รวบ “อู๊ด โค้งกระเทียม” แทงเพื่อนดับคาวงเหล้า

6.10.20 | 19:18 น.

เมื่อวันที่ 6 ตุลาคม ขณะที่ พ.ต.ท.สามารถ กาษร สวป.สน.บางกอกใหญ่ กำลังปฏิบัติหน้าที่ ได้รับแจ้งเหตุจากศูนย์วิทยุลอยฟ้า บก.น.7 ว่ามีผู้ถูกแทงเสียชีวิตอยู่กลางชุมชนโค้งกระเทียม ตรอกคอกม้า ถนนจรัญสนิทวงศ์ 12 แขวงวัดท่าพระ เขตบางกอกใหญ่ กทม.จึงไปตรวจสอบพร้อม พ.ต.ท.ณรัฐช์พงศ์ อุดมศรี รอง ผกก.สส.สน.บางกอกใหญ่ เจ้าหน้าที่กองพิสูจน์หลักฐาน แพทย์นิติเวช รพ.ศิริราช และหน่วยกู้ภัยมูลนิธิป่อเต็กตึ๊ง ที่เกิดเหตุเป็นทางเดินเท้าภายในชุมชนหน้าบ้านเลขที่ 152/3 พบศพนายนิพนธ์ หรือหลง ประดิษฐ์วงศ์ อายุ 49 ปี นอนตะแคงคว่ำหน้า สภาพศพไม่สวมเสื้อ นุ่งกางเกงขาสั้นลายพรางทหาร มีบาดแผลถูกแทงด้วยอาวุธมีดเข้าที่บริเวณลำตัวด้านหน้าหลายแห่ง ใกล้กับพบอาวุธมีดปอกผลไม้ปลายแหลมยาว 6 นิ้ว ถูกคนร้ายโยนทิ้งไว้ในถังขยะไม่ไกลจากศพ


จากการสอบสวน นางสายใจ โพธิ์เอี่ยม อายุ 83 ปี แม่ของผู้เสียชีวิตซึ่งนำผ้าห่มมาคลุมศพให้ลูกชายที่กำลังตากฝน เล่าว่า ก่อนเกิดเหตุอยู่ในบ้านเช่าเลขที่ 944 ซึ่งติดกันกับบ้านที่พบศพ นายอู๊ด โค้งกระเทียม ซึ่งทำงานเป็นเจ้าหน้าที่ในวัดเจ้ามูล อายุราว 60 ปี ขาใหญ่ประจำซอย ซึ่งเป็นเพื่อนร่วมวงสุรากับลูกชายมาตะโกนเรียกให้ออกไปหา สักพักก็ได้ยินว่าทั้งคู่มีปากเสียงกัน ตนจึงเข้าห้ามปรามจนถูกนายอู๊ด ผลักล้มลง จากนั้นลูกชายตนก็โกรธเข้าชกต่อยกับ นายอู๊ด จนพลาดท่าถูกจ้วงแทงเสียชีวิตดังกล่าว

ต่อมา พ.ต.ท.ศยาม ชื่นครุฑ สว.สส.สน.บางกอกใหญ่ นำกำลังตามไปจับกุม นายเสถียร ขำสกุล อายุ 64 ปี หรือ “อู๊ด โค้งกระเทียม” ได้ที่บ้านเช่าในชุมชนเดียวกัน โดยผู้ต้องอยู่ในสถาพเมาอย่างหนัก มีบาดแผลถูกมีดบาดระหว่างต่อสู้กับผู้ตายที่มือด้านซ้าย เบื้องต้นจึงคุมตัวไปทำแผลที่ รพ.ศิริราช จากการพูดคุยเจ้าตัวยอมรับก่อนหน้านี้มีเรื่องกับผู้ตายในวงเหล้าและจะเรียกออกมาเคลียร์ แต่กลับถูกแม่ผู้ตายห้ามและพูดจาเสียดสีเพราะไม่พอใจที่ตนไปชวนลูกออกจากบ้าน

จากการสอบถามชาวบ้านในละเเวกเดียวกันต่างให้การว่า ทั้งนายนิพนธ์ ผู้ตาย และนายเสถียร มือมีด เอาแต่ดื่มสุราและทำตัวเป็นขาใหญ่ในชุมชนแล้วมักจะทะเลาะกันเองจนถูกตำรวจ สน.บางกอกใหญ่ รับตัวไปสงบสติอารมณ์ที่โรงพักบ่อยครั้ง กระทั่งวันนี้เกิดเหตุสลดขึ้น

Advertisement

เบื้องต้นพนักงานสอบสวนแจ้งข้อหานายเสถียร ฆ่าคนตายโดยเจตนาและพาอาวุธมีดไปในเมือง หมู่บ้าน และทางสาธารณะ โดยไม่มีเหตุอันควร ส่วนศพผู้ตายจะส่งมอบให้แพทย์ไปผ่าชันสูตรหาเหตุการตายแล้วให้มารดารับไปบำเพ็ญกุศล