คพ.โต้ อจน.ศึกษาระบบน้ำเสียคลองด่าน ชี้ ควรบำบัดน้ำเสีย ตามวัตถุประสงค์เดิม

5.08.16 | 13:16 น.

คพ.โต้ อจน.ศึกษาโครงการระบบน้ำเสียคลองด่าน ชี้ควรบำบัดน้ำเสียระบบน้ำเสียจ.สมุทรปราการ ฝั่งตะวันตกทั้งหมด ตามวัตถุประสงค์เดิม ระบุพื้นที่ป่าชายเลนควรให้ทช.ดูแล ส่วนงบ 30 ล้านในการศึกษาขอดูรายละเอียดอีกครั้งว่าคุ้มค่าหรือไม่ ขณะที่คดีฟ้องร้องขณะนี้อยู่ระหว่างการดำเนินงานของ ปปง. และก.การคลัง

กรณีกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม(ทส.) ได้มอบหมายให้องค์การจัดการน้ำเสีย(อจน.) ทำการศึกษาพื้นที่โครงการก่อสร้างระบบรวบรวมและบำบัดน้ำเสียคลองด่าน จ.สมุทรปราการ เพื่อให้นำไปใช้ประโยชน์สูงสุด โดย อจน.ใช้งบประมาณ 30 ล้านบาทในการศึกษาโครงการฯ ซึ่งมีผลการศึกษาออกมาว่า ให้ทำเป็นพื้นที่ท่องเที่ยวเชิงนิเวศ รวมทั้งเอามาทำระบบบำบัดน้ำเสียชุมชนพื้นที่รอบๆ บริเวณดังกล่าวนั้น

วันที่ 5 สิงหาคม นายวิจารย์ สิมาฉายา อธิบดีกรมควบคุมมลพิษ(คพ.) ให้สัมภาษณ์ว่า ในเบื้องต้นได้ทราบเรื่องนี้แล้ว แต่ยังไม่เห็นรายละเอียด อย่างไรก็ตาม วัตถุประสงค์เดิมของการก่อสร้างคือ บำบัดน้ำเสียรวม มีระบบท่อน้ำรวม เพื่อรวบรวมน้ำเสียในพื้นที่จ.สมุทรปราการ ฝั่งตะวันตกทั้งหมด การที่จะมาเปลี่ยนแปลงเพื่อให้บำบัดน้ำเสียเฉพาะชุมชนใกล้เคียงไม่สามารถทำได้ เพราะระบบไม่รองรับ

เมื่อถามว่าอุปกรณ์ ระบบท่อต่างๆ ในพื้นที่ยังสามารถใช้การได้หรือไม่ นายวิจารย์ กล่าวว่า ยังไม่ได้ตรวจสอบในรายละเอียด แต่ทราบว่าหลายอย่างเสียหายไปมาก จึงต้องศึกษาเพิ่มเติมว่ามีอะไรที่ยังใช้ได้

เมื่อถามอีกว่า การที่ อจน.เสนอให้เปลี่ยนแปลงพื้นที่เป็นสถานที่ท่องเที่ยวเชิงนิเวศ ตามข้อเสนอของชุมชน เหมาะสมหรือไม่ นายวิจารย์ กล่าวว่า พื้นที่ดังกล่าวไม่ได้ดำเนินการอะไรมานาน ทำให้พื้นที่ป่าชายเลนที่มีอยู่เดิม มีความเจริญเติบโตงอกงามไปมากรุกล้ำพื้นที่บางส่วน ซึ่งตามกฎหมายแล้วพื้นที่ป่าชายเลนต้องอยู่ในความดูแลของกรมทรัพยากรทางทะเลและชายฝั่ง (ทช.) หากมีการเปลี่ยนแปลงเป็นพื้นที่ท่องเที่ยวดังกล่าว ต้องกันพื้นที่ป่าชายเลนให้ ทช.ดูแล และยังมีขั้นตอนยุ่งยากอีกมากมาย

Advertisement

เมื่อถามว่า งบประมาณในการศึกษาโครงการฯ 30 ล้านบาทของอจน. มีความคุ้มค่าหรือไม่ นายวิจารย์ กล่าวว่า ต้องขอดูในรายละเอียดอีกครั้ง อย่างไรก็ตาม ผลการศึกษาของ อจน. ควรนำไปรวมกับการศึกษาเดิมของคพ. เพื่อนำไปประกอบการพิจารณาด้วย ซึ่งตามขั้นตอนอจน. จะเสนอให้ปลัดกระทรวงทรัพยากรฯ พิจารณา จากนั้นจะยื่นเรื่องให้รัฐมนตรีกระทรวงทรัพยากรฯ พิจารณาตามขั้นตอนต่อไป

เมื่อถามว่า เรื่องคดีต่างๆ ที่มีการฟ้องร้องกันระหว่างคพ. และกิจการร่วมค้าเอ็นวีพีเอสเคจี มีความคืบหน้าอย่างไรบ้าง อธิบดีคพ.กล่าวว่า ขณะนี้อยู่ระหว่างการดำเนินงานของสำนักงานป้องกันและปราบปรามการฟอกเงิน (ปปง.) และกระทรวงการคลัง ซึ่งก่อนหน้านี้คพ.ได้รวบรวมรายชื่อผู้ที่มีส่วนให้รัฐเกิดความเสียหาย และจะต้องชดใช้ ยื่นส่งให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องรับทราบ ซึ่งอยู่ในขั้นตอนการดำเนินงาน