ยกฟ้อง ‘หญิงไก่’ ลวงสาวลาวเป็นคนใช้ เบี้ยวจ่ายค่าแรง ยึดพาสปอร์ต ไม่เข้าข่ายค้ามนุษย์

29.09.20 | 15:32 น.

ยกฟ้อง “หญิงไก่” ลวงสาวลาวเป็นคนใช้ เบี้ยวจ่ายค่าแรง ยึดหนังสือเดินทางชี้ไม่ได้ทำงานหนัก ให้เงินใช้ส่วนตัว พาไปเที่ยว ดุด่าแต่ไม่เคยทำร้ายร่างกาย ไม่เข้าความผิดกฎหมายค้ามนุษย์

เมื่อวันที่ 29 กันยายน ที่อาคารศาลอาญา ถ.รัชดาภิเษก ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ศาลนัดฟังคำพิพากษาคดีค้ามนุษย์ หมายเลขดำคม.23/62 ที่พนักงานอัยการคดีค้ามนุษย์ 2 เป็นโจทก์ฟ้อง นางมณตา หรือไก่ หยกรัตนกาญ อายุ 63 ปี เป็นจำเลยในความผิดฐาน ค้ามนุษย์ ฯ


กรณีเมื่อระหว่างวันที่ 13 กันนยายน 2553 -1กุมภาพันธ์ 2555 ต่อเนื่องกัน จำเลยได้ฉ้อฉล หลอกลวงใช้อำนาจครอบงำหญิง สัญชาติลาว อายุ 18 ปีเศษ โดยชักชวนให้มาทำงานเป็นแม่บ้านหรือคนรับใช้ โดยสัญญาจะให้ค่าจ้างเดือนละ 6 พันบาท แต่กลับบังคับข่มขืนใจทำงานตั้งแต่เวลา 05.00 น.จนถึงเวลา 02.00 น.ของวันรุ่งขึ้น ทุกวันไม่มีวันหยุด โดยจำเลยไม่ยอมจ่ายค่าจ้างให้ตามที่ตกลงกัน หากผู้เสียหายทำงานไม่ทันใจ หรือไม่ถูกใจ จำเลยจะดุด่าว่ากล่าว

นอกจากนี้จำเลยยังได้ยึดหนังสือเดินทาง (passport) ของผู้เสียหายไว้ หากผู้เสียหายจะลาออกจะต้องนำเงินจำนวน 1 แสนบาทมาชดใช้แก่จำเลย ซึ่งเป็นค่าจ่ายเกินจริง อีกทั้งจำเลยยังกลั่นแกล้งผู้เสียหายว่า ลักเอาทรัพย์สินของจำเลยและข่มขู่จะดำเนินคดีอีกด้วย จึงขอให้ลงโทษจำเลย ตาม พ.ร.บ.ป้องกันและปราบปรามการค้ามนุษย์ พ.ศ.2551 มาตรา 4, 6, 52

วันนี้ศาลได้อ่านคำพิพากษาผ่านคอนเฟอเรนซ์ จากศาลอาญาไปยังทัณฑสถานหญิงกลาง

Advertisement

ศาลได้พิเคราะห์พยานหลักฐานของฝ่ายโจทก์และจำเลยแล้วเห็นว่า ในคดีมีปัญหาต้องวินิจฉัยประการแรกว่า จำเลยกระทำความผิดตามฟ้องหรือไม่ ทางไต่สวนข้อเท็จจริงรับฟังได้ว่า จำเลยพา น.ส.กาบแก้วไม่มีนามสกุล ผู้เสียหายซึ่งเป็นคนสัญชาติลาว มาที่กรุงเทพมหานคร โดยมาพักอาศัยอยู่กับจำเลย และให้ผู้เสียหายทำงานบ้าน โจทก์ฟ้องว่าจำเลยกระทำความผิดฐานค้ามนุษย์โดยบังคับใช้แรงงานการกระทำความผิดฐานค้ามนุษย์ตาม พ.ร.บ.ป้องกันและปราบปรามการค้ามนุษย์ พ.ศ.2551 มาตรา 6 (เดิม) ต้องเป็นการกระทำเพื่อแสวงหาประโยชน์โดยไม่ชอบ หน่วงเหนี่ยวกักขัง กระทำผิดในการแสวงหาประโยชน์จากบุคคลที่ตนดูแลโดยข่มขืนใจให้ทำงานหรือให้บริการ โดยทำให้กลัวว่าจะเกิดอันตรายต่อชีวิตร่างกาย เสรีภาพ ชื่อเสียง หรือทรัพย์สิน ของบุคคลนั้นเอง หรือของผู้อื่นโดยขู่เข็ญด้วยประการใดๆ โดยใช้กำลังประทุษร้ายหรือโดยทำให้บุคคลนั้นอยู่ในภาวะไม่สามารถขัดขืนได้

โดยข้อเท็จจริงจากบันทึกคำให้การของผู้เสียหาย ประกอบกับคำเบิกความของเพื่อนร่วมงานผู้ที่อยู่ร่วมทำงานกับผู้เสียหาย รวมทั้งหมด 5 คน ร่วมกันช่วยทำงานบ้านให้กับจำเลย ในห้องพักคอนโด เชื่อว่างานดังกล่าวเป็นงานที่ไม่หนักมาก อีกทั้งเมื่อวีซ่าของผู้เสียหายจะหมด ผู้เสียหายก็สามารถเดินทางออกจากคอนโดเพื่อต่อวีซ่าที่ประเทศลาวได้ โดยจำเลยยังมอบเงินเพื่อเป็นค่าใช้จ่ายในการต่อวีซ่าด้วย และสามารถออกจากที่พักไปซื้อของ หรือไปข้างนอกได้ และจำเลยเคยพาคนที่อยู่ในบ้านเช่นเดียวกับไปเที่ยวต่างจังหวัด ย่อมแสดงให้เห็นว่าคนที่ทำงานบ้านไม่ว่าจะเป็นพยานหรือแม้แต่ผู้เสียหายย่อมมีอิสระ ไม่ได้ถูกจำเลยกักขัง แม้จะปรากฏว่าขณะจำเลยชักชวนผู้เสียหายมาอยู่กับจำเลย จำเลยกล่าวจะรับผู้เสียหายเป็นบุตรบุญธรรมและให้เงินเดือนผู้เสียหาย แต่เมื่อผู้เสียหายว่าอยู่กับจำเลยแล้ว จำเลยกลับไม่ได้รับผู้เสียหายเป็นบุตรบุญธรรมและไม่ได้ให้เงินเดือนแก่ผู้เสียหาย แต่เมื่อพิจารณาพฤติการณ์ของจำเลยได้ให้การดูแลบุคคลที่อยู่ในบ้านของจำเลย ตามสมควรเช่น ให้เงินใช้จ่ายส่วนตัว หรือพาไปเที่ยว

จึงเชื่อได้ว่าจำเลยประสงค์จะรับผู้เสียหายมาอุปการะจริง และแม้ขณะผู้เสียหายอยู่กับจำเลย ผู้เสียหายต้องทำงานบ้านและจำเลยเป็นผู้เก็บหนังสือเดินทางของผู้เสียหายและพยานไว้ กรณีมีความเป็นไปได้ว่าจะเป็นการที่จำเลยจะเก็บหนังสือเดินทางอีกหลายเล่มไว้เพื่อช่วยเก็บรักษา เนื่องจากเป็นเอกสารสำคัญ ถ้าสูญหายจะประสบปัญหา นอกจากนี้หากผู้เสียหายและพยานทำงานไม่ถูกใจ จำเลยจะดุด่า แต่ไม่เคยทำร้ายร่างกาย

ดังนั้นไม่มีพยานหลักฐานแสดงให้เห็นแน่ชัด ว่าจำเลยได้กระทำการใดอันเป็นการข่มขืนใจให้ผู้เสียหายทำงานโดยทำให้ผู้เสียหายกลัวว่าจะเกิดอันตรายต่อชีวิตร่างกายเสรีภาพแต่อย่างใด ข้อเท็จจริงจึงยังฟังไม่ได้ว่าเป็นเป็นการแสวงหาประโยชน์โดยไม่ชอบโดยการบังคับใช้แรงงาน การกระทำของจำเลยจึงยังรับฟังไม่ได้ว่าทำผิดฐานค้ามนุษย์ตามฟ้อง

มีปัญหาต้องวินิจฉัยประการสุดท้ายว่าจำเลยต้องชดใช้ค่าสินไหมทดแทน อันเนื่องมาจากการกระทำความผิดฐานค้ามนุษย์ให้แก่ผู้เสียหายหรือไม่

เห็นว่าพยานหลักฐานที่ได้จากการไต่สวนเมื่อข้อเท็จจริงรับฟังไม่ได้ว่า จำเลยกระทำความผิดฐานค้ามนุษย์ตามที่ศาลวินิจฉัยดังกล่าวข้างต้น จำเลยจึงไม่ต้องรับผิดชดใช้ค่าสินไหมทดแทนอันเนื่องมาจากการกระทำความผิดฐานค้ามนุษย์ ให้แก่ผู้เสียหาย พิพากษายกฟ้อง

อย่างไรก็ตาม ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ก่อนหน้านี้ศาลอาญาได้พิพากษาลงโทษจำคุกนางมณตา หรือหญิงไก่ แล้ว 4 สำนวน รวมโทษจำคุก 19 ปี ในความผิดฐานหมิ่นเบื้องสูง ค้ามนุษย์ และแจ้งความเท็จ