สธ.ตั้ง กก.สอบ รพ.เอกชน ฉีดสารทึบแสงสาวท้องแก่ตาย

1.10.20 | 15:28 น.
สธ.ตั้ง กก.สอบ รพ.เอกชน ฉีดสารทึบแสงสาวท้องแก่ตาย ยันให้ความเป็นธรรมทุกฝ่าย

จากกรณีที่มีการแชร์ข้อมูลผ่านสื่อโซเชียลถึงหญิงสาวรายหนึ่งซึ่งเข้ารับการรักษาพยาบาลด้วยอาการปวดท้องน้อย กับโรงพยาบาล (รพ.)เ อกชนแห่งหนึ่งใน จ.เชียงใหม่ แต่เมื่อ รพ.มีการฉีดสารทึบรังสีเพื่อทำการเอ็กซเรย์ ตรวจเช็กร่างกาย แต่กลับเกิดอาการแพ้สารทึบรังสีขั้นรุนแรงจนเสียชีวิต

วันนี้ (1 ตุลาคม 2563) ที่กระทรวงสาธารณสุข (สธ.) นพ.ธเรศ กรัษนัยรวิวงค์ อธิบดีกรมสนับสุนนบริการสุขภาพ (สบส.) ให้สัมภาษณ์ถึงความคืบหน้ากรณีดังกล่าวว่า เพื่อคุ้มครองผู้บริโภคให้ได้รับบริการทางการแพทย์ ที่มีคุณภาพ มาตรฐาน ปลอดภัยตามความประสงค์ ตนได้สั่งการให้พนักงานเจ้าหน้าที่กองกฎหมาย และศูนย์สนับสนุนบริการสุขภาพที่ 1 ประสานขอความร่วมมือจากสำนักงานสาธารณสุขจังหวัด (สสจ.) เชียงใหม่ เข้าการตรวจสอบข้อเท็จจริงกรณีดังกล่าว

นพ.ธเรศ กล่าวว่า สสจ.เชียงใหม่ ได้ส่งเจ้าหน้าที่เข้าตรวจสอบมาตรฐานของ รพ.เอกชนดังกล่าว เมื่อวันที่ 30 กันยายน และในส่วนของ สบส.ก็ได้มีการประสานขอประวัติผู้ป่วย และเอกสารทางการแพทย์ที่เกี่ยวข้องกับการรักษาพยาบาล ซึ่งในเบื้องต้น รพ.เอกชนได้ชี้แจงว่า แพทย์พบผู้เสียชีวิตมีประวัติของอาการปวดหน่วงท้องและแสบเวลาปัสสาวะ มีประจำเดือนครั้งสุดท้ายเมื่อต้นเดือนกันยายน 2563 จึงเชื่อว่าไม่มีการตั้งครรภ์ อีกทั้งไม่มีประวัติการแพ้ยาและอาหารใดๆ จึงได้ดำเนินการเอ็กซเรย์

“อย่างไรก็ตาม สบส.จะนำข้อมูลที่ได้ทั้งหมดเสนอต่อคณะกรรมการตรวจสอบข้อเท็จจริงและแพทยสภาตรวจสอบมาตรฐานการรักษา เพื่อให้เกิดความกระจ่างต่อสาเหตุการเสียชีวิต และคลายข้อสงสัยของญาติผู้เสียชีวิตว่า รพ.มีการช่วยเหลือผู้ป่วยฉุกเฉินเบื้องต้นตามมาตรฐานวิชาชีพ และมีการสั่งการวินิจฉัยโรคเป็นไปตามมาตรฐานวิชาชีพหรือไม่ หากพบว่าไม่เป็นไปตามมาตรฐานก็จะมีการดำเนินการด้านจริยธรรมกับแพทย์ผู้ให้บริการ รวมทั้งผู้ดำเนินการสถานพยาบาลก็จะถือว่ามีความผิดตามพระราชบัญญัติ (พ.ร.บ.) สถานพยาบาล พ.ศ.2541 ในฐานไม่ควบคุม ดูแลให้แพทย์ปฏิบัติหน้าที่ตามกฎหมายว่าด้วยการประกอบวิชาชีพ ต้องโทษจำคุกไม่เกิน 1 ปี หรือ ปรับไม่เกิน 20,000 บาท หรือทั้งจำทั้งปรับ” นพ.ธเรศ กล่าว

ทั้งนี้ นพ.ธเรศ กล่าวว่า สบส.พร้อมให้ความเป็นธรรมกับผู้บริโภคทุกคน หากประสบปัญหาการรักษาพยาบาล หรือบริการทางการแพทย์จากสถานพยาบาลเอกชน สามารถแจ้งที่สายด่วน กรม สบส. 1426 ในวันและเวลาราชการ

Advertisement