ปรากฏการณ์ “ไล่ธนาธร” ที่ตึกไทยซัมมิท ถนนเพชรบุรีตัดใหม่ เมื่อ 2 วันก่อนนับเป็น “เชื้อไฟ” อย่างดี
ก่อนจะมีรัฐประหารทุกครั้งต้องมี “เชื้อ” หรือมีการสร้างสถานการณ์เป็น “เงื่อนไข” เพื่ออธิบายความชอบธรรมในการยึดอำนาจการปกครองและฉีกรัฐธรรมนูญ
19 กันยายน 2549 ยึดอำนาจขณะที่ “ทักษิณ” กำลังเตรียมปราศรัยในที่ประชุมใหญ่แห่งสหประชาชาติ ณ นครนิวยอร์ก สหรัฐอเมริกา
คณะรัฐประหาร “อ้างว่า” เกิดความขัดแย้ง สลายความรู้รักสามัคคีของชนในชาติอย่างไม่เคยปรากฏมาก่อน ต่างฝ่ายต่างมุ่งหวังเอาชนะกันด้วยวิธีการหลากหลายรูปแบบและมีแนวโน้มจะทวีความรุนแรงยิ่งขึ้น
เรื่องจริงๆ คือต้องการกำจัด “ทักษิณ” !
แต่ “ทักษิณ” มีพรรคการเมืองและมีมวลชนชื่นชอบผลงาน
“ไทยรักไทย” ยังอยู่ “ทักษิณ” จะไม่ตาย
ไม่น่าเชื่อว่า อึดใจต่อมาพรรค การเมืองใหญ่ที่สุดของประเทศอย่าง “ไทยรักไทย” จะต้องโทษ “ประหารทางการเมือง” ถูกยุบพรรค
ทักษิณไม่ยอมสิ้นฤทธิ์ ก่อกำเนิด “พรรคพลังประชาชน” แต่ต่อมาก็คว้าชัยชนะขาดลอยในสนามเลือกตั้ง
ใครจะเชื่อว่า “พรรคพลังประชาชน” จะมีอายุแสนสั้น ถูกศาลรัฐธรรมนูญสั่งยุบพรรคพร้อมตัดสิทธิทางการเมืองกรรมการบริหาร 37 คนเป็นเวลา 5 ปี
“ทักษิณ” ตั้งพรรคเพื่อไทย หักมุมส่ง “ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร” น้องสาวลงสู้ศึกเลือกตั้ง
ได้รับชัยชนะท่วมท้นกวาดที่นั่งได้เป็น “พรรคการเมืองเดียวที่ครองเสียงข้างมาก” ในสภาอีกแล้ว
เติบใหญ่จนต้องครั่นคร้าม !
รัฐประหาร 22 พ.ค.2557 มาพร้อมข้อกล่าวหาฉกาจฉกรรจ์ จนต่อมา “ยิ่งลักษณ์” ต้องหนี !
เพื่อไม่ให้ “เสียของ” รัฐธรรมนูญใหม่ให้กำเนิด “ส.ว. 250 คน” ให้อำนาจ “ยกมือ” เลือกนายกรัฐมนตรี
ได้ “ประยุทธ์” คนเดิมมาเป็นนาย
บริวารจำนวนหนึ่งผละหนีตีจาก ทักษิณน่าจะสิ้นซาก !
แต่ผิดคาด เสียงสวรรค์บันดาลให้ ธนาธร จึงรุ่งเรืองกิจ, ปิยบุตร แสงกนกกุล และ พรรณิการ์ วานิช นำพา “พรรคอนาคตใหม่” ชนะเลือกตั้งปี 2562 เกินความคาดหมาย กวาดมา 81 ที่นั่ง
ช่างทำกันได้ “ธนาธร” ดาวรุ่งดวงใหม่ไม่ได้รับโอกาสให้ทำหน้าที่ “ผู้แทนราษฎร” แม้แต่วันเดียว
ถัดจากนั้นไม่นาน “พรรคอนาคตใหม่” ซึ่งมี ส.ส.ในสภามากเป็นอันดับ 3 และได้รับเสียงสนับสนุนจากผู้ใช้สิทธิเลือกตั้งถึงกว่า 6.3 ล้านคน “ถูกยุบ”
สังคมที่แสนทราม เพียงความคิดแตกต่างกันก็ถึงกับเสกปั้นวลี “อยู่ร่วมแผ่นดินเดียวกันไม่ได้” !?!!

