กรณีวัยรุ่น 4 คนรุมข่มขืนนักเรียนสาวพาณิชยการแห่งหนึ่งย่านถนนเพชรบุรี อายุ 19 ปี จนเสียชีวิตภายในห้องพักชั้น 12 โรงแรมระดับ 3ดาวแห่งหนึ่งในซอยพหลโยธิน 11 ขณะเดียวกันยังพบสารที่อยู่ในปากผู้ตายเป็นยาประเภทยาเลิฟนั้น
ผู้สื่อข่าวได้สอบถามไปยังสำนักงานคณะกรรมการอาหารและยา(อย.) ว่า ยาชนิดดังกล่าวเป็นกลุ่มยานอนหลับที่เดิมหลายปีก่อนมีการใช้มอมสาว ก่อคดีอาชญากรรมที่เรียกว่า กลุ่มยาอัลปราโซแลม จน อย.ต้องมีการยกระดับหรือไม่ เรื่องนี้ ภก.ประพนธ์ อางตระกูล รองเลขาธิการคณะกรรมการอาหารและยา กล่าวว่า กรณีข่าวดังกล่าวทาง สำนักงานคณะกรรมการอาหารและยา(อย.) ไม่ทราบว่าเป็นยาชนิดใด แต่หากเป็นยาอัลปราโซแลม (alprazolam) จริง ถือว่า เป็นการกระทำผิดกฎหมาย เนื่องจากยาตัวนี้ ถูกยกระดับเป็นวัตถุออกฤทธิ์ต่อจิตประสาทประเภท 2 จากเดิมอยู่ในประเภทที่ 4 ที่อนุญาตให้จำหน่ายในสถานพยาบาล และต้องมีใบสั่งแพทย์เท่านั้น แต่เมื่อยกระดับเป็นประเภทที่ 2 ทำให้สถานพยาบาล คลินิก และร้านขายยาจะไม่สามารถจำหน่ายยาอัลปราโซแลมได้อีกต่อไป ยกเว้นมีใบอนุญาต
“เมื่อเป็นวัตถุออกฤทธิ์ต่อจิตประสาทประเภท 2 ห้ามขายในร้านขายยาโดยเด็ดขาด ส่วนใหญ่มีใช้ในโรงพยาบาล และในคลินิกบางแห่งที่ขออนุญาตการใช้อย่างถูกต้อง อย่างไรก็ตาม หากพบการจำหน่ายถือว่าผิดกฎหมาย มีโทษจำคุก5-20 ปี และปรับตั้งแต่1-5 แสนบาท ทั้งนี้ หากพบการลักลอบจำหน่ายให้แจ้งเจ้าหน้าที่ตำรวจได้ทันที หรือโทรแจ้งทาง อย.ก็ได้” ภก.ประพนธ์ กล่าว
ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ก่อนหน้านี้ ทาง อย. ได้เปิดเผยถึงปัญหาของยาดังกล่าว เนื่องจากในปี 2554 มีคดีที่เกี่ยวข้องกับยาดังกล่าวมากถึง 400-500 คดี และยังพบผู้เสียชีวิตจากการใช้ยาเกินขนาด 3-4 ราย ดังนั้น อย. จึงต้องควบคุมการใช้ชนิดนี้ และยกระดับตัวยาดังกล่าวโดยลงนามในประกาศตั้งแต่เมื่อวันที่ 15 พฤศจิกายน 2555 และจะมีผลบังคับใช้ในวันที่ 17 มิถุนายน 2555 แต่ปรากฎว่าจนปัจจุบันก็ยังมีการลักลอบใช้ยากลุ่มนี้ไปในทางที่ผิด ทั้งที่ยากลุ่มนี้เป็นยาอันตราย และต้องควบคุม
ด้านนพ.พิสนธิ์ จงตระกูล อาจารย์คณะแพทยศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย และประธานคณะทำงานสร้างเสริมการใช้ยาอย่างสมเหตุผลภาคประชาชน (สยส.) กล่าวว่า ยาตัวนี้เป็นยาที่มีผลต่อจิตประสาท ทำให้คุมสติไม่อยู่ หมดสติ ไม่รู้สึกตัวเลย ซึ่งที่ผ่านมาจะมีการใช้ยากลุ่มนี้ในการหลอกลวงหญิงสาว เพื่อไปข่มขืน โดยมากจะผสมกับน้ำ เนื่องจากไม่มีกลิ่น ไม่มีสี ทำให้สังเกตยาก แต่ปัจจุบันมีการเติมสีเข้าไป เพื่อให้เมื่อละลายน้ำจะสังเกตได้ง่ายขึ้น
นพ.พิสนธิ์ กล่าวอีกว่า ยาตัวนี้จัดเป็นยาที่สำนักงานคณะกรรมการอาหารและยา(อย.)ควบคุมอยู่ โดยได้ยกระดับเป็นยาวัตถุออกฤทธิ์ต่อจิตประสาท ต้องอยู่ในการควบคุม โดยไม่อนุญาตให้จำหน่ายได้ในร้านขายยา ส่วนใหญ่ใช้ในโรงพยาบาล แต่ก็จำกัดการใช้ เนื่องจากยานี้ใช้มากๆทำให้เกิดการติด เหมือนยาเสพติดได้ ส่วนใหญ่จะใช้รักษาอาการคลายเครียด นอนไม่หลับ เป็นต้น แม้จะเป็นยาที่ถูกควบคุม แต่ปัจจุบันก็ยังมีการลักลอบจำหน่าย และพบเห็นอยู่อย่างต่อเนื่อง ซึ่งจริงๆ แล้วยาเหล่านี้หากใช้ถูกวิถีก็รักษาบำบัดโรคได้ แต่กลับถูกนำมาใช้ผิดวิธี กลายเป็นปัญหาอย่างที่พบเห็นในปัจจุบัน

