กทม.ตรวจโรงหนังทั่ว 330 แห่งทั่วกรุง ประเดิม ‘เซ็นทรัลพระราม9’ พบปัญหาอื้อ

2.08.16 | 16:46 น.

เมื่อวันที่ 2 สิงหาคม ที่ห้างสรรพสินค้าเซ็นทรัลพระราม 9 นายไทวุฒิ ขันแก้ว ผู้อำนวยการกองควบคุมอาคาร สำนักการโยธา กรุงเทพมหานคร(กทม.) พร้อมด้วยคณะทำงาน ลงพื้นที่ตรวจสอบความปลอดภัยโรงภาพยนตร์ในอาคาร โดยกล่าวภายหลังว่า โรงภาพยนตร์เป็นสถานที่ที่ประชาชนใช้งานร่วมกันจำนวนมาก เป็นสถานที่ปิดทึบ หากไม่มีระบบป้องกันภัยหรือความปลอดภัยอย่างเหมาะสม เมื่อเกิดเหตุเพลิงไหม้หรืออันตรายอาจสร้างความเสียหายและก่อให้เกิดอันตรายกับประชาชนผู้ใช้งาน ดังนั้น จึงต้องตรวจสอบระบบความปลอดภัยอย่างเข้มงวด และตรวจเป็นประจำ ตามกฎหมายกำหนดให้เจ้าของอาคาร ตรวจสอบอาคารและยื่นผลการตรวจสอบให้กทม.เป็นประจำทุกปี ทั้งนี้ ปัจจุบัน กรุงเทพฯ มีอาคารขนาดใหญ่ ที่ต้องได้รับการตรวจสอบจำนวน 15,000 อาคาร ส่วนอาคารที่มีโรงภาพยนตร์ในอาคาร มีทั้งหมด 39 อาคาร ซึ่งตามกฎหมายก็ต้องมีการตรวจสอบระบบป้องกันและความปลอดภัยเป็นประจำทุกปีเช่นกัน

นายไทวุฒิ กล่าวภายหลังเข้าตรวจสอบโรงภาพยนตร์ของห้างเซ็นทรัลพระราม 9 ว่า จากการตรวจสอบพบว่ายังมีจุดที่ต้องแก้ไขหลายจุด อย่างเส้นทางหนีไฟ จะต้องทำให้ไม่มีสิ่งกีดขวางอย่างเด็ดขาด และต้องทดสอบระบบดับเพลิง สปริงเกอร์ ระบบแจ้งเตือนเหตุเพลิงไหม้ระหว่างรับชมภาพยนตร์ให้สามารถใช้งานได้อยู่เสมอ อีกทั้งในส่วนของวัสดุตกแต่งภายในนั้นเป็นวัสดุติดไฟง่าย จะต้องแก้ไขโดยการเคลือบวัสดุทนไฟ โดยหลังจากนี้ สำนักการโยธา จะลงพื้นที่ตรวจสอบโรงภาพยนตร์ในอาคารในกรุงเทพฯ ที่มีจำนวนทั้งหมด 330 แห่ง ภายในระยะเวลา 15 วันหลังจากนี้ หากพบโรงภาพยนตร์ใด มีจุดบกพร่องด้านความปลอดภัย มีการก่อสร้างการปรับปรุงที่ไม่ถูกต้องตามกฎหมาย กทม.จะสั่งให้แก้ไขภายใน 30 วัน และจะเข้าตรวจสอบซ้ำอีกครั้ง หากพบว่าไม่มีการปรับปรุงแก้ไข กทม.ก็จะดำเนินการตามกฎหมาย โดยสั่งระงับการใช้โรงภาพยนตร์ทันทีที่ตรวจพบ

ด้าน น.ส.บุษกร แสนสุข ประธานคณะกรรมการสาขาวิศวกรรมความปลอดภัย วิศกรรมสถานแห่งประเทศไทยในพระบรมราชูปถัมภ์ (วสท.) กล่าวว่า เบื้องต้นพบว่าโรงภาพยนตร์ของห้างเซ็นทรัลพระราม9 นั้น สปริงเกอร์ และอุปกรณ์ตรวจจับควันต่างๆ ถูกติดตั้งตามซอก มุม ซึ่งต้องทบทวน เพราะตำแหน่งการติดตั้งจะส่งผลต่อประสิทธิภาพการกระจายน้ำไม่ได้ผล และพบว่าภายในโรงภาพยนตร์มีการติดตั้งระบบการแจ้งเตือนเมื่อเกิดเหตุเพลิงไหม้ ซึ่งจะต้องทดสอบสมรรถภาพว่า เสียงเตือนได้ยินทั่วถึงหรือไม่ อีกทั้งเมื่อเกิดเหตุ เสียงฉายภาพยนตร์จะต้องหยุดทำงานด้วยเพื่อส่งเสียงเพียงเสียงเตือนเท่านั้น ทั้งนี้ จากการประเมินด้วยสายตาไม่สามารถประเมินวัสดุได้ว่า เป็นไปตามกฎหมายหรือไม่

น.ส.บุษกร กล่าวถึงระบบการแจ้งเตือนเหตุเพลิงไหม้ภายในโรงภาพยนตร์ของห้างเมเจอร์ปิ่นเกล้าว่า โรงภาพยนตร์ดังกล่าวได้ติดตั้งอุปกรณ์เตือนในลักษณะตรวจจับความร้อน เมื่อเกิดเหตุเพลิงไหม้ อุปกรณ์อาจเเจ้งเตือนได้ช้ากว่าการติดตั้งอุปกรณ์ตรวจจับควัน ซึ่งตามกฎหมายไม่ได้กำหนดเจาะจง โดยระบุเพียงว่าให้ติดตั้งระบบอุปกรณ์ตรวจจับอัตโนมัติ