ไร่อ้อยราชบุรีกว่า 1 พันไร่ เจอเจ้าตั๊กแตนอาละวาด กัดกินใบอ้อย-แนะวิธีกำจัด ทำเมนูจานฮิต
เมื่อวันที่ 4 สิงหาคม น.ส.เสริมสุข สลักเพชร รองอธิบดีกรมวิชาการเกษตร นายสุรพล สุขพันธ์ ผู้อำนวยการศูนย์วิจัยและพัฒนาการเกษตรราชบุรี นายพินิจ เจริญเร็ว เกษตรจังหวัดราชบุรี พร้อมเจ้าหน้าที่กลุ่มงานวิจัยปราบศัตรูพืชทางชีวภาพและหน่วยงานที่เกี่ยวข้องลงพื้นที่ให้ความรู้แก่เกษตรกรที่ปลูกอ้อยในพื้นที่ตำบลปากช่อง อ.จอมบึง จ.ราชบุรี หลังเกิดตั๊กแตนสายพันธุ์ไฮโรไกลฟัส หรือตั๊กแตนข้าวได้เข้าทำลายกัดกินใบอ้อยเสียหายไปแล้วกว่า 1,000 ไร่ ส่งผลให้ผลผลิตอ้อยได้รับความเสียหาย บริเวณหมู่ 7 ต.ปากช่อง อ.จอมบึง เมื่อวันที่ 24 กรกฎาคม แต่ขณะนี้พบว่าการทำลายของตั๊กแตนไฮโรไกลฟัสได้ขยายวงกว้างออกไปสู่บริเวณใกล้เคียงและอยู่ในระยะของตัวเต็มวัย ลักษณะการทำลายเป็นหย่อมๆ โดยตั๊กแตนจะกัดกินใบอ้อยจนเหลือแต่เส้นกลางใบ ทำให้อ้อยชะงักการเจริญเติบโตเนื่องจากใบอ้อยถูกทำลายไปประมาณ 50-60%
น.ส.เสริมสุขยังกล่าวอีกว่า สำหรับวงจรชีวิตของตั๊กแตน มี 8 วัย มีการลอกคราบ 5-7 ครั้ง การลอกคราบแต่ละครั้งห่างกันประมาณ 7 วัน ตัวอ่อนมีสีต่างๆ เช่น เขียวอ่อน น้ำตาลแดง เหลืองอ่อน และสีดำทั้งตัว แต่ที่สังเกตได้ง่ายคือบริเวณหน้ามีสีดำ ใต้ท้องมีสีดำตลอดลำตัว บริเวณหลังมีเส้นนวลทอดยาวตลอดลำตัว เมื่อตัวเต็มวัยจะมีสีเขียวเหมือนกันหมด ระยะผสมพันธุ์จะพบในไร่ระหว่างเดือนกรกฎาคม-สิงหาคม และระยะวางไข่ระหว่างเดือนสิงหาคม-กันยายน อายุไข่ประมาณ 6-8 เดือน


ด้านนายพินิจ เจริญเร็ว เกษตรจังหวัดราชบุรี เปิดเผยว่า วันนี้ได้มาบูรณาการร่วมกับเจ้าหน้าที่กรมส่งเสริมการเกษตร กรมวิชาการเกษตร และโรงงานน้ำตาลได้จับมือกัน เพื่อร่วมถ่ายทอดความรู้ให้แก่เกษตรกรในการป้องกันไม่ให้ตั๊กแตนเข้ามาทำลายและต้องกำจัดให้หมดไป โดยการบูรณาการร่วมกันกับภาครัฐและท้องถิ่นและเอกชน เกษตรกรจะต้องร่วมมือกันอย่างใกล้ชิดในการป้องกันและกำจัด ซึ่งจะมีการใช้เชื้อราเขียว ใช้สารเคมี หรือใช้คนเก็บตั๊กแตนมาปรุงเป็นอาหารก็ได้ บริเวณข้างแปลงจะต้องมีการทำความสะอาดไม่ให้เป็นที่อยู่อาศัยของตั๊กแตน ส่วนใหญ่จะเข้าทำลายบริเวณใบอ้อย โดยกัดกินใบอ่อน ส่งผลให้ผลผลิตได้รับความเสียหาย
สำหรับพื้นที่ที่ตั๊กแตนได้เข้าทำลายในภาพรวมประมาณ 1,500 ไร่ เกษตรกรทั้งหมดจำนวน 24 ราย ในพื้นที่ดังกล่าวจะมีการเข้าทำลายของตั๊กแตนเป็นหย่อมๆ ขณะนี้จึงได้มีการรณรงค์ป้องกันและร่วมมือกันหลายฝ่าย ทั้ง อบต. ท้องถิ่น โรงงานน้ำตาล หน่วยงานด้านกระทรวงเกษตรฯ คาดว่าตั๊กแตนจะหมดไปในไม่ช้านี้ในพื้นที่บริเวณหมู่ 7 ต.ปากช่อง ประมาณ 2 หมู่บ้าน ไม่ต้องการให้มีการขยายวงกว้างออกไปมากกว่านี้ คาดว่ายังคงสามารถควบคุมการเข้าทำลายของตั๊กแตนนี้ได้อยู่

ขณะนี้การระบาดของตั๊กแตนเคยมีมาก่อนหน้านี้ประมาณเมื่อ 20 ปีที่แล้ว ซึ่งมีโอกาสพบได้น้อย โดยตั๊กแตนจะเข้าอาศัยกับพืชชนิดอื่นด้วย เช่น ข้าวโพด หญ้าคา สำหรับอ้อยอาจจะมีความอุดมสมบูรณ์สูง ทำให้ตั๊กแตนได้เข้ามาอยู่อาศัย หากมีความชื้นสูง อุณหภูมิเหมาะสมจะขยายพันธุ์โดยการไข่ในดิน ซึ่งตามปกติจะพบไม่มาก
ขณะนี้พบที่ราชบุรีเพียงจุดเดียวคือที่ ต.ปากช่อง จึงขอให้เกษตรกรช่วยกันนำความรู้ที่ได้รับการถ่ายทอดจากเจ้าหน้าที่ในวันนี้กลับไปใช้กำจัดตั๊กแตนในพื้นที่ของตัวเอง เพื่อลดจำนวนปริมาณไม่ให้ขยายวงกว้างไปยังพื้นที่ใกล้เคียงได้


