ผช.ผบ.ตร.จับเข่าคุยสื่อ เตือนไลฟ์สดให้ระวัง ยุยงปลุกปั่น รับถูกจำกัดสิทธิเสรีภาพลงบ้าง

16.10.20 | 15:23 น.
ผช.ผบ.ตร.ทำความเข้าใจสื่อมวลชนรายงานข่าวภายใต้พ.ร.ก.ฉุกเฉิน เตือนไลฟ์สด ให้ระวัง ยุยงปลุกปั่น ระบุสื่อถูกจำกัดสิทธิ เสรีภาพลงบ้าง เพื่อความสงบเรียบร้อยบ้านเมือง

เมื่อเวลา 13.30 น. วันที่ 16 ตุลาคม ที่สำนักงานตำรวจแห่งชาติ(ตร.) พล.ต.ท.จารุวัฒน์ ไวศยะ ผู้ช่วยผบ.ตร. ได้พูดคุยทำความเข้าใจกับสื่อมวลชน เกี่ยวกับการรายงานข่าวสถานการณ์การชุมนุม ว่า สืบเนื่อจากมีการประกาศสถานการณ์ฉุกเฉินร้ายแรงในพื้นที่กรุงเทพมหานคร ตั้งแต่เมื่อวันที่ 15 ตุลาคม ที่ผ่านมา มีประกาศข้อกำหนดที่เกี่ยวข้องกับสื่อมวลชน คือ ให้พนักงานเจ้าหน้าที่มีอำนาจออกคำสั่ง ยึด หรืออายัดอุปกรณ์ หรือเครื่องมือสื่อสาร หรือการส่งข้อมูลอิเล็กทรอนิกส์ อาวุธ สินค้า เครื่องอุปโภคบริโภค เคมีภัณฑ์ หรือวัตถุอื่นใด ในกรณีที่มีเหตุอันควรสงสัยว่าได้ใช้หรือจะใช้สิ่งนั้นเพื่อการกระทำการ ส่งเสริม หรือสนับสนุนการกระทำให้เกิดสถานการณ์ฉุกเฉิน รวมทั้งห้ามเสนอข่าว จำหน่าย หรือทำให้แพร่หลายซึ่งหนังสือ สิ่งพิมพ์ หรือสิ่งอื่นใด รวมตลอดทั้งข้อมูลอิเล็กทรอนิกส์ บรรดาที่มีข้อความอันอาจทำให้ประชาชนเกิดความหวาดกลัว หรือเจตนาบิดเบือนข้อมูลข่าวสารทำให้เกิดความเข้าใจผิดในสถานการณ์ฉุกเฉินจนกระทบต่อความมั่นคงของรัฐหรือความสงบเรียบร้อยหรือศีลธรมอันดีของประชาชนในทั่วราชอาณาจักร


พล.ต.ท.จารุวัฒน์ กล่าวว่า จากข้อกำหนดดังกล่าว ทางกองอำนวยการร่วมแก้ไขสถานการณ์ฉุกเฉินที่มีความร้ายแรง หรือ กอร.ฉ. จึงอยากทำความเข้าใจกับสื่อมวลชนในการนำเสนอข่าวในสภาวะปัจจุบัน ซึ่งสามารถนำเสนอได้ในข้อเท็จจริง แต่การเสนอข่าวในลักษณะยุยง แต่การเสนอข่าวที่อาจจะก่อให้เกิดความรุนแรง หรือเรียกคนให้มาชุมนุม แบบนั้นอาจจะผิดต่อกฎหมาย

ยกตัวอย่างการนำเสนอข่าวที่ทำให้ประชาชนหวาดกลัว เช่น “ขณะนี้มีเหตุการณ์รุนแรงเกิดขึ้น” ความเป็นจริงอาจจะไม่มี ทำให้ประชาชนทั่วไปเกิดความหวาดกลัว หรือข่าวเรียกคนเข้ามาชุมนุม รวมทั้งนำภาพและข่าวมารีรันทำให้เกิดการยั่วยุ แบบนี้เสนอไม่ได้ ส่วนการเสนอข่าวในลักษณะ รายงานข้อเท็จจริง เช่น วันนี้จะมีคนมาชุมนุมที่แยกราชประสงค์ เวลาเท่าไหร่ สามารถทำได้ สำหรับการปฏิบัติตัวของสื่อในพื้นที่การชุมนุมขอให้ติดสัญลักษณ์บัตรแสดงตัวที่ออกจากต้นสังกัด หรือกรมประชาสัมพันธ์ ให้เจ้าหน้าที่ตำรวจทราบ

ผู้สื่อข่าวถามว่ากรณีหากสื่อมวลชนทำผิด ความผิดจะถึงขั้นยึดกล้อง ปิดสำนักพิมพ์ ปิดสถานีหรือไม่ พล.ต.ท.จารุวัฒน์ กล่าวว่า เป็นไปตามความรุนแรงของพฤติการณ์ในการกระทำความผิด หากดูแล้วไม่มีเจตนาก็ไม่เป็นไร หากเจตนาก็ต้องดำเนินการตามกฎหมาย

Advertisement

ส่วนเรื่องของการไลฟ์สดในสถานการณ์ต่างๆ หรือเวทีปราศรัย สื่อมวลชนสามารถทำได้ แต่ถ้าไลฟ์สดในสิ่งที่ก่อให้เกิดความแตกแยก มีการยุยงปลุกปั่น ก่อให้เกิดความรุนแรงขึ้น ท่านต้องหยุดไลฟ์ทันที ทั้งนี้สื่อจึงต้องระมัดระวังในการไลฟ์สดให้ดี เพราะแม้ว่าจะมีการการไลฟ์สดไปเเล้ว เเต่ก็ถือว่าความผิดสำเร็จ

ตนเข้าใจว่ามันจะไม่เหมือนเดิม แต่สื่อมวลชนทำงานในสถานการณ์ฉุกเฉิน ต้องรักษาบ้านเมืองไว้ก่อน เพราะฉะนั้นทุกคนอาจต้องถูกจำกัดสิทธิ เสรีภาพลงบ้าง เพื่อความสงบเรียบร้อย และประโยชน์ของชาติเป็นหลัก