ชมรมร้านขายยาฯ ทำหนังสือขอ อย. ผ่อนผันหาเภสัชฯประจำร้านยา เหตุหายากหาไม่ทัน

4.08.16 | 13:07 น.

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า จากการที่สำนักงานคณะกรรมการอาหารและยา (อย.) ได้ออกกฎกระทรวงการขออนุญาตและการขอใบอนุญาตขายยาแผนปัจจุบัน พ.ศ.2556 มีผลบังคับใช้เมื่อวันที่ 25 มิถุนายน 2557 เพื่อให้ร้านขายยามีวิธีปฏิบัติที่ดีทางเภสัชกรรม (Good Pharmacy Practice : GPP) ซึ่งกำหนดให้ทุกร้านต้องมีเภสัชกรประจำร้าน มีการแสดงป้ายชื่อพร้อมรูปเภสัชกร รวมไปถึงมีการกำหนดมาตรฐานด้านสถานที่ อุปกรณ์ และเครื่องมือในการเก็บรักษาคุณภาพยา ซึ่งร้านขายยาเปิดใหม่จะต้องดำเนินการตามทันที ส่วนร้านขายยาที่เปิดมาก่อนหน้านี้จะให้ระยะเวลาในการปรับปรุงให้ตรงกับเกณฑ์ GPP ประมาณ 8 ปี โดยปรับอย่างเป็นขั้นเป็นตอนรวม 3 ระยะ ทั้งนี้ ที่ผ่านมามีข้อกังวลว่า ร้านขายยาที่ได้รับผลกระทบมากที่สุดคือ ร้านขายยาประเภท ขย.2 ซึ่งมีอยู่ประมาณ 2,000 กว่าร้านทั่วประเทศ ซึ่งเดิมสามารถขายยาสามัญประจำบ้านยาทั่วไป โดยที่ไม่ต้องมีเภสัชกรประจำร้านได้และไม่ผิดกฎหมาย แต่เมื่อกฎกระทรวงมีผลบังคับใช้ จึงต้องหาเภสัชกรมาประจำร้านให้ได้ มิเช่นนั้นเมื่อถึงเวลาประเมินร้านขายยาทั่วประเทศจะไม่ผ่านการประเมินทำให้ไม่สามารถต่ออายุร้านขายยาได้

ล่าสุด ชมรมร้านขายยาแห่งประเทศไทยและสมาคมร้านขายยาได้ทำหนังสือเรื่อง การบังคับใช้กฎกระทรวงตามข้อตกลงการให้ระยะเวลาปรับตัว 8 ปี ส่งถึงเลขาธิการคณะกรรมการอาหารและยา เนื่องจากยังไม่สามารถปฏิบัติตามกฎกระทรวงดังกล่าวได้ โดยให้เหตุผลว่า 1.มีข้อจำกัดในการหาเภสัชกรอยู่ปฏิบัติหน้าที่ในเวลาที่เปิดทำการ จากจำนวนและความพร้อมของเภสัชกรที่จะปฏิบัติการในร้านยา 2.ผลประกอบการของร้านไม่เพียงพอที่จะตั้งเภสัชกรให้อยู่ปฏิบัติหน้าที่ตลอดระยะเวลาที่เปิดทำการ 3.ให้โอกาสร้านได้จัดหาเภสัชกร เช่น ส่งลูกเรียนเภสัช แต่หลายร้านลูกยังเรียนไม่จบ 4.ความไม่พร้อมของ อย.และสำนักงานสาธารณสุขจังหวัดในการตรวจประเมินและฝึกอบรม ถ้าหากมีการบังคับใช้หมวดบุคลากรโดยที่ทุกฝ่ายยังไม่พร้อม อาจจะทำให้ร้านขายยาทั่วประเทศต้องถูกปิดมากกว่าร้อยละ 60 ทำให้ประชาชนไม่สามารถเข้าถึงบริการสาธารณสุข จึงขอโอกาสร้านยาให้สามารถดำเนินธุรกิจต่อได้ในฐานะผู้ประกอบการรายย่อยไม่ให้ธุรกิจร้านยาไปตกอยู่ในกลุ่มทุนใหญ่

ด้วยเหตุนี้ชมรมร้านขายยาแห่งประเทศไทยและสมาคมร้านขายยามีความเห็นร่วมกัน ดังนี้ 1.ข้อปฏิบัติที่ต้องทำในระยะที่ 1 ตามกฎกระทรวงฯ ข้อ 3 ข้อย่อย 3.2 (ข) หมวดการให้บริการทางเภสัชกรรมกับผู้ป่วย ข้อ 14 15 16 17 18 19 20 และ 21 ให้ย้ายไปอยู่ในระยะที่ 3 ภายใน 25 มิถุนายน 2565 2. กำหนดมาตรการจัดทำแผนยุทธศาสตร์และแนวทางการพัฒนาคุณภาพร้านยา พ.ศ.2560-2565 และ 3.กำหนดมาตรการช่วยเหลือและสนับสนุนการปรับตัวของผู้ประกอบการร้านยาให้สามารถปฏิบัติตามกฎหมาย เช่น มีแนวทางการจัดการด้านกำลังคนเภสัชกรและระบบการจัดสรรเพื่อสนับสนุนการปฏิบัติหน้าที่ในร้านขายยาให้เป็นไปตามกฎหมาย มีแนวทางการปรับตัวด้านทักษะการบริหารธุรกิจ บริการทั่วไป บริการวิชาชีพในยุคดิจิตอล เพิ่มขีดความสามารถในการแข่งขัน และมีแนวทางของสนับสนุนจากหน่วยงานราชการอื่นๆ

ทั้งนี้ จากการทำหนังสือดังกล่าวถึง อย. ทำให้เภสัชกรหลายรายไม่เห็นด้วย โดย ภญ.อวยพร กิติรัตน์ตระการ รองประธานชมรมร้านยาอีสานล่างได้โพสต์ข้อความผ่านเฟซบุ๊กระบุว่าได้ทำหนังสือขอลาออกจากตำแหน่งรองประธานชมรมร้านขายยาอีสานล่าง เนื่องจากมีความเห็นที่ขัดแย้งกับข้อเรียกร้องดังกล่าว โดยเห็นว่าเมื่อเภสัชกรจบใหม่ที่จะเปิดร้านขายยาต้องทำตาม GPP แล้วเหตุใดร้านยาที่ไม่มีเภสัชกร หรือร้าน ขย. 2 ถึงไม่ต้องทำตาม GPP ซึ่งได้มีเภสัชกรจำนวนมากเข้ามาให้กำลังใจและแสดงความเห็นด้วยเป็นจำนวนมาก โดยระบุว่าร้านที่ปฏิบัติตามไม่ได้ก็ควรปิดตัวเองไป หรือข้ออ้างทั้ง 3 ข้อของชมรมร้านยาแห่งประเทศไทยและสมาคมร้านขายยาเป็นเหตุผลเดิมๆ ที่มีการอ้างมาอย่างยาวนานกว่า 35 ปีและเป็นเหตุผลที่ฟังไม่ขึ้น

thumbnail_13912424_1339579999447540_7702640630808437858_n

Advertisement