24 พฤษภาคม 2535 เป็นวันล่มสลายของ “จปร.5” ภายใต้การนำของพลเอกสุจินดา คราประยูร ภายหลังจากฉ้อฉลด้วยกลอุบายนั่งเก้าอี้นายกรัฐมนตรีได้ 48 วัน
จะว่าไปแล้ว “กลอุบาย” ของเผด็จการทุกสมัยไม่ค่อยแตกต่างกัน โดยเฉพาะเผด็จการทหารไทยใช้ “อุบายซ้ำซาก”
ก่อนจะปิดฉาก “สุจินดา” กับพวก “รสช.” ลงฝ่ายผู้ชุมนุมออกแถลงการณ์เรียกร้องเพียงแค่ 1.ให้
“สุจินดา” ลาออก กับ 2.ร้องขอให้มี “รัฐธรรมนูญที่เป็นประชาธิปไตยอย่างสมบูรณ์”
แต่โดยที่ไม่คาดคิด หลังเที่ยงคืนวันที่ 17 พฤษภาคม รัฐบาลสุจินดาประกาศสถานการณ์ฉุกเฉิน
ก่อนอรุณรุ่ง 18 พฤษภา ทหาร รถถัง อาวุธสงคราม รถฉีดน้ำ ตำรวจปราบจลาจล และเสียงปืนรัวใส่ฝูงชนคลาคล่ำนับแสน จนถึงบ่ายจึงจับกุม “จำลอง ศรีเมือง” แกนนำใส่กุญแจมือพาขึ้นรถทหาร
“สุจินดา” ออกแถลงทางโทรทัศน์ว่า ผู้นำชุมนุมยุยงปลุกปั่นให้พี่น้องประชาชนโกรธเกลียดชัง
“ผมต้องประกาศสถานการณ์ฉุกเฉิน แต่พลตรีจำลองกลับไม่ยินยอม เร่งระดมปลุกปั่นหนักขึ้นไปอีก ยกระดับการชุมนุมโดยสันติสู่ความรุนแรง รัฐบาลไม่มีทางเลือกเป็นอย่างอื่น ตัดสินใจใช้กองกำลังทหารบก เรือ อากาศ และตำรวจเข้ายุติเหตุการณ์รุนแรงของผู้ชุมนุม”
(พึงสังเกตคำว่า “ยกระดับโดยสันติสู่ความรุนแรง” และ “ยุติเหตุการณ์รุนแรงของผู้ชุมนุม”)
นำไปสู่เหตุการณ์ “คนมือเปล่า” ถูกฆ่า พร้อมกับถูกกล่าวหาเป็นพวกใช้ความรุนแรง !
“สุจินดา” ยังว่าผู้ร่วมชุมนุมเคลื่อนย้ายมาตามถนนราชดำเนินโดยไม่มีเหตุผลอันควร เป็นเส้นทางนำไปสู่สถานที่สำคัญๆ ของทางราชการ รวมถึงเขตพระราชฐาน
(พึงสังเกตคำว่า “ไม่มีเหตุอันควร” และคำว่า “เขตพระราชฐาน”)
นั่นคือการอธิบาย “ความชอบธรรม” ให้กับ “การตาย” และ “การสูญหาย” ของคนไทยจำนวนหนึ่งที่เข้าร่วมการชุมนุม
และเพื่อให้สิ้นซาก
ในวันที่ 18 พฤษภาคมนั้น พลเอกสุจินดาก็ออกมาแถลงซ้ำเป็นครั้งที่ 2
“…ไม่คิดว่าการชุมนุมของท่านทั้งหลายจะเป็นเครื่องมือของบุคคลกลุ่มหนึ่งที่ต้องการแสวงหาอำนาจ หรือต้องการปฏิวัติเปลี่ยนแปลงการปกครองระบอบประชาธิปไตยที่มีพระมหากษัตริย์เป็นประมุขไปเป็นการปกครองระบอบประชาธิปไตยแบบอื่น”
ทั้งหมดนี้เป็น “วิธีทำลาย” !
แม้เวลาจะล่วงผ่านมา 28 ปีก็อย่าลืมว่า “เผด็จการทหาร” ยังคงใช้ “กลอุบาย” เดิมๆ
ก่อนลงมือกวาดล้าง ต้องทำลาย “ความชอบธรรม” ของการชุมนุม !?!!

