น.ต.นพ.บุญเรือง ไตรเรืองวรวัฒน์ อธิบดีกรมสนับสนุนบริการสุขภาพ (สบส.) กระทรวงสาธารณสุข (สธ.) กล่าวภายหลังหารือร่วมกับผู้แทนมูลนิธิส่งเสริมอาชีพคนตาบอดและหน่วยงานที่เกี่ยวข้องกับการประกอบอาชีพนวดของผู้พิการทางสายตา อาทิ ผู้แทนศูนย์พัฒนาสมรรถภาพคนตาบอด ผู้แทนมูลนิธิคอลฟิลด์เพื่อคนตาบอด สมาคมคนตาบอดแห่งประเทศไทย ผู้แทนจากสภาวิชาชีพการแพทย์แผนไทย ผู้แทนสมาคมส่งเสริมการนวดแผนไทยคนตาบอด ผู้แทนชมรมสุขสัมผัสพัฒนาการนวดไทย ฯลฯ กรณีการประกาศใช้ พ.ร.บ.สถานประกอบการเพื่อสุขภาพ พ.ศ.2559 ในวันที่ 27 กันยายน ว่า จากข้อมูลที่ได้จากมูลนิธิส่งเสริมอาชีพคนตาบอด ในขณะนี้มีสถานประกอบการนวดที่ให้บริการโดยผู้พิการทางสายตา ประมาณ 1,000 แห่ง มีผู้ให้บริการประมาณ 4,500 คนทั่วประเทศ
โดยผลการหารือมี 3 ประเด็น ประเด็นแรก คือ หลัง พ.ร.บ.มีผลบังคับใช้ในวันที่ 27 กันยายน 2559 สบส.จะผ่อนผันให้สถานประกอบการเพื่อสุขภาพ ได้แก่ สปา นวดเพื่อสุขภาพ และนวดเพื่อเสริมความงาม จำนวน 1,609 แห่งที่ได้รับใบรับรองมาตรฐานจากกรม สบส. รวมทั้งสถานบริการนวดของผู้พิการทางสายตาสามารถให้บริการต่อไปอีก 180 วัน ในระหว่างนี้ให้ยื่นขอขึ้นทะเบียนกับกรมควบคู่กันไปด้วย
น.ต.นพ.บุญเรืองกล่าวอีกว่า ประเด็นที่ 2 ในกรณีของผู้พิการทางสายตาที่ประกอบอาชีพนวดมาก่อนแล้ว และผ่านการอบรมจากกรมพัฒนาฝีมือแรงงาน กรมพัฒนาการแพทย์แผนไทยและการแพทย์ทางเลือก และมูลนิธิช่วยคนตาบอดในหลักสูตรนวดไทยเพื่อสุขภาพสำหรับผู้พิการทางสายตา 255 ชั่วโมง (ชม.) สามารถยื่นขออนุญาตเป็นผู้ให้บริการนวดกับ สบส.ได้ทันที เนื่องจากหลักสูตรดังกล่าว สบส.ได้ใช้เป็นหลักสูตรกลาง 1 ใน 11 หลักสูตรที่ให้การรับรอง และประเด็นที่ 3 ในกรณีของผู้พิการทางสายตาที่ไม่ได้สำเร็จการอบรมจากหลักสูตรที่กล่าวมาข้างต้น กรมได้วางแนวทางโดยจะดำเนินการเร่งรับรองหลักสูตรที่เปิดอบรม ไม่ว่าจะเป็นการนวดสำหรับผู้พิการทางสายตา 330 ชม., 800 ชม. และ 1,500 ชม.ก็ตาม โดยจะนำมาเทียบกับหลักสูตรกลาง 255 ชม.ที่ได้รับการรับรองว่าได้คุณภาพ มาตรฐาน ทั้งเนื้อหาและวิทยากรที่สอนว่ามีความรู้ความสามารถตรงกับสาขาที่สอนหรือไม่ หากไม่ตรงตามเกณฑ์ก็จะดำเนินการส่งเสริมให้ผู้พิการสายตาได้รับการอบรมเพิ่มเติม เพื่อให้ได้มาตรฐานและได้รับใบประกาศนียบัตรรับรอง และขึ้นทะเบียนเป็นผู้ให้บริการนวดกับ สบส.
“จึงขอให้ผู้พิการทางสายตาที่ประกอบอาชีพนวดอยู่ในขณะนี้คลายกังวลได้ เนื่องจากกฎหมายฉบับนี้มีเจตนารมณ์เพื่อส่งเสริมให้สถานประกอบการเพื่อสุขภาพและอาชีพนวด มีคุณภาพมาตรฐาน สร้างรายได้ และเป็นการส่งเสริมสุขภาพให้ประชาชนอย่างแท้จริง หากผู้พิการทางสายตารายใหม่ที่ต้องการประกอบอาชีพนวดก็สามารถเข้ารับการอบรมหลักสูตรนวดไทยเพื่อสุขภาพได้” อธิบดี สบส.กล่าว

