ปัดฝุ่น “บ่อบำบัดน้ำเสียคลองด่าน” เป็นแหล่งท่องเที่ยวเชิงนิเวศ อจน.ทุ่ม 30ล.ศึกษา

เมื่อวันที่ 4 สิงหาคม นางหทัยรัตน์ ลิขิตอนุภาค รองผู้อำนวยการปฏิบัติการ รักษาการแทนผู้อำนวยการองค์การจัดการน้ำเสีย (อจน.) กระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม (ทส.) เปิดเผยความคืบหน้าการศึกษาสำรวจพื้นที่โครงการก่อสร้างระบบรวบรวมและบำบัดน้ำเสียในเขตควบคุมมลพิษพื้นที่ จ.สมุทรปราการ (คลองด่าน) เพื่อนำโครงการไปใช้ให้เกิดประโยชน์สูงสุดและคุ้มค่ากับงบประมาณที่ลงทุน ว่า อจน.ได้ว่าจ้างมหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ (มก.) ลงพื้นที่ศึกษาหาความเป็นไปได้ของโครงการ พร้อมจัดเวทีรับฟังความคิดเห็นของชุมชนในพื้นที่รอบคลองด่าน ซึ่งผลการศึกษาแล้วเสร็จเมื่อเดือนเมษายน ใช้งบประมาณ 30 ล้านบาท และได้นำไปเปรียบเทียบกับผลการศึกษาของกรมควบคุมมลพิษ (คพ.) ที่เคยศึกษามาก่อนหน้านั้น พบว่าโครงการบำบัดน้ำเสียคลองด่านได้มีคำสั่งให้หยุดก่อสร้างเมื่อปี 2546 หลังดำเนินการก่อสร้างไปแล้ว ร้อยละ 95 สภาพปัจจุบันโดยรวมของโครงการฯ พบว่าชำรุดทรุดโทรมลงไปมาก อุปกรณ์ ระบบท่อบำบัดน้ำเสีย ใช้งานได้เพียงบางส่วน โดยสามารถนำมาใช้ต่อได้ประมาณร้อยละ 15 จากเดิมที่โครงการคลองด่านมีศักยภาพในการรองรับและบำบัดน้ำเสียได้ 525,000 ลูกบาศก์เมตรต่อวัน แบ่งเป็น น้ำเสียจากชุมชน และน้ำเสียจากโรงงานอุตสาหกรรม แต่ล่าสุดสามารถรองรับและบำบัดน้ำเสียได้เพียง 300,000 ลูกบาศก์เมตรต่อวัน เท่านั้น

“ภายหลังการจัดเวทีรับฟังความคิดเห็นจากชุมชนโดยรอบนั้น ชาวบ้านยังต้องการให้มีบ่อบำบัดน้ำเสีย แต่ต้องเป็นน้ำเสียจากรอบบริเวณเท่านั้น จะไม่รับน้ำเสียจากที่อื่นมาบำบัดน้ำเสียเด็ดขาด ซึ่งจะรองรับน้ำเสียจากชุมชนโดยรอบประมาณ 20,000 ลูกบาศก์เมตรต่อวัน และเนื่องจากพื้นที่โครงการฯมีประมาณ 1,900 ไร่ บางพื้นที่มีสภาพเป็นป่าชายเลนซึ่งรุกล้ำพื้นที่บางส่วนแล้ว จึงมีแนวคิดที่จะพัฒนาพื้นที่ให้เป็นสถานที่ท่องเที่ยวเชิงอนุรักษ์ เพื่อให้ชาวบ้านได้ประโยชน์ในพื้นที่ อีกทั้งยังเป็นความต้องการของชาวบ้านที่ต้องการจะฟื้นฟูสัตว์น้ำหายาก เช่น กั้งแก้ว ปลาสลิดบางบ่อ เป็นต้น และพื้นฟูทางเดินธุดงค์ของหลวงพ่อปาน วัดมงคลโคธาวาส อ.บางบ่อ ที่ชาวบ้านให้ความเคารพนับถือ ขณะเดียวกันก็เป็นการแก้ปัญหาเกี่ยวกับโครงการระบบบำบัดน้ำเสียคลองด่านด้วย” นางหทัยรัตน์ กล่าวและว่า สำหรับงบประมาณในการดำเนินงาน นายกรัฐมนตรีได้ตั้งโจทย์ว่าทำอย่างไรก็ได้ที่ไม่ต้องใช้งบจากภาครัฐอีก อจน.จึงมีแนวทางที่จะให้ภาคเอกชนมาลงทุนแล้วมาบริหารจัดการในพื้นที่ อย่างไรก็ตาม ผลการศึกษาของโครงการฯ อยู่ในขั้นตอนการพิจารณาของ ทส. เพื่อนำเสนอคณะรัฐมนตรี (ครม.) ต่อไป

เกาะติดทุกสถานการณ์จาก
Line @Matichon ได้ที่นี่

LINE @Matichon

บทความก่อนหน้านี้กองทุนพรอสเพอริตี้ ของสหราชอาณาจักรสนับสนุนความโปร่งใสในการจัดซื้อจัดจ้างภาครัฐของไทย
บทความถัดไป‘วิษณุ’ยัน’บิ๊กตู่’ไม่ร่างฯเอง ย้ำผ่าน-ไม่ผ่านทางออกยึดโรดแมป