อนุทิน ชู อสม.-หมอประจำบ้าน ขับเคลื่อนสู่ตำบลวิถีชีวิตใหม่ ปลอดโควิด-19

17.09.20 | 18:25 น.
อนุทิน ชู อสม.-หมอประจำบ้าน ขับเคลื่อนสู่ตำบลวิถีชีวิตใหม่ ปลอดโควิด-19

วันนี้ (17 กันยายน 2563) ที่ จ.บุรีรัมย์ นายอนุทิน ชาญวีรกูล รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงสาธารณสุข (สธ.) พร้อมด้วย นพ.ธเรศ กรัษนัยรวิวงค์ อธิบดีกรมสนับสนุนบริการสุขภาพ นพ.พงศ์เกษม ไข่มุกด์ ผู้ตรวจราชการ สธ. เขตสุขภาพที่ 9 นายธัชกร หัตถาธยากูล ผู้ว่าราชการจังหวัดบุรีรัมย์ และคณะผู้บริหาร เปิดการประชุมวิชาการอาสาสมัครสาธารณสุขประจำหมู่บ้าน (อสม.) ในการขับเคลื่อนตำบลวิถีชีวิตใหม่ ปลอดภัยจากโรคติดเชื้อไวรัศโคโรนา 2019 หรือ โควิด-19 เป็นเวทีแลกเปลี่ยนเรียนรู้ในเฝ้าระวัง ควบคุม ป้องกันการแพร่กระจายเชื้อในชุมชน นำเสนอวิชาการในรูปแบบนิทรรศการมีชีวิต จัดโดยศูนย์สนับสนุนบริการสุขภาพที่ 9 นครราชสีมา ร่วมกับชมรม อสม. เขตบริการสุขภาพที่ 9 โดยมีผู้เข้าร่วมประชุมกว่า 800 คน

นายอนุทิน กล่าวว่า อสม.นับเป็นกำลังที่สำคัญและเป็นกลไกที่เข้มแข็งของระบบสาธารณสุขของประเทศไทย ดูแลสุขภาพประชาชนในชุมชนมากว่า 40 ปี ซึ่งในช่วงสถานการณ์โรคโควิด-19 ที่ผ่านมา อสม. เป็นส่วนหนึ่งที่ช่วยให้ประเทศผ่านพ้นวิกฤตนั้นมาได้ จนเป็นที่ยอมรับจากองค์การอนามัยโลก และนานาประเทศทั่วโลกมาแล้ว ซึ่ง พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี ได้อนุมัติค่าตอบแทนการปฏิบัติงานในสถานการณ์โควิด-19 จำนวน 7 เดือน เป็นเงิน 3,500 บาท เพิ่มจากค่าป่วยการตามปกติ เป็นการตอบแทนที่ อสม.ทุกคนได้ทุ่มเท ดูแล ป้องกัน ให้ประชาชนทุกคนปลอดภัยจากทุกโรคไม่ใช่เฉพาะโรคโควิด-19

นายอนุทิน กล่าวว่า สธ.ได้จัดการประชุมวิชาการ อสม. ทั้งหมด 4 ภาค โดยเริ่มจากภาคอีสานเป็นภาคแรก เพื่อให้ อสม.ได้รับความรู้เกี่ยวกับการปฐมพยาบาลเบื้องต้น นำไปดูแลประชาชนในพื้นที่ เป็นการลดอัตราการเข้ารับรักษาในโรงพยาบาล ซึ่ง อสม.จะเป็นหมอคนแรกที่ให้การดูแล หากอาการไม่ดีขึ้น ก็ให้ส่งต่อไปหาหมอคนที่ 2 ที่โรงพยาบาลส่งเสริมสุขภาพระดับตำบล (รพ.สต.) และจะมีระบบส่งต่อไปยังหมอครอบครัวที่โรงพยาบาลใหญ่ซึ่งเป็นหมอคนที่ 3 คนไทยจะมีหมอถึงสามหมอที่จะดูแลสุขภาพ

Advertisement

“อสม.ทุกคนเป็นพลังในการขับเคลื่อนงานของกระทรวงสาธารณสุข เป็นหมอประจำครอบครัว ให้ความรู้และพัฒนาสุขภาพของประชาชน ดูแลตนเองได้ โดยเฉพาะในช่วงสถานการณ์โรคโควิด-19 การที่จะไม่เจอผู้ป่วยในประเทศไม่ใช่เป้าหมายของเรา แต่เป้าหมายของเราคือหากมีผู้ติดเชื้อที่ไหน อสม.จะไปหาเจอที่นั่น” นายอนุทิน กล่าว

ทั้งนี้ ในงานดังกล่าวได้มอบรางวัลเชิดชูเกียรติให้กับ อสม.ดีเด่นระดับชาติ จำนวน 3 รางวัล ระดับภาคตะวันออกเฉียงเหนือ จำนวน 9 รางวัล และพื้นที่ต้นแบบการส่งเสริมความรอบรู้ด้านสุขภาพ ประจำปี 2563 จำนวน 13 แห่ง ที่ได้เสียสละ อุทิศกำลังกาย กำลังใจ ในการดูแลสุขภาพของพี่น้องประชาชนในพื้นที่ จนเกิดผลงานอันเป็นที่ประจักษ์