เมื่อเวลา 17.00 น. วันที่ 6 กันยายน ที่กองกำกับการสืบสวน 4 กองบังคับการสืบสวนสอบสวน กองบัญชาการตำรวจนครบาล (กก.สส.4 บก.สส.บช.น.) พล.ต.ต.สันติ ชัยนิรามัย ผบก.สส.บช.น., พ.ต.อ.นพศิลป์ พูลสวัสดิ์ รอง ผบก.สส.บช.น., พ.ต.อ.ธีรศักดิ์ จันทราพิพัฒน์ ผกก.สส.4 บก.สส.บช.น., พ.ต.ต.พฤฒ ศุภจิตตากร สว.กก.สส.4 บก.สส.บช.นำกำลังจับกุมนายพลณธี ภักดีพงศ์พานิชย์ ชื่อเดิม นายเพชรภูมิ สการภักดีสกุล อายุ 38 ปี และ น.ส.ธนิวรรณ ธัญวิวัฒธนากูล ชื่อเดิม น.ส.ปัทมา ธัญญาโภชน์ อายุ 28 ปี ตามหมายจับศาลจังหวัดนครสวรรค์ในข้อหา “ร่วมกันฉ้อโกงประชาชน และร่วมกันโดยทุจริต หรือโดยหลอกลวง นำเข้าสู่ระบบคอมพิวเตอร์ ซึ่งข้อมูลคอมพิวเตอร์ที่บิดเบือนหรือปลอม ไม่ว่าทั้งหมดหรือบางส่วน” ได้ที่โรงแรมแห่งหนึ่ง ย่าน ถนนพิบูลสงคราม ต.สวนใหญ่ อ.เมือง จ.นนทบุรี

สืบเนื่องจากผู้ต้องหาทั้ง 2 คน ซึ่งเป็นสามีภรรยากัน ได้ร่วมกันเปิดเพจเฟซบุ๊กขายสินค้า ชื่อ “บริษัทนำเข้า 110 จำกัด” โดยมีนายพลณธี เป็นแอดมินเพจ ประกาศขายสินค้าหลายประเภท เช่น เฟอร์นิเจอร์, นม UHT, น้ำมันพืช, หม้อทอดไร้น้ำมัน เป็นต้น โดย น.ส.ธนิวรรณ ว่าจ้างให้ นายสายชล เกตุหอม หรือนายโอ๊ต เป็นผู้ต้องหาในคดีเดียวกัน ซึ่งถูกจับกุมไปก่อนหน้านี้ เปิดบัญชีธนาคารใช้ชื่อของนายสายชล จากนั้นผู้ต้องหาทั้ง 2 ได้นำบัญชีดังกล่าวมาใช้เป็นบัญชีรับการโอนเงินจากลูกค้าที่สนใจสั่งซื้อสินค้าและถูกหลอกลวง เมื่อตกลงซื้อขายกับผู้เสียหาย และผู้เสียหายโอนเงินค่าสินค้าไปแล้ว ก็ไม่ได้รับการติดต่อกลับ และสินค้าที่สั่งซื้อไปก็ไม่ได้รับ โดยสินค้าสร้างความเสียหายมากที่สุดขณะนี้คือ หม้อทอดไร้น้ำมัน
จากการตรวจสอบ พบว่ามีผู้เสียหายที่หลงเชื่อ ตกเป็นเหยื่อของเพจดังกล่าวมากกว่า 3,000 คน มูลค่าความเสียหายกว่า 7 ล้านบาท นอกจากนี้ ยังมีการรวมตัวกันของผู้เสียหาย ร่วมกันตั้งกลุ่มเฟซบุ๊กชื่อ “โดนโกงจากบริษัทนำเข้าสินค้า 110 จำกัด” มีสมาชิกในกลุ่มกว่า 3,000 คน เพื่อแลกเปลี่ยนข้อมูล และร่วมมือกันในการดำเนินคดีกับผู้กระทำผิด โดยกลุ่มผู้เสียหายได้เคยรวมตัวกันไปร้องเรียนและแจ้งความ เพื่อดำเนินคดีที่ บก.ปคบ.มาแล้ว เมื่อช่วงต้นเดือนกันยายนที่ผ่านมา บางส่วนไปแจ้งความกับ สภ.หนองปลิง จนมีการออกหมายจับ พร้อมประสานมายัง กก.4 บก.สส.บช.น.
จากการสืบสวนพบว่าผู้ต้องหาทั้งสองไม่อยู่อาศัยที่ใดเป็นหลักแหล่ง โดยจะตระเวนกดเงินที่ได้จากการหลอกลวงผู้เสียหายตามตู้ ATM ก่อนมาถูกจับที่โรงแรมดังกล่าวพร้อมยึดทรัพย์สินจากการกระทำความผิด
จากการสอบปากคำ ผู้ต้องหาทั้งสองคนยังให้การภาคเสธ โดยยอมรับว่าเป็นผู้ก่อตั้ง และเป็นแอดมินเพจเฟซบุ๊กดังกล่าวจริง แต่มีเจตนาที่จะจำหน่ายสินค้าจริงๆ โดยอาศัยเงินจากผู้เสียหายที่สนใจสินค้า และโอนมา นำไปสั่งซื้อสินค้าผ่านดีลเลอร์นำเข้ามาจากต่างประเทศ แต่ต่อมาปรากฏว่าไม่มีสินค้าส่งการตามกำหนดนัด ประกอบกับเริ่มมีผู้เสียหายทวงถามเข้ามาจำนวนมาก จึงตัดสินใจหลบหนีไป เงินที่ได้มาบางส่วนก็ได้นำไปเล่นการพนันออนไลน์ และใช้จ่ายในชีวิตประจำวัน
เบื้องต้นตำรวจไม่ปักใจเชื่อ จึงจะรวบรวมพยานหลักฐานเพิ่มเติมก่อนดำเนินการตามกฎหมาย เนื่องจากพบประวัติทั้งคู่ว่าเคยต้องหาคดีในความผิดลักษณะเดียวกันมาก่อนหลายครั้ง จึงคุมตัวนำส่งพนักงานสอบสวน สภ.หนองปลิง จ.นครสวรรค์ ดำเนินคดีตามกฎหมายต่อไป

