เมื่อวันที่ 8 กันยายน ที่กองบัญชาการตำรวจนครบาล (บช.น.) พล.ต.ท.ภัคพงศ์ พงษ์เภตรา ผบช.น. เปิดเผยความคืบหน้ากรณีแนวร่วมธรรมศาสตร์และการชุมนุม และคณะประชาชนปลดแอก ประกาศว่าจะมีการชุมนุมใหญ่เกิดขึ้นในวันที่ 19 ก.ย. 2563 ที่มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ ท่าพระจันทร์ ว่าการดูแลรักษาความสงบเรียบร้อยนั้น ทางเจ้าหน้าที่ตำรวจดำเนินการตามพ.ร.บ.ชุมนุมสาธารณ พ.ศ.2558 มีวัตถุประสงค์เพื่อรักษาความสงบเรียบร้อยให้กับประชาชนในพื้นที่กรุงเทพมหานครและผู้เข้ามาร่วมทำกิจกรรม ซึ่งทางเจ้าหน้าที่ร้องขอให้มีการปฏิบัติตาม พ.ร.บ.การชุมนุมสาธารณะดังกล่าว ตามเจ้าพนักงานตามชุมนุมสาธารณะ ส่วนการจัดกำลังนั้น ขึ้นอยู่กับสถานการณ์ด้านการข่าว ซึ่งยังอีกหลายวัน ที่ผู้ชุมนุมต้องการมาใช้สิทธิ์ โดยเน้นตามวัตถุประสงค์การดูแลรักษาความสงบเรียบร้อยเป็นหลัก
ผู้สื่อข่าวถามว่ามีการประเมินสถานการณ์การชุมนุมในวันที่ 19 กันยายน อย่างไรบ้าง พล.ต.ท.ภัคพงศ์ กล่าวว่า ทราบข้อมูลเบื้องต้นว่าจะมีการจัดการชุมนุมในพื้นที่ม.ธรรมศาสตร์ ท่าพระจันทร์ ส่วนจะทำกิจกรรมอย่างไรนั้นขึ้นอยู่กับผู้ชุมนุม ส่วนกรณีที่ทางกลุ่มผู้ชุมนุมโพสต์ผ่านเฟซบุ๊กว่าจะเข้าไปใช้พื้นที่ท้องสนามหลวงตำรวจยอมหรือไม่นั้น เจ้าหน้าที่ตำรวจจะดำเนินตามพ.ร.บ.ชุมนุมสาธารณะ ซึ่งพื้นที่บริเวณดังกล่าวเป็นโบราณสถานจะต้องมีการขออนุญาตหน่วยงานที่รับผิดชอบ โดยยังไม่มีการประสานกับทางเจ้าหน้าที่ตำรวจว่าจะมีการจัดกิจกรรมต่อเนื่องข้ามวันหรือไม่แต่อย่างใด
ผู้สื่อข่าวถามอีกว่ามีการเตรียมแผนกรกฎ 52 ไว้อย่างไร พล.ต.ท.ภัคพงศ์ กล่าวว่า แผนดังกล่าวเป็นแผนการหลักให้เจ้าพนักงานดำเนินการกรณีเกิดเหตุในหลายด้าน ไม่ว่าจะเป็นภัยพิบัติ ภัยธรรมชาติ หรือเหตุต่างๆ นั้นรวมถึงการชุมนุม ไม่ได้มีการดำเนินการอะไรเป็นพิเศษ ให้เพียงเจ้าหน้าที่ตำรวจมีการเตรียมความพร้อมในการรักษาความสงบตามแผนที่มีการกำหนดไว้เท่านั้น ส่วนกรณีมีเอกสารการจัดเตรียมสถานที่พักอาศัยรองรับกองร้อยควบคุมฝูงชน ในพื้นที่บก.น.8 ยืนยันว่า เป็นขั้นตอนปกติของการเตรียมความพร้อมในการจัดกำลังเพื่อดูแลรักษาความสงบเท่านั้น
ผู้สื่อข่าวถามถึงกรณีพนักงานสอบสวนสน.สำราญราษฎร์ ไปร้องขอต่อศาลอาญามีคำสั่งเพิกถอนการปล่อยตัวชั่วคราว นายอานนท์ นำภาและนายภาณุพงศ์ จาดนอก ทั้งคู่กระทำการอันเป็นการฝ่าฝืนเงื่อนไขศาล และรับตัวไว้ขังตั้งแต่เมื่อวันที่ 3 ก.ย.ที่ผ่านมานั้น พล.ต.ท.ภัคพงศ์ กล่าวว่า กรณีดังกล่าวทางพนักงานสอบสวนเห็นว่า รวบรวมพยานหลักฐานเป็นเวลาตามสมควรแล้ว และผู้ต้องหาทั้งสองคน ก็ไม่ได้มีการไปยุ่งเกี่ยวกับพยานหลักฐาน มีอาชีพที่อยู่เป็นหลักแหล่ง พนักงานสอบสวนจึงร้องขอต่อศาลทำการปล่อยตัว แล้วก็ดำเนินการสอบสวนตามขั้นตอนโดยไม่มีอะไรเป็นพิเศษ
เมื่อผู้สื่อข่าวถามว่าหากนายอานนท์และนายภาณุพงศ์ขึ้นเวทีอีกทางตำรวจจะรวบรวมพยานหลักฐานเพื่อขอให้ศาลถอนการประกันตัวหรือไม่ พล.ต.ท.ภัคพงศ์ กล่าวว่า ทางพนักงานสอบสวนได้ร้องขอให้ศาลออกหมายปล่อยตัวแล้ว หากมีการขึ้นเวทีอีกก็เป็นอีกกรณีหนึ่ง ต้องดูว่าทำตามพ.ร.บ.ชุมนุมสาธารณะหรือไม่ หากผิดกฎหมายอื่นๆ เจ้าหน้าที่ตำรวจก็ดำเนินการตามกฎหมายตามปกติ ส่วนมีความกังวลหรือไม่ ทางเจ้าหน้าที่ตำรวจไม่ได้มีความกังวลแต่อย่างใด เนื่องจากที่ผ่านมาการขุมนุมเป็นไปด้วยความเรียบร้อย ขอให้ผู้จัดกิจกรรมชุมนุมทำตาม พ.ร.บ.ชุมนุมสาธารณะและกฎหมายที่เกี่ยวข้อง เชื่อว่าทุกคนก็หวังดีกับประเทศ ก็ขอให้รักษาความสงบเรียบร้อย ส่วนมีการเคลื่อนไปยังสถานที่ราชการอื่นๆ นั้น ทางเจ้าหน้าที่ตำรวจยังไม่ทราบ

