หน้าแรก ในประเทศ เหยี่ยวถลาลม ...

เหยี่ยวถลาลม : ถึงสุดขั้วก็ต้องไม่ฆ่า

17.10.20 | 12:03 น.

ที่ จริง ไม่ต้องจำเป็นต้องกล่าวคำเช่นนี้เลย

“ถึงสุดขั้วก็ต้องไม่ฆ่า” !

แต่จากประวัติศาสตร์การเมืองไทย ไม่มีคำว่า “ไม่ฆ่า”

ในยุคตำรวจทมิฬ ตี 3 วันที่ 3 เดือน 3 ปี 2492 รถตำรวจนำตัว 4 ผู้ต้องหา ออกจากแต่ละโรงพัก

รับตัว ทองอินทร์ ภูริพัฒน์ จาก สน.สามเสน รับ จำลอง ดาวเรือง จาก สน.ยานนาวา ดร.ทองเปลว ชลภูมิ จากสน.ปทุมวัน และ ถวิล อุดล จาก สน.นางเลิ้ง

Advertisement

ทองอินทร์ เป็นอดีต ส.ส.อุบลราชธานี, ทองเปลว อดีต ส.ส.ปราจีนบุรี, ถวิล อดีต ส.ส.ร้อยเอ็ด และ จำลอง อดีต ส.ส.มหาสารคาม ทั้งหมดเป็น “4 อดีตรัฐมนตรี” และ “อดีตเสรีไทย” ที่มีคุณูปการใหญ่หลวงกับประเทศร่วมกับ ปรีดี พนมยงค์

รถตำรวจทมิฬอ้างว่า เพื่อความปลอดภัยจำเป็นต้องเคลื่อนย้าย 4 ผู้ต้องหาไปไว้ที่ สน.บางเขน แต่เมื่อรถนำทั้ง 4 ถึงกิโลเมตรที่ 14-15 ใกล้แยกมหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ “ทองอินทร์-ทองเปลว-ถวิล-จำลอง” ก็ถูกกระสุนสังหารสาดใส่

ทุกศพพรุนด้วยกระสุนนับสิบนัด ตายคากุญแจมือ คารถตำรวจ

แค่ยืนอยู่ฝั่งตรงข้ามรัฐเผด็จการ ทำไมถึงต้องฆ่า !

ประวัติศาสตร์อันโหดร้ายยังไม่หยุดอยู่แค่นั้น อีกไม่กี่ปีต่อมา เตียง ศิริขันธ์ ตัวแบบนักการเมืองจากอีสาน และอดีตเสรีไทย ก็ถูกฆ่ารัดคอและเผาทิ้ง ที่ตำบลแก่งเสี้ยน อำเภอเมือง จังหวัดกาญจนบุรี

ประวัติศาสตร์แห่งการฆ่าไม่เคยสิ้น !

ภายหลังการครองอำนาจอันยาวนานของ “ถนอม-ประภาส” เมื่อผู้ชุมนุมเรียกร้อง “รัฐธรรมนูญ” กองทัพภายใต้ “ถนอม-ประภาส” ก็จุดชนวนปราบปราม ใช้เฮลิคอปเตอร์บินขึ้นแล้วกราดกระสุนใส่ผู้ชุมนุมจนกลายเป็นวันมหาวิปโยค 14 ตุลา 2516

“ผู้รับคำสั่งอำมหิต” ไม่เคยหมดไป !

“6 ตุลา 2519” เป็นการล้อมฆ่าอย่างมีแบบแผน เตรียมการ จัดตั้งมวลชน ให้ข้อมูลบิดเบือน จุดไฟความเกลียดชัง ปั่นหัวให้เคืองแค้น หลอกลวงให้หลงผิดจนสุดระงับยับยั้ง แล้วจึง “สั่ง” ให้ลงมือ

วันแห่งการล้อมฆ่าอย่างโหดเหี้ยมป่าเถื่อนที่สุดในประวัติศาสตร์

มืดบอดกันถึงขั้นที่ “ผู้ฆ่า” ก็ไม่ได้รู้สึกผิดบาป ไม่ต้องรับผิดชอบ ไม่ถูกดำเนินคดี

“กาลามสูตร” สอนให้เราสามารถมีความเห็นต่างกันได้ ไม่จำเป็นต้องเชื่อ หรือเห็นคล้อยตามกัน ยืนอยู่คนละฝั่ง คิดคนละขั้วได้

ในประเทศที่พุทธศาสนาหยั่งรากมายาวนานเช่นนี้ การฆ่า “คนเห็นต่าง” โดยชอบ เกิดขึ้นได้อย่างไร !?!!