เมื่อวันที่ 4 ตุลาคม 2563 พล.ต.ต.สมบูรณ์ เทียนขาว ผบก.สปพ.สั่งการให้ พ.ต.อ.ปิยรัช สุภารัตน์ ผกก. สายตรวจ, พ.ต.ท.อัครพล โทยะ รอง ผกก.สายตรวจ บก.สปพ.นำกำลังจับกุม นายคัตสึฮิซะ โคมิยะ ชาวญี่ปุ่น อายุ 41 ปี นายประสิทธิ์ ศีลภัย อายุ 40 ปี นายชุมแพ เกาะแก้ว อายุ 30 ปี นายมิดาว คำสม อายุ 47 ปี และ นายเอ (นามสมมุติ) อายุ 18 ปี ในข้อหาร่วมกันผลิตและครอบครองกัญชาเพื่อขายโดยผิดกฏหมาย พร้อมของกลาง ดอกกัญชาตากแห้งรวมหีบห่อ 2 กิโลกรัม ต้นกัญชาสด 128 ต้น ต้นอ่อนกัญชา 279 ต้น ยางกัญชา 4 กระปุก น้ำหนักรวมขวด 200 กรัม ยางกัญชาชนิดแผ่น 27 แผ่น เมล็ดพันธุ์กัญชา 100 ชิ้น เครื่องสกัดน้ำมันกัญชา 3 เครื่อง จับได้ในบ้านเลขที่ 227/391 หมู่บ้านวังตาล หมู่ 3 ต.สันผักหวาน อ.หางดง จ.เชียงใหม่, ต่อเนื่องอาคารพาณิชย์เลขที่ 257/226 หมู่บ้านเวียงทอง 3 ถนนมหิดล ต.ป่าแดด อ.เมืองเชียงใหม่ จ.เชียงใหม่ หลังจากสายตรวจและปฏิบัติการพิเศษ (191) ได้รับร้องเรียนว่ามีกลุ่มชาวญี่ปุ่น ลักลอบปลูกและจําหน่ายกัญชาคุณภาพสูงแบบไฮโดรโปนิกส์ และผลิตภัณฑ์ที่สกัดได้จากกัญชา ทั้งยังชักชวนชาวต่างชาติร่วมกันกับคนไทยลักลอบ ปลูกและสกัดผลิตภัณฑ์ที่ได้จากกัญชา โดยอ้างว่าได้รับการอนุญาตให้ปลูกและผลิต ถูกต้องตามกฎหมาย ก่อนจําหน่ายผ่านทวิตเตอร์ส่งออกให้กับกลุ่มชาวต่างชาติและคนไทย หลังจากทราบเรื่องได้ขอหมายค้นก่อนเข้าจับกุมได้ดังกล่าว

สอบสวนนายคัตสึฮิซะ สารภาพว่า ได้เข้ามาประเทศไทยโดยใช้วีซ่านักศึกษาปริญญาโท คณะเกษตร ทำวิจัยเกี่ยวกับการปลูกข้าวมหาวิทยาลัยแห่งหนึ่งใน จ.เชียงใหม่ โดยเข้ามาอยู่ประเทศไทยได้ประมาณ 3-4 ปี และสนใจการปลูกกัญชา จึงซื้อเมล็ดพันธุ์กัญชาจากยุโรป เพื่อนำมาปลูกภายในห้องที่มีอุณหภูมิค่อนข้างเย็น ทำได้เพียงไม่กี่เดือน เพื่อนำดอกกัญชามาสกัดน้ำมันสารซีบีดี โดยตั้งใจจะปลูกให้ได้ 100 กิโลกรัม ภายใน 1 ปี ส่งขายไปยังประเทศสหรัฐอเมริกากิโลกรัมละ 400,000 บาท เจ้าหน้าที่จึงแจ้งข้อหาก่อนนำตัวพร้อมของกลางส่งพนักงานสอบสวน บช.ปส.ดำเนินคดี

