ปส.ทลายเครือข่ายยาเสพติดยึดทรัพย์กว่า 19 ลบ.

29.09.20 | 12:49 น.

ปส.ทลายเครือข่ายกัญชา ‘เจ๊อ้อย’ ดิลิเวอรี-สกัดพัสดุยาอีจากเมืองเบียร์เข้า ปท. ล่อซื้อแก๊งค้ายาผ่านออนไลน์


เมื่อวันที่ 29 กันยายน ที่กองบัญชาการตำรวจปราบปรามยาเสพติด (บช.ปส.) พล.ต.ท.วิสนุ ปราสาททองโอสถ ผู้ช่วย ผบ.ตร. พล.ต.ท.ชินภัทร สารสิน ผบช.ปส. พล.ต.ต.พรชัย เจริญวงศ์ รอง ผบช.ปส. พล.ต.ต.ยิ่งยศ เทพจำนง รอง ผบช.ปส. พล.ต.ต.วัชรินทร์ บุญคง ผบก.ปส.2, พล.ต.ต.วัชระ ทิพย์มงคล ผบช.ปส.3, พ.ต.อ.อดิศ เจริญสวัสดิ์ และ พ.ต.อ.ธีรเดช ธรรมสุธีร์ รอง ผบก.ปส.3 แถลงจับกุมผู้ต้องหาเครือข่ายยาเสพติด พร้อมของกลางยาบ้า 2,004,000 เม็ด ไอซ์ 23.5 กิโลกรัม ยาอีหรือเอ็กซ์ตาซี่ 57,160 เม็ด เคตามีน 20 กิโลกรัม และยึดทรัพย์สินรวมมูลค่ากว่า 19 ล้านบาท

พล.ต.ต.วัชรินทร์กล่าวว่า คดีแรกจับกุม น.ส.อทิตยา หรืออ้อย กิ่งมาลา อายุ 36 ปี ชาว จ.อุบลราชธานี ข้อหาร่วมกันครอบครองกัญชาไว้ขายโดยผิดกฎหมายได้ที่ปั๊มน้ำมันริมถนนเลี่ยงเมืองแยกคำน้ำแซบ หลังจาก บก.ปส.2 สืบสวนขยายผลการจับกุมเครือข่ายลักลอบขนกัญชาจากพื้นที่ภาคอีสานเข้าประเทศเพื่อส่งออกไปยังประเทศที่ 3 ในห้วง 1 ปีที่ผ่านมาจับกุมเครือข่ายนี้ 5 ครั้ง จึงสืบสาวถึงผู้สั่งการคือเจ๊อ้อย กัญชาดิลิเวอรี จึงรวบรวมหลักฐานขอศาลออกหมายจับ พร้อมยึดทรัพย์สินเป็นบ้าน 1 หลัง รถยนต์ 5 คัน รวมมูลค่ากว่า 7 ล้านบาท ก่อนติดตามจับกุมผู้ต้องหาในเครือข่ายที่เหลือต่อไป

คดีต่อมาจับกุม น.ส.ผุสชา อริยวัฒนางกูร อายุ 22 ปี และนายสัชฌุกร บูรณวงศ์สวัสดิ์ อายุ 40 ปี พร้อมไอซ์ 700 กรัม ยาอี 160 เม็ด ยาบ้า 4 พันเม็ด บัตรกดเงินสด 12 ใบ ข้อหาร่วมกันมียาเสพติดประเภท 1 ไว้ครอบครองเพื่อขาย หลังจากตำรวจเปิดปฏิบัติการสยบไพรี 10/2563 เมื่อวันที่ 14 พฤษภาคมที่ผ่านมา จับกุม นายวัฒนา โคบาล กับพวก ซึ่งเป็นผู้ลอบขายยาเสพติดผ่านไลน์ ทราบว่ามีผู้ใช้บัญชีไลน์ชื่อ “WEE” คือนายสัชฌุกร พักอยู่คอนโดมิเนียมย่านพระราม 9 จึงรวบรวมหลักฐานเข้าตรวจค้นจับกุม ยึดของกลางเป็นรถยนต์เบนซ์ ราคา 1.5 ล้านบาท และทรัพย์สินอื่น 5 ล้านบาทเศษ

Advertisement

อีกคดี บก.ปส.2 ตรวจยึดรถกระบะได้ที่ปั๊มน้ำมัน ต.ช้างแรก อ.บางสะพานน้อย จ.ประจวบคีรีขันธ์ พบยาบ้า 2 ล้านเม็ด ซุกซ่อนภายในรถ จึงยึดเป็นของกลางก่อนติดตามสืบหาตัวคนร้ายมาดำเนินคดี

พล.ต.ต.วัชระกล่าวว่า คดีต่อมา บก.ปส.3 จับกุม น.ส.พัชรา หล้าคำเปียง อายุ 37 ปี น.ส.นิตยา วันศุกร์ อายุ 40 ปี และนายมิเคลลี่ จอห์น อายุ 32 ปี พร้อมยาอี 7 พันเม็ด แจ้งข้อหาร่วมกันนำยาอีเข้าประเทศและมีไว้ครอบครองเพื่อขาย หลังตรวจพบพัสดุระหว่างประเทศต้องสงสัยซุกซ่อนยาเสพติด ต้นทางประเทศเยอรมนี เมื่อแกะตรวจพบยาอี 7 พันเม็ด จึงสืบสวนขยายผลก่อนจับกุม น.ส.พัชรา และ น.ส.นิตยา และจับกุมนายมิเคลลี่ ผู้ว่าจ้าง 2 ผู้ต้องหาสาว ได้ที่โรงแรมย่านประเวศ กรุงเทพฯ

คดีต่อมาจับกุม นายสุพล พันนาวงศ์ อายุ 32 ปี พร้อมไอซ์ 2 กิโลกรัม ได้ที่บริษัทรับส่งพัสดุระหว่างประเทศ ใน ต.เวียง อ.เมือง จ.เชียงราย หลังสืบทราบว่ามีผู้เตรียมลอบส่งยาเสพติดออกนอกประเทศโดยมีปลายทางประเทศอิสราเอล จึงเฝ้าติดตามผู้ต้องสงสัยคือนายแมว พบว่ากำลังถือพัสดุต้องสงสัยไปยังบริษัทจัดส่งดังกล่าวจึงตรวจค้นพบของกลางเป็นไอซ์

พล.ต.ต.วัชระกล่าวอีกว่า บก.ปส.3 จับกุม น.ส.อินธิลา แซ่ว่าง อายุ 38 ปี ข้อหาสมคบกัน 2 คนขึ้นไปกระทำผิดเกี่ยวกับยาเสพติดโดยกระทำผิดตามที่สมคบกันแล้ว ได้ที่บ้านพักในพื้นที่แม่สาย จ.เชียงราย หลังจากตำรวจ สภ.เมืองพังงา จับกุม นายไพวัลย์ จันทะรส ความผิดเกี่ยวกับยาบ้า เมื่อปี 2561 แล้วขยายผลทราบว่านายไพวัลย์สั่งยาบ้ามาจากนายทุนทางภาคเหนือชื่อเจ๊หวาน ตำรวจจึงให้นายไพวัลย์ล่อซื้อยาบ้าจากเจ๊หวาน จำนวน 2 แสนเม็ด ต่อมามี นายอิสดอแระ บือโต และ น.ส.นันท์กัส ซามะ นำยามาส่งจึงจับกุมดำเนินคดี แต่ตำรวจยังสืบสวนติดตามพฤติกรรมเครือข่ายเรื่อยมาจนทราบว่าเจ๊หวานคือ น.ส.นัน คำอ้น หรืออินธิลา แซ่ว่าง จึงรวบรวมหลักฐานขอศาลออกหมายจับกุมพร้อมยึดทรัพย์สินเป็นบ้านและรถยนต์กว่า 7 ล้านบาท

นอกจากนี้ บก.ปส.3 ยังตรวจยึดพัสดุจากประเทศเยอรมนี ต้องสงสัยเป็นยาเสพติด ได้ที่จุดคัดแยกไปรษณีย์ เขตปทุมวัน กรุงเทพฯ พบเป็นถุงบรรจุกาแฟและขนมซุกซ่อนยาอีกว่า 5 หมื่นเม็ด จึงยึดไว้สืบหาตัวผู้ส่งหรือรับพัสดุนี้ต่อไป อย่างไรก็ตาม ในการจับกุมที่ผ่านมาพบว่าคนร้ายมักซุกซ่อนพัสดุใส่ถุงชา แต่ระยะหลังเริ่มเปลี่ยนเป็นถุงอื่นๆ และถุงเวย์โปรตีน รวมถึงการผ่าก้อนสบู่ซุกซ่อนเพื่อตบตาเจ้าหน้าที่

ด้าน พล.ต.ท.ชินภัทรกล่าวทิ้งท้ายก่อนอำลาตำแหน่งขึ้นผู้ช่วย ผบ.ตร. ว่าในช่วงการแพร่ระบาดของโควิด พบว่ามีผู้ลักลอบจำหน่ายยาเสพติดเปลี่ยนพฤติกรรมไปขายผ่านช่องทางออนไลน์เพิ่มมากขึ้น อีกทั้งเมื่อเดือนกันยายนที่ผ่านมา พบว่ามีการลักลอบส่งออกและนำเข้ายาเสพติดมากพอสมควร ตลอด 2 ปีที่ผ่านมา ตำรวจ ปส.รับความร่วมมือในการบูรณาการกำลังปราบปรามยาเสพติดร่วมกันหลายหน่วย มีการติดตามจับกุมและยึดทรัพย์สินผู้ต้องหาคดีเก่ามากมายเป็นผลงานให้สังคมได้เห็นเป็นที่ประจักษ์

พล.ต.ท.วิสนุกล่าวว่า ที่ผ่านมา ตร.วางมาตรการด้านความร่วมมือกับผู้ประกอบการรับส่งพัสดุโดยให้ตรวจสอบบัตรประชาชน ถ่ายรูปให้เห็นหน้าชัดเจน ต้องระบุชื่อผู้รับส่งชัดเจน และให้ช่วยกันสอดส่องใครที่มีพฤติกรรมต้องสงสัยอีกทางหนึ่ง