แม่ นร.สารสาสน์ฝั่งธนเตรียมส่งลูกตรวจร่างกายหลังแจ้งเอาผิดครูสงสัยทำร้ายเด็ก ฟกช้ำจากก้นมาถึงน่อง เผยน้องเจ็บจนต้องนั่งตะเเคง
เมื่อเวลา 12.00 น. วันที่ 4 ตุลาคม น.ส.วศินี เรืองไทย อายุ 30 ปี มารดาของ ด.ช.ลิตเติ้ล อายุ 4 ปี นักเรียนชั้นอนุบาล 2/3 โรงเรียนสารสาสน์วิเทศบางบอน เผยถึงกรณีโพสต์ภาพรอยเขียวช้ำเป็นแนวยาวที่ก้นและน่องขาด้านซ้ายของบุตรชายตนเองพร้อมใบแจ้งความลงบันทึกประจำวันที่ สน.หลักสอง ว่า ตั้งแต่เดินทางไปลงบันทึกประจำวันกับทางตำรวจ ทางผู้บริหารโรงเรียนได้ส่งตัวแทนโทรศัพท์มานัดตนให้ไปเจรจาที่โรงเรียน โดยเลื่อนวันนัดไปมา สุดท้ายน่าจะให้เข้าพบในวันพุธที่ 7 ตุลาคม นี้ ซึ่งตนอาจร้องขอให้พนักงานสอบสวนเข้าไปร่วมฟังการเจรจาระหว่างตนกับผู้บริหารด้วย อย่างไรก็ดี ในชั้นหลังจากนี้จะส่งตัวน้องลิตเติ้ล ไปตรวจร่างกายกับแพทย์แผนกนิติเวช รพ.เกษมราษฎร์บางแค ในวันพฤหัสบดีที่ 8 ตุลาคม เนื่องจากขณะนี้พนักงานสอบสวนได้ให้ใบส่งตรวจร่างกายแก่ตนมาแล้ว
“ตั้งแต่วันที่ 2 ตุลาคม ที่ผ่านมา เมื่อตัดสินใจเข้าแจ้งความทางครูประจำชั้น อนุบาล 2/3 โทรศัพท์มาหา จำนวน 1 ครั้ง โดยปฏิเสธว่าไม่ได้ทำร้ายน้องลิตเติ้ล ซึ่งก็เสียดายที่สอบถาม ลูกไม่สามารถยืนยันได้เพราะยังไม่รู้ความ แต่ก็ไม่สบายใจเพราะก่อนหน้านี้เมื่อช่วงวันที่ 10 สิงหาคม ที่ผ่านมา มีผู้ปกครองในห้องเดียวกันเข้าแจ้งความกับตำรวจ สน.หลักสอง ให้ดำเนินการกับครูประจำชั้นฐานทำร้ายร่างกายเด็กมาแล้วครั้งหนึ่ง แต่เรื่องดังกล่าวเจรจากันจบไปเรียบร้อยและผู้ปกครองท่านนั้นก็ได้ย้ายลูกออกจากโรงเรียนนี้ไปแล้ว ก่อนที่จะมีข่าวฉาวเกิดขึ้นในเครือสารสาสน์เสียอีก ส่วนทางโรงเรียนก็แก้ไขปัญหาด้วยการเปลี่ยนทีชเชอร์ชุดใหม่เข้ามาดูแลเด็กชั้นอนุบาล 2/3 จนกระทั่ง มาเกิดเรื่องขึ้นกับน้องลิตเติ้ล อย่างไรก็ตาม แม้ว่าในห้องเรียนลูกตนจะไม่มีวงจรปิด และยังไม่มีพยานระบุได้ว่าลูกตนมีบาดแผลจากสาเหตุใด แต่หากพิสูจน์ได้ว่าถูกทำร้ายร่างกายตนยืนยันดำเนินคดีถึงที่สุดอย่างแน่นอน” น.ส.วศินี กล่าว
ด้าน พ.ต.อ.สมยศ อุดมรักษาทรัพย์ ผกก.สน.หลักสอง กล่าวว่า เรื่องนี้ทางพนักงานสอบสวนได้รายงานให้ตนทราบแล้ว หลังจากนี้จะดำเนินการตามขั้นตอนของกฎหมายเเต่ขอดูรายละเอียดให้ถี่ถ้วนเสียก่อนเนื่องจากทราบว่าทั้ง 2 ฝ่ายมีการนัดพบกันเพื่อเจรจาและทางผู้ปกครองก็กำลังเตรียมการนำเด็กส่งตรวจร่างกาย
มีรายงานว่า ล่าสุด น.ส.วศินี ได้โพสต์เฟซบุ๊กส่วนตัว ระบุว่า “กระแสตอนนี้แรงมาก แม่ไม่ได้ต้องการโจมตีโรงเรียนนะคะ แต่แม่ต้องการรู้ตัวคนทำ ต้องการให้คนผิดรับโทษ น้องเจ็บจนนั่งไม่ได้ต้องนั่งตะแคงก้นข้างนึง เคสลูกแม่เป็นรายที่ 2 ของห้องนี้ ผู้ปกครองท่านแรกที่ลูกโดนกระทำก็ย้ายน้องออกไปเรียนที่อื่นแล้ว มาเคสแม่คือเคสที่ 2 หากยังไม่ทราบตัวคนทำแบบนี้คงต้องมีเคสต่อๆ ไปค่ะ น้องเรียนที่นี่มาตั้งแต่เนอส ไม่เคยมีปัญหาใดๆ เชอร์ดีก็มีค่ะแต่เชอร์ดีๆ ต้องมาเสียเพราะการกระทำของเชอร์บางคน โรงเรียนเสียชื่อเสียชื่อเสียงเพราะการกระทำของเชอร์บางคน ไม่ใช่ผู้ปกครองที่ออกมาขอความยุติธรรมนะคะ ขอบคุณทุกกำลังใจค่ะ จากใจแม่” ทำให้มีผู้เข้ามาคอมเม้นท์ให้กำลังใจ น.ส.วศินี จำนวนมาก

