สาธิต ชี้ระบบบริการปฐมภูมิวิถีใหม่ ลดภาระปชช.-ไม่ต้องคอยนาน

10.09.20 | 18:02 น.
สาธิต ชี้ระบบบริการปฐมภูมิวิถีใหม่ ลดภาระปชช.-ไม่ต้องคอยนาน

วันนี้ (10 กันยายน 2563) ที่โรงแรมมิราเคิล แกรนด์ นายสาธิต ปิตุเตชะ รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงสาธารณสุข (สธ.) กล่าวระหว่างเปิดประชุมวิชาการโครงการพัฒนางานบริการปฐมภูมิในยุควิถีชีวิตใหม่ ปี 2563 จัดโดยโรงพยาบาล (รพ.) ขอนแก่น ร่วมกับสมาคมเวชกรรมสังคมแห่งประเทศไทย และคณะกรรมการพัฒนางานบริการปฐมภูมิในโรงพยาบาลศูนย์ โรงพยาบาลทั่วไป เพื่อแลกเปลี่ยนเรียนรู้การดำเนินงาน นวัตกรรมการพัฒนางานปฐมภูมิ ระหว่างคณะกรรมการพัฒนางานปฐมภูมิ แพทย์เวชศาสตร์ครอบครัว พยาบาล นักวิชาการ และเจ้าหน้าที่จากโรงพยาบาลศูนย์/โรงพยาบาลทั่วไป ว่า ประเทศไทยมีระบบการดูแลสุขภาพที่เข้มแข็งครอบคลุมถึงระดับครอบครัว ตามนโยบายรัฐบาลในด้านการสร้างเสริมสุขภาพประชาชนตลอดช่วงวัย พัฒนาระบบบริการสุขภาพให้ประชาชนเข้าถึงบริการที่มีคุณภาพ เน้นความเข้มแข็งของระบบบริการปฐมภูมิ ให้ประชาชนได้รับบริการใกล้บ้าน

“ทุกครอบครัวมีหมอประจำตัว 3 คน คือ หมอประจำบ้าน หมอสาธารณสุข และหมอครอบครัว ปรับระบบบริการให้สอดคล้องกับการใช้ชีวิตในยุค New Normal ใช้แนวคิด สุขภาพดี เริ่มต้นที่บ้าน โดยมีทีมสุขภาพปฐมภูมิร่วมกับอาสาสมัครสาธารณสุขประจำหมู่บ้าน (อสม.) กว่า 1,040,000 คน ดูแลทุกครัวเรือนใกล้ชิด โดยทีมหมอครอบครัวใช้ระบบการปรึกษาทางไกล หรือ เทเลเมดิซีน (Telemedicine) ปรึกษากับแพทย์ในโรงพยาบาล รับยาที่ร้านยาใกล้บ้าน หรือมี อาสาสมัครสาธารณสุขประจำหมู่บ้าน (อสม.) ส่งยาให้ถึงบ้าน ประชาชนมีหน่วยบริการปฐมภูมิใกล้บ้าน เข้าถึงง่าย ประหยัดเวลา ลดการรอคอย ซึ่งจะช่วยลดภาระค่าเดินทางไปโรงพยาบาล 1,655 บาทต่อคน ลดรอคอยเหลือ 44 นาที จากเดิมใช้เวลา 3 ชั่วโมง” นายสาธิต กล่าว

นายสาธิต กล่าวว่า การจัดบริการสุขภาพปฐมภูมิ จะส่งเสริมให้ประชาชนและครอบครัวมีศักยภาพในการจัดการสุขภาพของตนเอง ป้องกันโรคที่ป้องกันได้เพื่อลดการเจ็บป่วย โดยมีประเด็นสำคัญในการขับเคลื่อนบริการปฐมภูมิ เน้นการดูแลผู้สูงอายุซึ่งเป็นกลุ่มเสี่ยงต่อการป่วยรุนแรงและเสียชีวิต การดูแลสุขภาพจิตที่มีผลกระทบจากสภาพเศรษฐกิจ และการเชื่อมโยงข้อมูลสารสนเทศเพื่อให้การดูแลสุขภาพมีความต่อเนื่อง ไร้รอยต่อ ลดความซ้ำซ้อนในการทำงาน