เอนกชงของบกลางกว่า 170 ล.ผุดศูนย์ไซโคลตรอน ช่วยผู้ป่วยกว่า 3 หมื่นราย/ปี
เมื่อวันที่ 7 กันยายน ศ.เอนก เหล่าธรรมทัศน์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม (อว.) เปิดเผยว่า ได้รับรายงานจากสถาบันเทคโนโลยีนิวเคลียร์แห่งชาติ (สทน.) ถึงปัญหางบประมาณที่มีไม่เพียงพอในการดำเนินโครงการจัดสร้างศูนย์ไซโคลตรอน เพื่อพัฒนาศักยภาพการผลิตเภสัชภัณฑ์รังสีทางการแพทย์และการใช้ลำอนุภาคในการฉายรังสีในอุตสาหกรรม
“เดิมโครงการนี้เคยได้รับอนุมัติงบประมาณในการจัดสร้าง จำนวน 880 ล้านบาท แบ่งเป็นค่าใช้จ่ายในการจัดซื้อเครื่องไซโลตรอน 610 ล้านบาท และค่าก่อสร้างอาคาร 270 ล้านบาท และได้เริ่มดำเนินการตั้งแต่ปี 2560 เป็นต้นมา ขณะที่การของบประมาณเพิ่มเติมครั้งนี้ สาเหตุมาจากหน่วยงานที่มีหน้าที่ให้งบได้พิจารณาความคืบหน้าตามงวดงานแล้ว คาดว่าผู้รับจ้างจะดำเนินการไม่เสร็จตามสัญญาที่มีกำหนดสิ้นสุดในเดือนกุมภาพันธ์ 2564 แน่นอน จึงประเมินว่าโครงการคงแล้วเสร็จในปี 2565 ดังนั้นจึงให้งบเพียงส่วนหนึ่ง คือ 189.1854 ล้านบาท จากที่ควรจะได้ 359.0456 ล้านบาท” ศ.เอนก กล่าว

รัฐมนตรีว่าการ อว.กล่าวว่า อย่างไรก็ตาม ผู้รับจ้างได้แจ้งว่าจะส่งมอบงานทั้งหมดไม่เกินเดือนมีนาคม 2564 และเครื่องจะสามารถเริ่มดำเนินการผลิตได้ตั้งแต่ไตรมาส 3 ของปี 2564 ตนจึงเตรียมเสนอของบกลางจำนวน 169.8602 ล้านบาท เพื่อให้โครงการนี้ไม่หยุดชะงัก เพราะถือเป็นประโยชน์สำหรับงานเวชศาสตร์นิวเคลียร์ สามารถวินิจฉัยและติดตามการรักษามะเร็งได้อย่างถูกต้องและแม่นยำ ทำให้เพิ่มโอกาสการรักษาให้หายได้มากขึ้น
“ที่สำคัญจะสามารถให้บริการทางการแพทย์กับโรงพยาบาลต่างๆ ทั้งรัฐและเอกชนไม่น้อยกว่า 27 แห่ง มีผู้ป่วยไม่น้อยกว่า 30,000 รายต่อปี ได้ใช้ประโยชน์ และสามารถลดการพึ่งพาการนำเข้าสารจากต่างประเทศ โดยเฉพาะ 201TlCl และ 67Ga-Citrate ที่มีการนำเข้าจากต่างประเทศถึง 100% ทำให้ค่ายามีราคาลดลง เป็นการเพิ่มโอกาสให้คนไทยเข้าถึงการรักษาได้มากขึ้น ลดการนำเข้าจากต่างประเทศ เฉลี่ยไม่ต่ำกว่าปีละ 430 ล้านบาท และยังสนับสนุนความก้าวหน้าทางการแพทย์ของไทยให้ก้าวสู่การเป็น ศูนย์กลางทางการแพทย์ในภูมิภาคอาเซียน” ศ.เอนก กล่าว

ศ.เอนก กล่าวอีกว่า นอกจากประโยชน์ทางการแพทย์และสาธารณสุขแล้ว โครงการจัดสร้างศูนย์ไซโคลตรอน ยังสามารถใช้ลำอนุภาคพลังงานสูงจากเครื่องไซโคลตรอน ในการผลิตชิ้นส่วนอิเล็กทรอนิคส์กำลัง (Power Electronic) ในอุตสาหกรรมผลิตไฟฟ้าจากพลังงานทดแทนได้ อีกทั้ง ยังสามารถใช้ในการตรวจสอบและวิเคราะห์ด้วยเทคนิคต่างๆ เช่น การวิเคราะห์ธาตุด้วยเทคนิคการเหนี่ยวนำให้เกิดการเรืองรังสีเอกซ์ด้วยอนุภาค การถ่ายภาพด้วยนิวตรอน การผลิตแผ่นกรองต่างๆ และแผ่นเยื่อสำหรับปฏิกิริยาในการแลกเปลี่ยนไอออน ในด้านการวิจัยทางวิทยาศาสตร์ ไซโคลตรอนสามารถผลิตไอโซโทปรังสีสำหรับเทคนิคสารติดตามทางชีวภาพการศึกษา วิจัยทางการแพทย์ การศึกษาวิจัยทางด้านการเกษตรและปรับปรุงขยายพันธุ์พืช สนับสนุนงานวิจัยด้านฟิสิกส์เครื่องเร่งอนุภาคและฟิสิกส์ด้านการปรับปรุง คุณสมบัติของวัสดุและการตรวจวิเคราะห์ด้วยเทคนิคการใช้ลำอนุภาคพลังงานสูง และเป็นการสร้างฐานความรู้ในเทคโนโลยีที่เกี่ยวข้องสำหรับประเทศไทยอีกด้วย

