ป้าเผย ‘น.ร.ซึมเศร้า ถูกโกงค่าสองแถว’ ถูกเพื่อนล้อจนเครียด เลยก่อเหตุซ้ำ กระโดดสะพานลอย

23.09.20 | 13:37 น.

เตรียมส่งน้องรักษาที่ รพ.ชลบุรี เปิดใจป้าผู้ดูแลน้องป่วยซึมเศร้าโดดสะพาน เผยถูกเพื่อนที่โรงเรียนล้อเลียนจนเครียด เลยก่อเหตุซ้ำ

จากกรณีที่เมื่อวันที่ 14 กันยายน เกิดเหตุมี ด.ช.เอก (นามสมมุติ) อายุ 15 ปี นักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 3 ของโรงเรียนแห่งหนึ่งในเขตอำเภอสัตหีบ จ.ชลบุรี พยายามจะกระโดดลงจากสะพานลอย โดยสาเหตุเกิดจากถูกรถสหกรณ์สองแถวเบี้ยวไม่ทอนเงิน จึงเกิดความโมโหและน้อยเนื้อต่ำใจในชีวิต จึงตัดสินใจ เขียนจดหมายลาครูและเพื่อนๆ หวังฆ่าตัวตายลาโลก แต่โชคดีที่มีเจ้าหน้าที่และเพื่อนๆ ช่วยเหลือไว้ได้ ซึ่งเจ้าหน้าที่ได้เข้าไปตรวจสอบและให้การช่วยเหลือเบื้องต้นทราบว่า ตัวเด็กมีปัญหาครอบครัว และยังมีอาการป่วยเป็นโรคซึมเศร้า ต้องรับประทานยารักษาอยู่ตลอดเวลา


ต่อมาเมื่อเวลา 17.00 น. วันที่ 22 กันยายน เด็กนักเรียนคนดังกล่าวพยายามจะกระโดดสะพานลอย บริเวณด้านหน้าซอยเนินพลับหวาน ต.หนองปรือ อ.บางละมุง จ.ชลบุรี ซึ่งเจ้าหน้าที่ใช้เวลาเกลี้ยกล่อมประมาณ 15 นาที ก่อนที่จะค่อยจับแล้วดึงเด็กคนดังกล่าวขึ้นมาจากราวสะพานลอยได้สำเร็จ แล้วนำตัวส่งรักษาที่โรงพยาบาลบางละมุง ตามที่ได้เสนอข่าวไปแล้วนั้น

ล่าสุดเมื่อเวลา 10.00 น. ของวันที่ 23 กันยายน นางสงวน สุดแทนพิทักษ์ อายุ 56 ปี ป้าผู้ดูแลน้อง เดินทางเข้าพบแพทย์โรงพยาบาลบางละมุง อ.บางละมุง จ.ชลบุรี เพื่อติดตามการรักษาอาการป่วยของ ด.ช.เอก (นามสมมุติ) หลังทีมแพทย์ได้ทำการกักตัวไว้ที่โรงพยาบาล เพื่อรักษาอาการป่วยตั้งแต่เมื่อวานนี้

จากการสอบถาม นางสงวนเปิดเผยว่า หลังเกิดเหตุตนได้เข้าเยี่ยมน้องตั้งแต่เมื่อคืนนี้ เบื้องต้นพบว่า อาการสงบลง สามารถพูดคุยได้ ดีขึ้นแล้วตามลำดับ แต่น้องยังคงไม่พูดถึงสาเหตุที่ทำให้เกิดอาการเครียดจนต้องกระทำการดังกล่าว โดยมีครูและเพื่อนสนิทของน้อง ได้เดินทางมาเยี่ยม ซึ่งเพื่อนของน้องได้เปิดเผยว่า สาเหตุน่าจะมาจากการที่น้องถูกเพื่อนบางกลุ่มล้อเลียนก่อนขึ้นรถตู้กลับบ้าน จนเกิดความเครียดสะสม จึงเกิดอารมณ์เก็บกดจนอยากจะคิดสั้น

Advertisement

ป้าของน้องยังกล่าวอีกว่า หลังจากเกิดเหตุเรื่องโกงค่ารถสองแถวในครั้งนั้น อาการน้องปกติดีพูดจาไพเราะ และช่วยงานบ้านอย่างสม่ำเสมอ ซึ่งในช่วงเช้าวันเกิดเหตุก็ได้พูดคุยกับน้องกันปกติไม่มีอาการผิดแปลกหรือเครียดแต่อย่างใด จนกระทั่งมาทราบจากเจ้าหน้าที่ว่าน้องก่อเหตุซ้ำจึงรีบเดินทางมาหาน้องที่โรงพยาบาลดังกล่าว

ทั้งนี้ น้องมีประวัติการรักษาอาการป่วยซึมเศร้าที่โรงพยาบาลสิริกิติ์มากว่า 2 ปี ซึ่งยังคงรักษากินยาต่อเนื่องและพบแพทย์อยู่เป็นประจำ โดยหลังจากนี้ ทีมแพทย์จะส่งน้องไปตรวจอาการป่วยอย่างละเอียดกับแพทย์เฉพาะทางที่โรงพยาบาลชลบุรี ก่อนจะส่งตัวกลับมารักษาที่โรงพยาบาลเดิม

อย่างไรก็ตาม นางสงวนยังเปิดเผยอีกว่า ใจจริงอยากให้หน่วยงานเฉพาะทาง มารับตัวน้องไปรักษาจนหายดี แล้วค่อยกลับมาอยู่กับครอบครัว เพราะเกรงว่าน้องจะอาการกำเริบอีก และห่วงความปลอดภัยของตัวน้องมากที่สุด