แทบไม่เชื่อ! รับศพรถไฟชนบัส ครอบครัวเศร้าเพิ่งได้งาน เผยไม่เคยมีลางสังหรณ์

12.10.20 | 11:48 น.

แทบไม่เชื่อ! รับศพรถไฟชนบัส ครอบครัวเศร้าเพิ่งได้งาน เผยไม่เคยมีลางสังหรณ์

จากกรณี รถไฟชนรถบัส คณะทำบุญทอดกฐิน โดยเบื้องต้นส่งผลให้มีผู้เสียชีวิต 18 ราย และผู้บาดเจ็บอีกกว่า 30 ราย เหตุเกิดใกล้สถานีรถไฟคลองแขวงกลั่น ต.บางเตย อ.เมือง จ.ฉะเชิงเทรา เมื่อช่วงเช้าของวันที่ 11 ตุลาคมที่ผ่านมา ตามที่เสนอข่าวไปก่อนหน้านี้แล้วนั้น


คืบหน้าล่าสุดเมื่อเวลา 09.30 น. ที่สถาบันนิติเวชวิทยาโรงพยาบาลตำรวจ ถนนอังรีดูนังต์ แขวงและเขตปทุมวัน กทม. นายอนิรุช แสงศรี อายุ 45 ปี น้าชายพร้อมด้วยนายดนุสรณ์ คำมูลนา อายุ 24 ปี บุตรชายผู้เสียชีวิต และครอบครัว ร่วมกันเดินทางมายื่นเรื่องขอรับศพ น.ส.รจนา คำมูลนา อายุ 44 ปี ซึ่งเป็น 1 ใน 6 ศพจากเหตุการณ์สลดที่ทางเจ้าหน้าที่ส่งตัวมาพิสูจน์อัตลักษณ์บุคคลภายในสถานที่ดังกล่าว

นายอนิรุชกล่าวว่า ขณะนี้ตนยังทำใจไม่ได้กับการสูญเสียหลานสาวอย่างกะทันหัน โดยล่าสุดได้คุยกันก่อนวันเกิดเหตุเพียงแค่ 1 วัน และไม่คิดว่าจะด่วนจากไปเร็วขนาดนี้ ซึ่งจากการเห็นสภาพศพก็ยิ่งทำใจไม่ได้เพราะร่างขาดออกจากกัน ซึ่งหลังจากนี้ตนจะเป็นตัวแทนครอบครัว เพื่อดำเนินการเรื่องค่าชดเชยจากประกันภัย อีกทั้งจากเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นตนเล็งเห็นว่า ทางการรถไฟควรออกมารับผิดชอบเช่นกัน เพราะขนาดทางที่เป็นซอยเล็กๆ ยังมีไม้กั้นทาง และมีเจ้าหน้าที่ออกมาให้สัญญาณเตือนภัย ซึ่งเหตุการณ์ในลักษณะนี้เกิดขึ้นบ่อยครั้งในหลายพื้นที่และควรได้รับการแก้ไข แต่ตนจะไม่ดำเนินการเรื่องเรียกร้องค่าเสียหายใดๆ ทั้งสิ้น เพราะเป็นประชาชนคนธรรมดาคนหนึ่ง นอกจากนี้ ตนคิดเห็นว่าทางโชเฟอร์รถบัส ก็มีส่วนผิดด้วยเช่นกันที่ไม่ระมัดระวัง และยังมีการเปิดเพลงส่งเสียงดังจนไม่ได้ยินเสียงเตือนจากรถไฟ แต่คนขับก็เสียชีวิตจากเหตุการณ์นี้เช่นกัน

Advertisement

นายอนิรุชกล่าวต่อว่า ตนเพิ่งทราบข้อมูลว่าหลานสาวทำงานที่โรงงานดังกล่าวใน จ.สมุทรปราการ ได้ประมาณ 2 เดือนเท่านั้น หลังจากถูกเลิกจ้างจากเจ้านายเก่าที่ต้องย้ายถิ่นไปทำงานในต่างประเทศ ก่อนไปสมัครงานเพื่อไม่ให้ว่างงานจนมีกลุ่มเพื่อนๆ ชวนไปร่วมทำบุญจนเกิดเหตุสลด โดยไม่ได้สั่งเสียหรือมีลางสังหรณ์ใดๆ ทั้งสิ้น จนกระทั่งตนมาทราบข่าวร้ายในช่วงเย็นของวันเกิดเหตุดังกล่าว

ด้านนายดนุสรณ์ เปิดเผยว่า โดยปกติตนพักอาศัยและทำงานอยู่ที่ อ.บ้านโป่ง จ.ราชบุรี ซึ่งแยกย้ายกันทำมาหากินกับทางมารดามานานแล้ว ซึ่งติดต่อคุยกันครั้งล่าสุดเมื่อหลายเดือนก่อนหน้านี้ จนกระทั่งมาทราบข่าวร้ายโดยไม่มีลางสังหรณ์ หรือลางบอกเหตุใดๆ ทั้งสิ้น ซึ่งตอนแรกตนก็ไม่เชื่อว่าจะเกิดเหตุการณ์สลดกับคนใกล้ชิดขนาดนี้ก่อนมาแน่ชัด เมื่อเหตุภาพสลด

“ทั้งนี้ หากแม่รับรู้ตนอยากบอก ขอโทษที่เคยดุเคยบ่น และทำตัวเป็นลูกที่ไม่ดี หากขออะไรได้อยากให้แม่กลับมา ผมพร้อมจะเป็นลูกที่ดี” นายดนุสรณ์กล่าว