‘อัจฉริยะ’ พาพ่อแม่แจ้งความ หมอคนเดียวทำลูกตาย 3 คน 3 ครอบครัว ผู้เสียหายลั่นเอาเรื่องถึงที่สุด

9.10.20 | 13:56 น.

‘อัจฉริยะ’ พาพ่อแม่แจ้งความ หมอคนเดียวทำลูกตาย 3 คน 3 ครอบครัว ผู้เสียหายลั่นเอาเรื่องถึงที่สุด

เมื่อเวลา 10.30 น.ของวันที่ 09 ตุลาคม 2563 นายอัจฉริยะ เรืองรัตนพงศ์ ประธานชมรมช่วยเหลือเหยื่ออาชญากรรม เดินทางมาที่ สภ.เมืองสมุทรสาคร โดยนำผู้เสียหาย 3 ครอบครัว เข้าแจ้งความ เนื่องจากนายแพทย์คนหนึ่งทำคลอดลูกให้กับตน แต่กลับทำลูกเสียชีวิต โดยมี พ.ต.อ.พงษ์ศักดิ์ เครือวณิชธรรม ผกก.หัวหน้าพนักงานสอบสวน สภ.เมืองสมุทรสาคร เป็นผู้รับเรื่องไว้ ก่อนที่จะมอบหมายให้พนักงานสอบสวนรับผิดชอบในการสอบสวนดำเนินคดีตามขั้นตอนของกฎหมายต่อไป

นายอัจฉริยะ เรืองรัตนพงศ์ ประธานชมรมช่วยเหลือเหยื่ออาชญากรรม กล่าวว่าตามที่คุณหมอสยาม ซึ่งเป็นหมอว่าจ้างเฉพาะกิจของ รพ.สมุทรสาคร ได้ทำคลอดเด็กจำนวน 3 ราย แล้วเสียชีวิตติดต่อกัน โดยรายที่หนึ่ง เสียชีวิตในเดือนมีนาคม, รายที่สองเดือนกันยายน และรายที่สามเดือนตุลาคม ซึ่งทั้งหมดนี้น่าจะเกิดจากความผิดปกติของคุณหมอ ที่ผิดพลาดทางเทคนิค และไม่แสดงความรับผิดชอบกับครอบครัวผู้เสียชีวิต สำหรับครอบครัวรายแรกที่ลูกเสียชีวิตในเดือนมีนาคม คือครอบครัวของ นางธัญญลักษณ์ เสือขำ อายุ 43 ปี ที่ตอนนี้ศพไม่รู้อยู่ไหนพ่อแม่ไม่เคยรับศพเด็ก โดยคุณหมออ้างว่าเด็กเสียชีวิตตั้งแต่ในท้อง ส่วนรายที่สองเป็นของนางสาวสุทัตตา ทับทิมแก้ว อายุ 25 ปี ได้เผาศพลูกไปแล้ว และรายที่สามนางสาวศิริวรรณ เนตรวีระ อายุ 25 ปี ส่งศพลูกไปชันสูตรหาสาเหตุการเสียชีวิตที่โรงพยาบาลตำรวจ สำหรับสองรายหลังนี้ตอนตรวจครรภ์เด็กก็ปกติดี แต่เมื่อผ่าออกมาแล้วสุดท้ายเด็กก็เสียชีวิตในเวลาไม่นาน

นายอัจฉริยะ ระบุว่า สิ่งเหล่านี้ทำให้ครอบครัวผู้เสียหายไม่เข้าใจ ว่าทางโรงพยาบาลสมุทรสาครมีบุคลากรทางการแพทย์เช่นนี้ได้อย่างไร พอถามไถ่ก็ได้รับคำตอบว่าคุณหมอสยาม เป็นการจ้างในลักษณะเป็นเคสไป ดังนั้นเกิดเหตุการณ์แบบนี้ ถือว่าเป็นความผิดปกติอย่างมาก วันนี้ตนจึงพาพ่อแม่ครอบครัวผู้เสียหายทั้ง 3 รายมาแจ้งความ โดยรายสุดท้ายแจ้งความแล้ว และส่งศพเด็กไปชันสูตร ส่วนอีกสองรายก็จะมีการแจ้งความเป็นทางการเพื่อให้มีผลบังคับใช้ตามกฏหมาย นอกจากนี้ในด้านกฎหมายก็สามารถเอาผิดได้ในข้อหาประมาทแต่ต้องดูสาเหตุการเสียชีวิตว่ามาจากอะไร ซึ่งในวันจันทร์ที่ 12 ตุลาคม 2563 เวลา 14.00 น. จะพาผู้เสียหายทั้ง 3 ราย เข้าพบกับผู้อำนวยการโรงพยาบาลสมุทรสาคร นายแพทย์ผู้รับผิดชอบในการทำคลอด พร้อมหน่วยงานสาธารณสุข ที่โรงพยาบาลสมุทรสาคร เพื่อไปรับฟังข้อชี้แจงทั้งหมด

ด้าน พ.ต.อ.พงษ์ศักดิ์ เครือวณิชธรรม ผกก.หัวหน้าพนักงานสอบสวน สภ.เมืองสมุทรสาคร บอกว่า ในการดำเนินคดีนั้น ทางตำรวจจะต้องตรวจสอบการเสียชีวิตของทารกว่าเกิดจากความบกพร่องหรือเกิดจากเหตุสุดวิสัย ตรวจสอบดูว่ากระบวนการเป็นอย่างไรเพื่อให้ความเป็นธรรมให้กับทุกฝ่าย

Advertisement

นางธัญญลักษณ์ เสือขำ อายุ 43 ปี (รายแรก) บอกว่า นับตั้งแต่วันที่เสียลูกไป จนวันนี้ตนเองก็ยังทำใจไม่ได้ ร้องเรียนไปหลายทางก็ยังไม่มีความคืบหน้าอะไร หมอก็ยังไม่แสดงความรับผิดชอบใดๆ ทั้งสิ้น ซึ่งตนขอยืนยันว่าจะเอาเรื่องให้ถึงที่สุด

ขณะที่นางสาวสุทัตตา ทับทิมแก้ว ผู้สูญเสียรายที่สอง อายุ 25 ปี ชาวบ้าน ม.2 ต.วังไคร้ อ.ท่ายาง จ.เพชรบุรี บอกว่าตนไปหาหมอและคลอดเมื่อ 28 สิงหาคม 2563 และลูกเสียเมื่อ 4 กันยายน 2563 โดยหลังคลอดลูกออกมาร้องแค่ 2 ครั้ง เห็นว่าตัวซีดเขียว แล้วไม่ร้อง โดยหมอบอกว่าน้องตัวเล็กน้องหายใจช้ากว่าเด็กปกติ และหมอก็ส่งน้องไปห้องไอซียู ซึ่งหมอระบุสาเหตุการเสียชีวิตคือคลอดก่อนกำหนด ชัก ติดเชื้อในกระแสเลือด ปอดติดเชื้อ

ด้านนางสาวศิริวรรณ เนตรวีระ ผู้สูญเสียรายที่ 3 อายุ 25 ปี ชาวบ้าน ม.4 ต.โคกขาม อ.เมือง จ.สมุทรสาคร บอกว่า การตายของลูกเขาบอกมีขี้เทาติดเชื้อในปอด แล้วปอดทะลุ เด็กหายใจเองไม่ได้ โดยไป รพ.สมุทรสาครตั้งแต่วันที่ 5 ตุลาคม 2563 ตอนประมาณ 07.00น. และเด็กคลอดประมาณ 10.41 น.เสียชีวิตประมาณ 03.38 น. โดยเด็กออกมาสมบูรณ์แข็งแรงไม่มีภาวะแทรกซ้อน แต่ช่วงเวลา 2 ชั่วโมงที่เอาเด็กไปอาบน้ำไปทำความสะอาดปรากฏว่าเด็กหายใจเองไม่ได้ต้องใช้เครื่องช่วยหายใจ แต่เขามาบอกช่วงประมาณห่างจากพักฟื้นประมาณ 3 ชั่วโมง และบอกว่าเด็ก 50 เปอร์เซนต์ ลูกหายใจเองไม่ได้มีปอดทะลุ ขี้เทาไปอุดในปอด แต่ตอนหนูคลอดออกมาหมอการันตีว่าน้ำคร่ำใสๆ สมบูรณ์ไม่มีแม้แต่ขี้เถ้า แต่ทำไมน้ำคร่ำไปอุดในปอดได้ยังไง ซึ่งทางโรงพยาบาลแจ้งว่าน้องเสียชีวิตเอง มีโรคแทรกซ้อนขึ้นมาเอง โดยตนติดใจคิดว่าลูกไม่ได้เสียชีวิตเองจึงได้นำเอาศพไปชันสูตร ที่สถาบันนิติเวช รพ.ตำรวจ

ส่วนนายแพทย์ธรรมวิทย์ เกื้อกูลเกียรติ รองผู้อำนวยการฝ่ายการแพทย์โรงพยาบาลสมุทรสาคร บอกว่า แนวทางการดูแลของโรงพยาบาลในการที่ผู้ป่วยมาคลอดและเกิดปัญหา ทางโรงพยาบาลจะมีการทบทวนมาตรการดูแลรักษาของโรงพยาบาลทุกขั้นตอน ว่าเกิดปัญหาจากขั้นตอนไหนทุกราย เป็นเพราะอะไร หลังจากนั้นจะหาสาเหตุและทำการแก้ไขปรับปรุง ดังนั้นขอให้มั่นใจในมาตรฐานการให้บริการของโรงพยาบาล ส่วนกรณีที่เกิดปัญหาในแต่ละราย ก็จะมีการทบทวนเพื่อแก้ไขปัญหาที่เกิดขึ้นเพื่อให้ผู้รับบริการมั่นใจในการรับบริการ