หน้าแรก ในประเทศ เหยี่ยวถลาลม ...

เหยี่ยวถลาลม : ตีสองหน้า

12.09.20 | 12:12 น.
เหยี่ยวถลาลม : ตีสองหน้า

เหยี่ยวถลาลม : ตีสองหน้า

อัลแบร์ กามู นักเขียนชาวฝรั่งเศส เขียน “มนุษย์สองหน้า” และตีพิมพ์ปี ค.ศ.1956 ปีถัดมา “กามู” ก็ได้รับรางวัลโนเบล สาขาวรรณคดี

ชวนให้คิดว่าอย่าได้มองผ่าน “ธรรมชาติของมนุษย์”

เป็นความจริงว่า สัญชาตญาณที่รักตัว กลัวสูญเสียทำให้ “คน” ซึ่งผ่านประสบการณ์ชีวิตมามากมัก “ตีสองหน้า”

เช่น ใบหน้าที่ 1 อาจจะกล่าวต่อสาธารณะว่า ผมก็มีพี่น้อง มีลูกมีเมีย มีลูกหลานและวงศาคณาญาติ ไม่มีวันที่จะทำอันตรายแก่บุตรหลานอันเป็นที่รักของผู้อื่น

Advertisement

แต่ละใบหน้าของมนุษย์มักมี “เงื่อนไข”

ใบหน้าที่ 1 อาจเหมาะสมกับเงื่อนไขหนึ่ง ใบหน้าที่ 2 เหมาะกับอีกเงื่อนไข

ถ้าชีวิตพลิกจากความรุ่งเรืองสู่ร่วงโรย จากที่สูงลงสู่ที่ต่ำ จากมั่นคงสู่สั่นคลอน “ใบหน้า” ของคนเราก็จะเปลี่ยนไปตามการชี้นำของอารมณ์ความรู้สึก

ก่อนหน้านี้ผู้ใหญ่จำนวนมากปรามาสว่า เด็กถูกชี้นำจากต่างชาติ ถูกครอบงำจากกลุ่มการเมืองฝ่ายตรงข้ามรัฐบาล

เดิมทีเดียวมีแผนจัดการขั้นเด็ดขาด !

การยืดระยะเวลาทำการของ พ.ร.ก.ฉุกเฉินออกมาทีละเดือนๆ คือมาตรการหนึ่งที่เตรียมใช้เป็นข้ออ้างสร้าง “ความชอบธรรม”

แต่ใบหน้าที่เหี้ยม เกรี้ยวกราด ขึงขัง ยังไม่ทันได้นำออกมาใช้ !

“พลัง” นั้นบริสุทธิ์เกินกว่าที่บดขยี้ทำลายได้โดยง่าย

เด็กมีอนาคต มีความฝัน คิดเองและลงมือทำเองอย่างชาญฉลาดถึงขั้นที่ “ผู้เป็นใหญ่” คาดไม่ถึง

การชุมนุมของเด็กนักเรียนนิสิตนักศึกษาเยาวชนเต็มไปด้วยพลังของความมุ่งมั่น

ยังมากไปด้วยการพลิกแพลงและแยบยล

เด็กมีเพียงเสียง มีเพียงเพื่อนร่วมทาง เด็กไม่มีอาวุธไม่มีเครื่องทุนแรงอันใดที่จะสามารถล้มล้างการปกครองหรือองค์กรต่างๆ ทำไมต้องเตรียมกำลังเตรียมอุปกรณ์

สถานการณ์ก่อนถึงวันที่ 19 กันยายน เต็มไปด้วย “ความไม่แน่นอน”

“ผู้เป็นใหญ่” ทุกฝ่ายต่างมีเงื่อนไขเฉพาะตน

ทุกฝ่ายพร้อมที่จะ “ฉวยโอกาส”

เมื่อเด็กประกาศยกระดับการชุมนุม เบิ้มอีกครั้งในวันที่ 19 ก.ย.นี้ “ใบหน้าที่บิดเบี้ยว” ของผู้เป็นใหญ่ทุกฝ่ายก็จะถูกซ่อนเอาไว้ภายใต้รอยยิ้ม

อย่าได้หลงเชื่อ “ใบหน้าที่เห็น” ของผู้เป็นใหญ่

“ความเป็นเผด็จการ” เป็นความป่วยไข้ทางจิตที่รักษาไม่หาย

เป็นทัศนคติที่ปรับเปลี่ยนไม่ได้

จะต้องเตรียมแผนรับมือให้พร้อม !?!!