ระดมสูบน้ำจาก น.น่าน 24 ชม.เข้าบึงบอระเพ็ด เตรียมพร้อมรับมือฤดูแล้งปีหน้า
วันที่ 11 กันยายน นายภาดล ถาวรกฤชรัตน์ อธิบดีกรมทรัพยากรน้ำ กระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม(ทส.) เปิดเผยว่า แม้ว่าช่วง ประมาณ 1 เดือนที่ผ่านมา หลายพื้นที่โดยเฉพาะภาคเหนือจะมีฝนตกหนัก แต่กลับพบว่า ปริมาณน้ำฝนยังไม่มากพอที่จะไปเติมในเขื่อนหรือแหล่งเก็บน้ำขนาดใหญ่ ให้มีปริมาณเพิ่มขึ้น โดยเฉพาะอย่างยิ่งในบึงบอระเพ็ด ที่พบว่าปีนี้มีปริมาณน้ำน้อยมาก คือเหลือน้ำ แค่ 7% ของปริมาณน้ำทั้งหมดที่สามารถเก็บได้ คือ บึงบอระเพ็ด พื้นที่ประมาณ 5 พันไร่ ปกติจะสามารถเก็บน้ำได้มากที่สุด 100 ล้านลูกบาศก์เมตร เวลานี้น้ำแห้งเหลือเพียง 7 ล้านลูกบาศก์เมาตร เท่านั้น คือ เหลือไม่ถึง 10% หากปล่อยไปเช่นนี้ ชาวบ้านที่อาศัยอยู่รอบๆบึงบอระเพ็ดจะต้องเดือดร้อน ฤดูแล้งปีหน้าจะต้องขาดน้ำดิบที่จะนำไปผลิตน้ำประปาอย่างแน่นอน
อธิบดีกรมทรัพยากรน้ำ กล่าวว่า ที่กรมน้ำต้องเข้าไปแก้ปัญหาจุดนี้คือ สูบน้ำจากแม่น้ำน่านเข้าไปเติมในบึงบอระเพ็ด เพื่อไม่ให้น้ำแห้ง และเป็นการกักตุนน้ำเอาไว้ใช้สำหรับทำน้ำประปาในฤดูร้อนปีหน้า โดตอนนี้ได้ทำการสูบมาแล้ว 5 วัน สูบตลอด 24 ชั่วโมง ได้น้ำจากแม่น้ำน่านเข้าไปเติมวันละ 5 แสนลูกบาศก์เมตร และจะสูบเช่นนี้ต่อไปเรื่อยๆจนกว่า จะถึงจุดที่สูบไม่ได้ คาดว่า อีกประมาณ 2 เดือน น่าจะได้น้ำเติมในบึงบอระเพ็ดในปริมาณที่เพียงพอ ซึ่งจนถึงขณะนั้น น่าจะใช้งบประมาณสำหรับการดำเนินการเรื่องนี้ประมาณ 10 ล้านบาท แต่ถือว่าคุ้มค่า เพราะหากไม่ดำเนินการเช่นนี้ ก็ไม่รู้ว่าจะไปเอาน้ำจากไหนมาเติมในบึงบอระเพ็ด ประชาชนที่อยู่รอบๆพื้นที่บึงบอระเพ็ด ชาว อ.ท่าตะโก จ.นครสวรรค์ จะไม่มีน้ำประปาใช้ในฤดูแล้งปีหน้าอย่างแน่นอน
เมื่อถามว่า ทำแบบนี้จะทำให้แม่น้ำน่านได้รับผลกระทบหรือไม่ นายภาดล กล่าวว่า ตอนนี้น้ำในแม่น้ำน่านยังอยู่ในระดับที่สามารถสูบออกมาใช้ได้ ซึ่งจากฝนที่ตกลงมาด้วยคาดว่า จะสามารถสูบน้ำออกมาใช้ได้อีก 2 เดือน โดยไม่ได้รับผลกระทบอะไร
“ตอนนี้เราเบาใจได้ในระดับหนึ่ง แต่ก็ยังลุ้นว่า หากมีพายุเข้ามาอีก 2 ลูกอ่างเก็บน้ำหลายๆแห่ง รวมทั้งบึงบอระเพ็ดจะได้รับการเติมน้ำแบบเต็มๆ แต่ความหวังดังกล่าวมีน้อยมาก เราจึงต้องใช้วิธีบริหารจัดการน้ำที่เหมาะสมที่สุดเช่นนี้”นายภาดล กล่าว

