในเวลากลางวัน ดังนั้นจึงไม่ได้เดินทางไปยังสถานที่มีคนจำนวนมาก ในส่วนของพฤติกรรมสุขภาพมีการปฏิบัติแต่ไม่ได้ทำอย่างสม่ำเสมอ ซึ่งเป็นสาเหตุที่ทำให้เกิดการรับเชื้อ เป็นตัวอย่างได้ว่า จะต้องสวมหน้ากากอนามัยในสถานที่สาธารณะ และหมั่นล้างมือ

