‘วราวุธ’ สั่งฟันไม่เลี้ยง กรณีเก้งเผือก กก.สอบประชุมนัดแรก ลงพื้นที่ 19 ต.ค.
กก.สอบข้อเท็จจริงเก้งเผือกประชุมนัดแรก ตั้งอนุกก. 2 ชุดสอบลึกรายละเอียดเก้งหาย-ปัญหาภายในสวนสัตว์สงขลา พร้อมลงพื้นที่ 19 ต.ค. “วราวุธ” สั่งฟัน จนท.เกี่ยวข้องไม่เลี้ยงหากพบทุจริต
เมื่อวันที่ 12 ต.ค. ที่กระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม นายเฉลิมชัย ปาปะทา ผู้ตรวจราชการกระทรวงทรัพยากรฯ ในฐานะประธานคณะกรรมการตรวจสอบข้อเท็จจริงกรณี เก้งเผือกและสวนสัตว์สงขลา เป็นประธานการประชุมคณะกรรมการฯ นัดแรก
โดยก่อนเริ่มประชุม นายวราวุธ ศิลปอาชา รมว.ทรัพยากรฯ ได้มอบแนวทางการสืบสวนสอบสวนให้กับคณะกรรมการฯ ว่า ต้องสืบหาข้อเท็จจริงที่เกิดขึ้นเพื่อตอบคำถามสังคมให้ได้จะเริ่มที่กรณีสวนสัตว์สงขลาก่อนเป็นอันดับแรก หลังได้ตั้งคณะกรรมการขึ้นมาครอบคลุมทุกฝ่ายเพื่อให้เกิดความโปร่งใสในทางปฏิบัติ โดยเฉพาะกรณีเก้งเผือก พระราชทานหายไปและถูกงูเหลือมป่าธรรมชาติกินไปจริงหรือไม่ แล้วงูตัวที่ตายตายเองหรือทำให้ตาย หากมีการแจ้งความแล้วดำเนินคดีไปถึงกระบวนการไหนแล้วอย่างไร เพราะเก้งเผือกอยู่ในความสนใจของสังคม
รมว.ทรัพยากรฯ กล่าวว่า รวมทั้งให้สำรวจจำนวนสัตว์ที่อยู่ในสวนสัตว์ทั้งหมดของกระทรวงทรัพยากรฯ มีอะไรหายไปอีกหรือไม่ จึงขอให้คณะกรรมการชุดนี้เดินหน้าสืบสวนหาข้อเท็จจริงให้ถึงที่สุด หากพบมีการกระทำผิดจริงหรือมีการทุจริตให้ดำเนินการทางกฎหมายไม่เว้นแม้แต่เจ้าหน้าที่ของรัฐ ทั้งเรื่องการลักลอบค้าสัตว์ป่าในสวนสัตว์จริงหรือไม่ ต้องสอบให้ถึงต้นต่อ จึงต้องขอให้ทหารและตำรวจเข้ามาช่วยเหลือในครั้งนี้ สิ่งสำคัญคณะกรรมการชุดนี้ต้องไม่มีการใช้การกล่าวอ้างโดยไม่มีพยานหลักฐาน แต่ต้องเป็นการพิสูจน์จากข้อเท็จจริงทั้งหมด ใครผิดว่าไปตามผิดต้องรับโทษตามกฎหมาย
ภายหลังการประชุมกว่า 2 ชั่วโมง จากนั้นนายเฉลิมชัย แถลงว่า ที่ประชุมมีมติตั้งอนุกรรมการ ขึ้นมา 2 ชุด เพื่อตรวจสอบรายละเอียดกรณีที่เกิดขึ้น โดยชุดแรกคืออนุกรรมการตรวจสอบกรณีเก้งเผือก 2 ตัวหายไปจากสวนสัตว์สงขลา โดยมีพล.ต.ต.วิวัฒน์ ชัยสังฆะรองผู้บัญชาการตำรวจสอบสวนกลาง เป็นประธานอนุกรรมการฯ ชุดที่สองคืออนุกรรมการสอบสวนปัญหาภายในสวนสัตว์สงขลา มีนายสมปอง ทองสีเข้ม ผอ.สำนักอนุรักษ์สัตว์ป่ากรมอุทยานฯ เป็นประธานอนุกรรมการฯ โดยให้ระยะเวลาในการทำงานภายใน 15 เพื่อรวบรวมข้อมูล เอกสารหลักฐานต่างๆให้ครบถ้วน มานำเสนอต่อที่ประชุมคณะกรรมการฯ โดยหลังจากนี้คณะกรรมการฯ จะลงพื้นที่สวนสัตว์สงขลาเพื่อตรวจสอบสถานที่จริงในวันที่ 19 ต.ค.ด้วย และจะแถลงข่าวอีกครั้งเมื่อมีความคืบหน้าการสอบสวน
ด้าน สพ.ญ. นันทริกา ชันซื่อ ผอ.ศูนย์วิจัยโรคสัตว์น้ำ ภาควิชาอายุรศาสตร์ คณะสัตวแพทย์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย ในฐานะ กรรมการตรวจสอบข้อเท็จจริงฯ กล่าวถึงกรณีเก้งเผือกตัวที่ถูกงูเหลือมกินเป็นเก้งเผือกจริงหรือไม่ว่า กรณีนี้คงไม่ยากที่จะพิสูจน์ โดยต้องมีการเปรียบเทียบไทม์ไลน์ รูปภาพ และสถานที่เกิดเหตุ หลักฐานทางวิทยาศาสตร์ต่างๆ อย่างไรก็ตามเบื้องต้นตนยังไม่เห็นของจริง จึงยังตอบไม่ได้ว่าเป็นเก้งเผือกหรือไม่ แต่เจ้าหน้าที่ยืนยันว่าเป็นเก้งเผือกจริง ซึ่งก็จะต้องนำมาตรวจพิสูจน์ดีเอ็นเอต่อไป เช่นเดียวกันกรณีเก้งเผือกตัวแรกที่หายไปตั้งแต่เดือน ก.พ. ที่ระบุว่าเหลือเพียงซาก ก็ต้องนำมาตรวจพิสูจน์ดีเอ็นเออย่างละเอียด ซึ่งการตรวจดีเอ็นเอทำให้ยืนยันได้ว่าเป็นลูกของเก้งเผือกตัวพ่อแม่หรือไม่ แต่ยังไม่สามารถยืนยันได้ว่าเป็นสัตว์เผือก ซึ่งต้องใช้น้ำยาไพร์เมอร์ในการตรวจสอบความเป็นสัตว์เผือก ทราบว่าขณะนี้น้ำยาหมดและกรมอุทยานฯ กำลังสั่งซื้อจากต่างประเทศใช้เวลาประมาณ 2 สัปดาห์จะมาถึงไทย

